อยากรู้ราคาขายส่งปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรเช็คที่นี่

ราคาปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรวันนี้ถึง 31 ตุลาคม ปี 2555 เช็คที่นี่!!

ปุ๋ยสูตร 16-12-8 ราคา 730 บาท

ปุ๋ยสูตร 16-12-8  ราคา 730 บาท โทร 035-439676

ราคาปุ๋ยเคมี

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

ปุ๋ยนาข้าว,ยางพารา.อ้อย.มันสำปะหลัง

ปุ๋ยตราบัวทิพย์,ปุ๋ยตราหัววัวคันไถ,ปุ๋ยไข่มุก,ปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้ง,ปุ๋ยปูแดง,ปุ๋ยตราหัวไก่,ปุ๋ยตราชาวไร่,ปุ๋ยตรากระต่าย,ปุ๋ยตรากระรอก,ทอชตราคบเพลิง,ปุ๋ยตราค้างคาว,ปุ๋ยตราดอกบัว,ปุ๋ยตราทีพีไอ,ปุ๋ยตรานกอินทรีคู่,ปุ๋ยตราภูเขาทอง,ปุ๋ยตราม้าบิน,ปุ๋ยตรารุ่งอรุณ,นางฟ้า,ปุ๋ยนางฟ้า,5นางฟ้า,ทรงฉัตร,แม่ปุ๋ย,ยูเรีย,ฟิลเลอร์,สารปรับสภาพดิน,ผสมปุ๋ย,ขายปุ๋ย,สูตรปุ๋ย,นาข้าว,อ้อย,มันสำปะหลัง,ยางพารา,ข้าวโพด,หญ้า,ปาล์ม,ปาล์มน้ำมัน,ทะลาย,รวง,ลองกอง,มังคุด,ลำใย,เงาะ,องุ่น,มะนาว,ทุเรียน,กะหล่ำปลี,ระเบิดหัว,ปรับปรุงดิน,ปุ๋ยยา,ฟาร์มเกษตร,ป.เคมีภัณฑ์,เจียไต๋,ศักดิ์สยาม,โรงงานปุ๋ย,ฟาร์มอะโกร,โดโลไมท์,พูไมท์,เพอร์ไลท์,ราคาส่ง,599บาท,ราคาปุ๋ยวันนี้,ปุ๋ยเคมี,ปุ๋ยสูตร,ปุ๋ย ปุ๋ยเคมี แม่ปุ๋ย ปุ๋ยเชิงเดี่ยว ปุ๋ยเชิงประกอบเกรดสูง,ยูเรีย 46-0-0,แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0,แอมโมเนียมคลอไรด์ 26-0-0,โมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต (MAP) 11-52-0,11-48-0,12-61-0,ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (DAP) 18-46-0,16-48-0,21-53-0 ,ทริปเปิลซูเปอร์ฟอสเฟต 0-46-0,โพแทสเซียมคลอไรด์ (MOP) 0-0-60,โพแทสเซียมซัลเฟต 0-0-50,โพแทสเซียมไนเตรท 13-0-46,อินทรีย์วัตถุธาตุอาหารสูง,มูลค้างคาว,มูลไก่,มูลสุกร,มูลเป็ด,มูลโค,มูลกระบือ,ปุ๋ยผสม,ปุ๋ยเคมีผสม,ปุ๋ยผสมเคมี,ผสมปุ๋ย,ผสมปุ๋ยเคมี,ผสมปุ๋ยเคมีอินทรีย์,ผสมปุ๋ยอินทรีย์,ผสมปุ๋ยอินทรีย์เคมี,สูตรปุ๋ย,สูตรปุ๋ยผสม,สูตรผสมปุ๋ย,ผสมปุ๋ยใช้เอง,ผสมปุ๋ยจำหน่าย,เครื่องผสมปุ๋ย,วิธีผสมปุ๋ย,สูตรผสมปุ๋ย,โปรแกรมคำนวณสูตรปุ๋ยผสม,แม่ปุ๋ยเคมีมาตรฐาน,แม่ปุ๋ยเคมีสำเร็จรูปสูตรต่างๆ,แม่ปุ๋ยอินทรีย์วัตถุ,คำนวณส่วนผสมปุ๋ยได้ทุกสูตร,15-15-15,16-16-8,13-13-21,16-20-0,18-12-6,16-12-8,16-8-8 , 20-10-5 , 20-20-0 , 18-22-0 ,8-24-24 , 9-24-24 , 12-24-12 , 14-14-21 , 26-14-0 , 20-11-11 , 16-8-14 , 18-12-6 , 3-10-30 , 18-22-6 ,18-10-6 , 19-19-19 , 25-7-7 , 21-7-14 , 8-16-24 , 9-3-9 , 16-4-0 , 10-5-9 , 16-4-5 , 16-14-0 , 16-4-8 , 16-22-6 ,18-6-4 , 6-18-12 , 15-15-6 , 18-11-5 , 18-10-6 , 15-5-14 , 14-14-14 , 4-16-24 , 14-9-20 , 16-9-18 , 10-5-5 , 10-5-9 , 

 

เอกสารกำกับปุ๋ยเคมี สูตร8-24-24|คลิ๊กดูรายละเอียด!!

เอกสารกำกับปุ๋ยเคมี สูตร 8-24-24

 โทร 035-439676

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

ชื่อการค้า  5 นางฟ้าทรงฉัตร

เครื่องหมายการค้า ตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร

ราคาปุ๋ยเคมี

คุณสมบัติปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24 เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้

vไนโตรเจนทั้งหมด(N) 8 %

vฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์(P2O5) 24 %

vโพแทชที่ละลายน้า(K2O) 24 %

พืชที่แนะนำให้ใช้ เช่น ใช้เป็นปุ๋ยสำหรับพืชไร่ ปุ๋ยสำหรับไม้ผล และปุ๋ยบำรุงพืชผัก

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ปุ๋ยสูตร 8-24-24

การใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ในพืชไร่เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 8-24-24 ในอัตรา30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและถั่วเขียว ให้ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูก โดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูก โรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม่เหมาะที่จะใช้กับดินเหนียว จำนวนปุ๋ยเคมีที่จะใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลำไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24 ตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร บริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ โดยให้ใช้ปุ๋ยเคมีสูตรนี้ในอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24 ตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตรประมาณ 2-3 ครั้ง

การใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ในพืชผักเช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา40-60 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมียูเรียตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 30-0-0แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่

คำแนะนำการใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร  ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ข้อควรระวัง

1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป

2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อยก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก

3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ

4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน

5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้

ราคาปุ๋ยเคมี

ปุ๋ยนาข้าว,ยางพารา.อ้อย.มันสำปะหลัง

ปุ๋ย ปุ๋ยเคมี แม่ปุ๋ย ปุ๋ยเชิงเดี่ยว ปุ๋ยเชิงประกอบเกรดสูง 
ยูเรีย 46-0-0 , แอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 , แอมโมเนียมคลอไรด์ 26-0-0 
โมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต (MAP) 11-52-0 , 11-48-0 , 12-61-0 
ไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (DAP) 18-46-0 , 16-48-0 , 21-53-0 , ทริปเปิลซูเปอร์ฟอสเฟต 0-46-0 
โพแทสเซียมคลอไรด์ (MOP) 0-0-60 , โพแทสเซียมซัลเฟต 0-0-50 , โพแทสเซียมไนเตรท 13-0-46 
อินทรีย์วัตถุธาตุอาหารสูงมูลค้างคาว , มูลไก่ , มูลสุกร , มูลเป็ด , มูลโค , มูลกระบือ 
... 
ปุ๋ยผสม ปุ๋ยเคมีผสม ปุ๋ยผสมเคมี ผสมปุ๋ย ผสมปุ๋ยเคมี ผสมปุ๋ยเคมีอินทรีย์ ผสมปุ๋ยอินทรีย์ ผสมปุ๋ยอินทรีย์เคมี 
สูตรปุ๋ย สูตรปุ๋ยผสม สูตรผสมปุ๋ย ผสมปุ๋ยใช้เอง ผสมปุ๋ยจำหน่ายฯ 
โปรแกรมคำนวณสูตรปุ๋ยผสม พรีลิมเฟอร์ทิไลเซอร์ (PrelimFERTILIZER
จากแม่ปุ๋ยเคมีมาตรฐาน , แม่ปุ๋ยเคมีสำเร็จรูปสูตรต่างๆ , แม่ปุ๋ยอินทรีย์วัตถุ 
===== คำนวณส่วนผสมได้ทุกสูตร ===== 
15-15-15 , 16-16-8 , 13-13-21 , 16-20-0 , 18-12-6 , 16-12-8 , 16-8-8 , 20-10-5 , 20-20-0 , 18-22-0 , 
8-24-24 , 9-24-24 , 12-24-12 , 14-14-21 , 26-14-0 , 20-11-11 , 16-8-14 , 18-12-6 , 3-10-30 , 18-22-6 , 
18-10-6 , 19-19-19 , 25-7-7 , 21-7-14 , 8-16-24 , 9-3-9 , 16-4-0 , 10-5-9 , 16-4-5 , 16-14-0 , 16-4-8 , 16-22-6 , 
18-6-4 , 6-18-12 , 15-15-6 , 18-11-5 , 18-10-6 , 15-5-14 , 14-14-14 , 4-16-24 , 14-9-20 , 16-9-18 , 10-5-5 , 10-5-9 , 
12-10-8 , 12-12-17 , 12-8-18 , 12-10-18 , 11-22-16 , 8-12-4 , 15-8-7 , 3-10-3 , 18-8-3 , 28-8-4 , 3-6-12 , 4-16-24 , 
16-16-16 , 10-16-9 , 6-18-24 , 4-16-24 , 6-18-24 , 18-22-0 , 16-12-6 , 20-10-30 , 10-10-20 , 20-5-6 , 5-5-10 , 8-14-2 , 
8-14-3 , 11-6-4 , 18-10-6 , 13-9-4 , 18-10-6 , 8-13-7 , 10-5-9 , 16-8-14 , 11-10-7 , 14-4-9 , 15-0-18 , 12-3-6 , 
12-5-14 , 15-7-18 , 20-10-12 , 21-11-12 , 20-8-20 , 15-10-25 , 20-20-10 , 14-14-25 , 21-11-21 , 15-15-6 , 
12-8-36 , 18-4-5 , 14-9-20 , 14-7-35 , 10-10-36 , 16-11-14 , 10-10-36 , 12-8-36 , 21-7-18 , 30-5-18 , 
12-6-18 , 10-30-10 , 14-14-21 , 6-12-12 , 14-19-20 , 5-10-5 , 3-12-6 , 5-10-5 , 7-7-7 , 15-5-5 , 8-13-7

8-24-24 copy.jpg

 

สารปรับสภาพดิน ฟิลเลอร์สีผสมปุ๋ย (สีเขียว,สีเหลือง,สีแดง) | คลิ๊กเลย!!

สารปรับสภาพดิน เกรดเอ ฟิลเลอร์สี (สีเขียว,สีเหลือง,สีแดง) โทร 035-439676

ราคาปุ๋ยเคมี

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

โดโลไมท์ เป็นหินแร่ชนิดหนึ่ง มีสูตรเคมี CaMg (CO3)2 มี CaO 30.4%, MgO 21.7% และ CO2 47.9% โดยปกติ โดโลไมท์มีส่วนสัดของ CaCO3 ต่อ MgCO3 ประมาณ 1:1 แร่โดโลไมท์ช่วยปรับปรุงดินให้ร่วนซุย แก้ความเป็นกรดของดิน มีธาตุอาหาร คือ แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งจัดเป็นธาตุอาหารรอง (รองจาก N P K ที่เป็นธาตุอาหารหลัก) ที่จำเป็นสำหรับพืช ช่วยในการสร้างคลอร์โรฟิลล์ (สารสีเขียวในพืช) เพื่อพืชจะได้นำไปใช้ในการปรุงอาหารได้อย่างเต็มที่


จำหน่าย สารปรับสภาพดิน ฟิลเลอร์สี ธาตุอาหารรองเสริม
แคลเซียม(CaO),แมกนีเซียม(MgO)สูงและเหล็ก(Fe)
รับผลิตสินค้าเกษตรในแบรนด์ของลูกค้า พร้อมบรรจุภัณฑ์

สารปรับสภาพดิน ปุ๋ยเคมี

โทรสอบถามราคา 090-9324691


ธาตุแคลเซียม - CALCIUM
หน้าที่สำคัญของธาตุแคลเซียมในพืช
มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับโครงสร้างของผลไม้ 
ช่วยเสริมสร้างเซลล์และการแบ่งเซลล์ของพืช ซึ่งพืชต้องการอย่างต่อเนื่อง 
ช่วยในการสร้างเซลล์และโครงสร้างของเซลล์ของพืช 
ช่วยให้เซลล์ติดต่อกัน และจะช่วยเชื่อมผนังเซลล์ให้เป็นรูปร่าง และขนาดให้เป็นไปตามลักษณะของพืช 
ช่วยเพิ่มการติดผล 
ช่วยให้สีเนื้อและสีผิวของผลสดใส 
ช่วยลดการเกิดเนื้อของผลแข็งกระด้าง และเนื้อแฉะ 
ช่วยป้องกัน ผลร่วง ผลแตก 
มีบาทบาทที่สำคัญในระยะการเจริญเติบโตและการออกดอกของพืช 
มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการย่อยธาตุไนโตรเจน 
เป็นตัวช่วยลดการหายในของพืช 
เป็นตัวช่วยเคลื่อนย้ายน้ำตาลจากใบไปสู่ผล 
ธาตุแมกนีเซียม มีความสำคัญต่อพืช คน และสัตว์ ร่างกายของคนต้องการธาตุแมกนีเซียมประมาณ 0.3-0.4 มิลิกรัมต่อวัน สัตว์เช่น วัว ควาย ต้องการสูงถึง 10 เท่า คือ ประมาณ 3-6 กรัมต่อวัน ถ้าคนขาดธาตุแมกนีเซียม จะทำให้ความจำเสื่อม กล้ามเนื้อเป็นตะคริวเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ในวัวถ้าขาดธาตุแมกนีเซียมจะเป็นโรคกระแตเวียน

ราคาปุ๋ยเคมี

ปุ๋ยนาข้าว,ยางพารา.อ้อย.มันสำปะหลัง

หน้าที่สำคัญของธาตุแมกนีเซียมในพืช
เป็นตัวจักรสำคัญในการช่วยเสริมสร้างสารคลอโรฟีลล์ หรือความเขียวในพืช ช่วยให้พืชปรุงอาหารได้ดีขึ้
ช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุฟอสฟอรัสได้ดีขึ้น 
มีส่วนสำคัญในการสังเคราะห์แสง 
มีส่วนสำคัญเกี่ยวกับการสุกการแก่ของผลผลิต 
ช่วยให้พืชเพิ่มการใช้ธาตุเหล็กมากยิ่งขึ้น 
เป็นตัวกระตุ้นการทำงานของน้ำย่อยต่างของพืช เคลื่อนย้ายภายในพืชได้ดี 
ช่วยเสริมสร้างให้พืชไม่ชะงักการเจริญเติบโตในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น 
ช่วยเสริมสร้างให้พืช มีความต้านทานต่อโรคพืชต่าง ๆ 
พืชอาหารสัตว์ ถ้าขาดธาตุแมกนีเซียม จะเป็นสาเหตุของพืชอาหารสัตว์เป็นพิษ


ธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบของโปรตีน และมีบทบาทสำคัญในการปรุงอาหารของพืช ช่วยกระตุ้นให้การหายใจและการปรุงอาหารของพืชเป็นไปอย่างสมบูรณ์
อาการขาดธาตุเหล็กจะแสดงออกทั้งทางใบและทางผล อาการเริ่มแรกจะสังเกตพบว่าใบอ่อนบริเวณเส้นใบยังคงมีคามเขียว แต่พื้นใบจะเริ่มเหลืองซีด ส่วนใบแก่ยังคงมีอาการปกติ ระยะต่อมาจะเหลืองซีดทั้งใบ ขนาดใบจะเล็กลงกว่าปกติและจะร่วงไปก่อนใบแก่เต็มที่ กิ่งแห้งตาย ส่วนอาการที่เกิดขึ้นกับผลผลิตคือผลผลิตจะลดลง ขนาดของผลเล็กและผิวไม่สวย ผิวเรียบและเกรียม การขาดธาตุเหล็กยังมีผลต่อการนเจริญของยอดอ่อนด้วย
การแก้ไข ตามปกติช่งความเป็นกรด-ด่างของดินที่พืชสามารถนำธาตุเหล็กไปใช้ได้คือ ค่า pH ระหว่าง 5.5-5.6 แต่ถ้าค่า pH ต่ำกว่านี้ จะทำให้ปริมาณของธาตุเหล็กมีมากเกินไปจนก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพืชได้ ธาตุเหล็กจะไปตรึงธาตุฟอสฟอรัสไว้จนพืชไม่สามารถนำไปใช้ได้ การแก้ไขด้วยการฉีดพ่นธาตุอาหารเสริมทางใบ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการขาดธาตุเหล็กได้

จด,ทะเบียนปุ๋ย,วิเคราะห์ปุ๋ย,ลิขสิทธิ์,แบรนด์,สินค้า,ปุ๋ย,เครื่องหมายการค้า,ปุ๋ยอินทรีย์,ปุ๋ยเคมี,สารปรับสภาพดิน,ฟิลเลอร์สี,ธาตุอาหารรองเสริม,โรงงาน,ผลิต,รับผลิต,ธาตุอาหารรอง,ธาตุอาหารเสริม

 

เอกสารกำกับปุ๋ยเคมีทุกสูตร|คลิ๊กอ่านที่นี่!!

เอกสารกำกับปุ๋ยเคมีทุกสูตร|คลิ๊กอ่านที่นี่!! 

ราคาปุ๋ยเคมี

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

ปุ๋ยนาข้าว|ปุ๋ยอ้อย|ปุ๋ยมันสำปะหลัง|ปุ๋ยยางพารา|ปุ๋ยข้าวโพด|ปุ๋ยปาล์ม|ปุ๋ยใส่ผักผลไม้|ราคาปุ๋ย

ปุ๋ยใส่ทางดิน

Soil Application2

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-15 ชื่อการค้า......................... เครื่องหมายการค้า........................... คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดผง ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 15 % ประกอบด้วยธาตุอาหารรอง ดังนี้ แมกนีเซียม (MgO) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ใช้ได้กับปาล์มน้ามัน ยางพารา ใช้เป็นแม่ปุ๋ยและทาปุ๋ยผสม อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ปาล์มน้ามัน เป็นปุ๋ยเคมีร่วมกับแม่ปุ๋ยไนโตรเจน และฟอสเฟต ที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 5-7 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของต้น การใส่ปุ๋ยเคมีบารุง ต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านลงไปรอบโคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ โดยแบ่งใส่ปุ๋ยเคมีปีละสองครั้ง หว่านรอบต้นตามแนวพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ และตามด้วยการให้น้า ยางพารา ใช้กับยางพาราหลังเปิดกรีด การใส่ปุ๋ยเคมีบารุงต้นยางมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านปุ๋ยกระจายเป็นแถบห่างจากโคนต้นประมาณ 1-2 เมตร แล้วคราดกลบ วิธีหว่านลงไปรอบบริเวณโคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ วิธีเจาะเป็นหลุมใส่ปุ๋ยเคมีแล้วกลบ และวิธีเจาะเป็นร่อง โดยแบ่งใส่เป็นสองครั้งละ 500-600 กรัมต่อต้นต่อ 6 เดือน ครั้งแรกใส่ในระยะยางพาราเริ่มผลิใบอ่อน ใส่ปุ๋ยเคมีครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกแล้ว 6 เดือน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนหากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อยก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 3

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-16 ชื่อการค้า......................... เครื่องหมายการค้า........................... คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 16 % ประกอบด้วยธาตุอาหารรอง ดังนี้ แมกนีเซียม (MgO) 12% พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มน้ามัน ยางพารา ใช้เป็นแม่ปุ๋ยและทาปุ๋ยผสม อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ปาล์มน้ามัน เป็นปุ๋ยเคมีร่วมกับแม่ปุ๋ยไนโตรเจน และฟอสเฟต ที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 5-7 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของต้น การใส่ปุ๋ยบารุงต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านลงไปรอบโคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ โดยแบ่งใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง หว่านรอบต้นตามแนวพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ และตามด้วยการให้น้า ยางพารา ใช้กับยางพาราหลังเปิดกรีด การใส่ปุ๋ยเคมีบารุงต้นยางมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านปุ๋ยกระจายเป็นแถบห่างจากโคนต้นประมาณ 1-2 เมตร แล้วคราดกลบ วิธีหว่านลงไปรอบบริเวณโคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ วิธีเจาะเป็นหลุมใส่ปุ๋ยเคมีแล้วกลบ และวิธีเจาะเป็นร่อง โดยแบ่งใส่เป็น 2 ครั้งละ 500-600 กรัมต่อต้นต่อ 6 เดือน ครั้งแรกใส่ในระยะยางพาราเริ่มผลิใบอ่อน ใส่ปุ๋ยครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกแล้ว 6 เดือน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อยก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 4

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-20 ชื่อการค้า......................... เครื่องหมายการค้า........................... คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มน้ามัน ยางพารา อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ปาล์มน้ามัน เป็นปุ๋ยเคมีร่วมกับแม่ปุ๋ยไนโตรเจน และฟอสเฟต ที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 9-12 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของต้น การใส่ปุ๋ยบารุงต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านลงไปรอบๆ โคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ โดยแบ่งใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง หว่านรอบๆ ต้นตามแนวพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ และตามด้วยการให้น้า ยางพารา ใช้กับยางพาราหลังเปิดกรีด การใส่ปุ๋ยเคมีบารุงต้นยางมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านปุ๋ยกระจายเป็นแถบห่างจากโคนต้นประมาณ 1-2 เมตร แล้วคราดกลบ วิธีหว่านลงไปรอบบริเวณโคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ วิธีเจาะเป็นหลุมใส่ปุ๋ยเคมีแล้วกลบ และวิธีเจาะเป็นร่อง โดยแบ่งใส่เป็น 2 ครั้งละ 500-600 กรัมต่อต้นต่อ 6 เดือน ครั้งแรกใส่ในระยะยางพาราเริ่มผลิใบอ่อน ใส่ปุ๋ยครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกแล้ว 6 เดือน คาแนะนา ก่อนใช้ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนทุกครั้ง หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และไม่ควรใช้เกินอัตราที่กาหนด เพราะจะเป็นอันตรายกับพืชได้ ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อยก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร 0-0-20 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % 5

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ เนื่องจากปุ๋ยเคมีสูตร0-0-20 ให้ธาตุโพแทสเซียมเพียงอย่างเดียว เหมาะสาหรับใช้เป็นแม่ปุ๋ย และทาปุ๋ยผสม คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 6

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-21 ชื่อการค้า.......................... เครื่องหมายการค้า........................... คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 21 % ประกอบด้วยธาตุอาหารรอง ดังนี้ แมกนีเซียม (MgO) 18 % กามะถัน (S) 22 % อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ เนื่องจากปุ๋ยซัลเฟตออฟโพแทสเซียมแมกนีเซีย “ซัล-โป-แมก” ให้ธาตุโพแทสเซียมเพียงอย่างเดียว เหมาะ สาหรับใช้เป็นแม่ปุ๋ย และทาปุ๋ยผสม คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 7

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-22 ชื่อการค้า......................... เครื่องหมายการค้า........................... คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 22 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มน้ามัน ยางพารา อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ปาล์มน้ามัน เป็นปุ๋ยเคมีร่วมกับแม่ปุ๋ยไนโตรเจน และฟอสเฟต ที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 9-12 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของต้น การใส่ปุ๋ยบารุงต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านลงไปรอบๆ โคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ โดยแบ่งใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง หว่านรอบๆ ต้นตามแนวพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ และตามด้วยการให้น้า ยางพารา ใช้กับยางพาราหลังเปิดกรีด การใส่ปุ๋ยเคมีบารุงต้นยางมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านปุ๋ยกระจายเป็นแถบห่างจากโคนต้นประมาณ 1-2 เมตร แล้วคราดกลบ วิธีหว่านลงไปรอบ ๆ บริเวณโคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ วิธีเจาะเป็นหลุมใส่ปุ๋ยเคมีแล้วกลบ และวิธีเจาะเป็นร่อง โดยแบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง ๆ ละ 500-600 กรัมต่อต้นต่อ 6 เดือน ครั้งแรกใส่ในระยะยางพาราเริ่มผลิใบอ่อน ใส่ปุ๋ยครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกแล้ว 6 เดือน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 8

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-22 ชื่อการค้า.......................... เครื่องหมายการค้า........................... คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 22 % ประกอบด้วยธาตุอาหารรอง ดังนี้ แมกนีเซียม (MgO) 18 % กามะถัน (S) 22 % อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ เนื่องจากปุ๋ยเคมีซัลเฟตออฟโพแทสเซียมแมกนีเซีย ให้ธาตุโพแทสเซียมเพียงอย่างเดียว เหมาะสาหรับใช้เป็นแม่ปุ๋ยและทาปุ๋ยผสม คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 9

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-30 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 30 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชหัว พืชไร่ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น องุ่น เงาะ ส้ม น้อยหน่า มังคุด และไม้ผลอื่น ๆ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 300-600 กรัมต่อต้น โดยใส่เป็นรูปวงแหวน ตามรัศมีแนวพุ่มใบ หลังจากติดลูกแล้วประมาณ 20-30 วัน แล้วแต่อายุของผลไม้แต่ละชนิด พืชหัว มันสาปะหลังใช้แต่งหน้าในระยะที่พืชกาลังสร้างผลผลิต ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่ออายุ 4-5 เดือน หรือกลางฤดูฝน โดยหยอดปุ๋ยเคมีบริเวณโคนต้น ให้เป็นรูปวงแหวน หรือแนวทั้งสองข้างของแถวพืชให้ห่างจากโคนต้นประมาณ 6-8 นิ้ว พืชไร่ เช่น อ้อย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ ผสมกับปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยวชนิดอื่น ๆ หรือปุ๋ยเคมีเชิงประกอบ เพื่อให้ได้สูตรตามความเหมาะสมในการเพิ่มผลผลิต และคุณภาพอ้อยในแหล่งนั้น การใส่ปุ๋ยเคมีอ้อยที่ปลูกในฤดูฝน แบ่งใส่สองครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรกใส่เมื่ออ้อยอายุประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองเมื่ออ้อยอายุประมาณ 3 เดือน สาหรับอ้อยตอในเขตน้าฝน ใส่ครั้งเดียวเมื่อดินมีความชื้นเพียงพอ แต่ที่มีการชลประทานแบ่งใส่สองครั้ง ครั้งแรกหลักแต่งตอ ครั้งที่สองอ้อยอายุประมาณ 3 เดือน วิธีการใส่โรยข้างแถวแล้วพรวนดินกลบปุ๋ยเคมี ปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-30 ยังสามารถใช้ผสมกับปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยวต่าง ๆ ที่มีไนโตรเจน หรือฟอสเฟต และหรือปุ๋ยเคมีอินทรีย์ เพื่อผสมปุ๋ยเคมีสูตรต่าง ๆ ตามต้องการ แต่ผู้ใช้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับดินและปุ๋ยเคมีเป็นอย่างดี และต้องทราบว่าในดินมีปริมาณธาตุอาหารพืชอื่นเพียงพอกับความต้องการของพืชนั้น ๆ แล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 10

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-38 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 38 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป หรือเริ่มให้ผลผลิตแล้ว

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้

เป็นปุ๋ยเคมีที่ให้ธาตุอาหารหลักโพแทสเซียมเพียงธาตุเดียว ที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว วิธีใช้ หว่านรอบโคนต้นในรัศมีพุ่มใบ และกลบปุ๋ยเสียเพื่อป้องกันการชะล้างของฝน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา2-3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของผลผลิตและอายุของต้นปาล์ม โดยแบ่งใส่ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงต้นฤดูฝน และปลายฤดูฝน และควรที่จะใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) (N) และปุ๋ยฟอสเฟต (P) คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 11

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-39 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 39 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป หรือเริ่มให้ผลผลิตแล้ว

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้

เป็นปุ๋ยเคมีที่ให้ธาตุอาหารหลักโพแทสเซียมเพียงธาตุเดียว ที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว วิธีใช้ หว่านรอบโคนต้นในรัศมีพุ่มใบ และกลบปุ๋ยเสียเพื่อป้องกันการชะล้างของฝน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา2-3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของผลผลิตและอายุของต้นปาล์ม โดยแบ่งใส่ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงต้นฤดูฝน และปลายฤดูฝน และควรที่จะใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) (N) และปุ๋ยฟอสเฟต (P) คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 12

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-40 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 40 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป หรือเริ่มให้ผลผลิตแล้ว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ เป็นปุ๋ยเคมีที่ให้ธาตุอาหารหลักโพแทสเซียมเพียงธาตุเดียว ที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว วิธีใช้ หว่านรอบโคนต้นในรัศมีพุ่มใบ และพรวนดินกลบเสียเพื่อป้องกันการชะล้างของฝน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของผลผลิตและอายุของต้นปาล์ม โดยแบ่งใส่ปีละสองครั้ง ในช่วงต้นฤดูฝน และปลายฤดูฝน และควรที่จะใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีไนโตรเจนและปุ๋ยฟอสเฟต คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 13

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-0-41 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 41 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป หรือเริ่มให้ผลผลิตแล้ว

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้

เป็นปุ๋ยเคมีที่ให้ธาตุอาหารหลักโพแทสเซียมเพียงธาตุเดียว ที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว วิธีใช้ หว่านรอบโคนต้นในรัศมีพุ่มใบ และกลบปุ๋ยเสียเพื่อป้องกันการชะล้างของฝน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา2-3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของผลผลิตและอายุของต้นปาล์ม โดยแบ่งใส่ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงต้นฤดูฝน และปลายฤดูฝน และควรที่จะใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) (N) และปุ๋ยฟอสเฟต (P) คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 14

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-3-0 ชื่อสามัญ หินฟอสเฟต ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดผง ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % มีขนาดความละเอียด 80 เมช ไม่ต่ากว่า 70 % ของน้าหนัก โดยมีปริมาณฟอสเฟตทั้งหมด (Total P2O5) 25 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ยางพารา ไม้ผล ไม้ยืนต้นอื่น ๆ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ 1. ใช้กับต้นกล้าของยาง ในอัตรา 170 กรัมต่อหลุม โดยคลุกกับดินที่ขุดจากหลุมกว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร แล้วเอาดินล่าง และดินบนที่คลุกกับปุ๋ยเคมีกลบลงไปในหลุมให้แน่นเป็นรูปหลังเต่าแล้วเอายางมาปลูก เพื่อให้ธาตุฟอสฟอรัสอย่างเดียว 2. ใช้กับต้นติดตาเขียว ในอัตรา 170 กรัมต่อหลุม โดยเอาปุ๋ยเคมีคลุกกับดินชั้นล่างไว้ด้านหนึ่งส่วนดินบนนั้นแยกเอาไว้อีกด้านหนึ่ง ไม่ให้ปนกัน หลุมกว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร เมื่อเอาปุ๋ยเคมีคลุกกับดินชั้นล่างดีแล้ว ให้เอาดินบนกลบลงในก้นหลุมประมาณ 1 ใน 4 ของความลึกแล้วเอาต้นติดตามาปลูกตรงกลาง 3. รองก้นหลุมไม้ผล ไม้ยืนต้นอื่น ๆ ก่อนปลูกหลุมละ 250-450 กรัม คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษา เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร กองทุนสงเคราะห์การทาสวนยาง และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่นเพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ถ้าสภาพพื้นที่ลาดเทมากและไม่ได้ปลูกตามแนวระดับ ไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมีโดยวิธีหว่าน เพราะน้าฝนจะชะล้างปุ๋ยเคมีหมดไป 2. อย่าใส่ปุ๋ยเคมีชิดต้นยางเกินไปหรือห่างจนพ้นรัศมีที่กาหนด รากยางจะไม่ได้รับปุ๋ยเคมี 3. อย่าหว่านปุ๋ยเคมีในระยะที่อากาศแห้งแล้ง เม็ดปุ๋ยเคมีจะไม่ละลาย จะเสียปุ๋ยเคมีและแรงงานโดยใช่เหตุ 4. ใส่ปุ๋ยเคมีตามจานวนและภายในรัศมีที่กาหนด และดินปลูกเป็นดินร่วน 5. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 6 ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 7. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 15

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-3-0 ชื่อสามัญ หินฟอสเฟต ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดผง ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % มีขนาดความละเอียด 100 เมช ไม่ต่ากว่า 80 % ของน้าหนัก โดยมีปริมาณฟอสเฟตทั้งหมด (Total P2O5) 25 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ยางพารา ข้าว พืชไร่ พืชสวน อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ปุ๋ยเคมีนี้เป็นปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยว ชนิดผง ใช้โดยวิธีนาไปหว่านให้ทั่ว ๆ แปลงก่อนปลูกในขณะเตรียมดิน แล้วไถกลบ ถ้าเป็นไม้ยืนต้น เช่น มะพร้าวและยางพารา ก็ให้ใส่รองก้นหลุมก่อนปลูกเพื่อให้ธาตุฟอสฟอรัสอย่างเดียว สาหรับอัตราใช้ 1. หว่านให้ทั่วแปลง ใช้กับข้าว 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ ใช้กับพืชไร่ เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ ใช้กับไม้ผลและไม้ยืนต้น เช่น มะพร้าว กาแฟ ยางพารา 150-200 กิโลกรัมต่อไร่ 2. รองก้นหลุมก่อนปลูก หลุมละ 170-400 กรัม คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษา เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร กองทุนสงเคราะห์การทาสวนยาง และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่นเพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ถ้าสภาพพื้นที่ลาดเทมากและไม่ได้ปลูกตามแนวระดับ ไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมีโดยวิธีหว่าน เพราะน้าฝนจะชะล้างปุ๋ยเคมีหมดไป 2. อย่าใส่ปุ๋ยเคมีชิดต้นยางเกินไปหรือห่างจนพ้นรัศมีที่กาหนด รากยางจะไม่ได้รับปุ๋ยเคมี 3. อย่าหว่านปุ๋ยเคมีในระยะที่อากาศแห้งแล้ง เม็ดปุ๋ยเคมีจะไม่ละลาย จะเสียปุ๋ยเคมีและแรงงานโดยใช่เหตุ 4. ใส่ปุ๋ยเคมีตามจานวนและภายในรัศมีที่กาหนด และดินปลูกเป็นดินร่วน 5. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 6 ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 7. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 16

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-4-0 ชื่อสามัญ หินฟอสเฟต ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดผง ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 4 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % มีขนาดความละเอียด 80 เมช ไม่ต่ากว่า 70 % ของน้าหนัก โดยมีปริมาณฟอสเฟตทั้งหมด (Total P2O5) 25 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ยางพารา ไม้ผล ไม้ยืนต้นอื่น ๆ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ 1. ใช้กับต้นกล้าของยาง ในอัตรา 170 กรัมต่อหลุม โดยคลุกกับดินที่ขุดจากหลุมกว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร แล้วเอาดินล่าง และดินบนที่คลุกกับปุ๋ยเคมีกลบลงไปในหลุมให้แน่นเป็นรูปหลังเต่าแล้วเอายางมาปลูก เพื่อให้ธาตุฟอสฟอรัสอย่างเดียว 2. ใช้กับต้นติดตาเขียว ในอัตรา 170 กรัมต่อหลุม โดยเอาปุ๋ยเคมีคลุกกับดินชั้นล่างไว้ด้านหนึ่งส่วนดินบนนั้นแยกเอาไว้อีกด้านหนึ่ง ไม่ให้ปนกัน หลุมกว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร เมื่อเอาปุ๋ยเคมีคลุกกับดินชั้นล่างดีแล้ว ให้เอาดินบนกลบลงในก้นหลุมประมาณ 1 ใน 4 ของความลึกแล้วเอาต้นติดตามาปลูกตรงกลาง 3. รองก้นหลุมไม้ผล ไม้ยืนต้นอื่น ๆ ก่อนปลูกหลุมละ 250-450 กรัม คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษา เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร กองทุนสงเคราะห์การทาสวนยาง และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่นเพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ถ้าสภาพพื้นที่ลาดเทมากและไม่ได้ปลูกตามแนวระดับ ไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมีโดยวิธีหว่าน เพราะน้าฝนจะชะล้างปุ๋ยเคมีหมดไป 2. อย่าใส่ปุ๋ยเคมีชิดต้นยางเกินไปหรือห่างจนพ้นรัศมีที่กาหนด รากยางจะไม่ได้รับปุ๋ยเคมี 3. อย่าหว่านปุ๋ยเคมีในระยะที่อากาศแห้งแล้ง เม็ดปุ๋ยเคมีจะไม่ละลาย จะเสียปุ๋ยเคมีและแรงงานโดยใช่เหตุ 4. ใส่ปุ๋ยเคมีตามจานวนและภายในรัศมีที่กาหนด และดินปลูกเป็นดินร่วน 5. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 6 ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 7. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 17

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-4-0 ชื่อสามัญ หินฟอสเฟต ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดผง ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 4 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % มีขนาดความละเอียด 100 เมช ไม่ต่ากว่า 80 % ของน้าหนัก โดยมีปริมาณฟอสเฟตทั้งหมด (Total P2O5) 25 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ยางพารา ข้าว พืชไร่ พืชสวน อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ปุ๋ยเคมีนี้เป็นปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยว ชนิดผง ใช้โดยวิธีนาไปหว่านให้ทั่ว ๆ แปลงก่อนปลูกในขณะเตรียมดิน แล้วไถกลบ ถ้าเป็นไม้ยืนต้น เช่น มะพร้าวและยางพารา ก็ให้ใส่รองก้นหลุมก่อนปลูกเพื่อให้ธาตุฟอสฟอรัสอย่างเดียว สาหรับใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1. หว่านให้ทั่วแปลง ใข้กับข้าว 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ ใช้กับพืชไร่ เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ ใช้กับไม้ผลและไม้ยืนต้น เช่น มะพร้าว กาแฟ ยางพารา 150-200 กิโลกรัมต่อไร่ 2. รองก้นหลุมก่อนปลูก หลุมละ 170-400 กรัม คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษา เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร กองทุนสงเคราะห์การทาสวนยาง และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่นเพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ถ้าสภาพพื้นที่ลาดเทมากและไม่ได้ปลูกตามแนวระดับ ไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมีโดยวิธีหว่าน เพราะน้าฝนจะชะล้างปุ๋ยเคมีหมดไป 2. อย่าใส่ปุ๋ยเคมีชิดต้นยางเกินไปหรือห่างจนพ้นรัศมีที่กาหนด รากยางจะไม่ได้รับปุ๋ยเคมี 3. อย่าหว่านปุ๋ยเคมีในระยะที่อากาศแห้งแล้ง เม็ดปุ๋ยเคมีจะไม่ละลาย จะเสียปุ๋ยเคมีและแรงงานโดยใช่เหตุ 4. ใส่ปุ๋ยเคมีตามจานวนและภายในรัศมีที่กาหนด และดินปลูกเป็นดินร่วน 5. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 6 ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 7. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 18

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-5-15 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 5 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 15 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก พืชไร่ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น ส้ม มะนาว องุ่น มะม่วง ทุเรียน เงาะ และไม้ผลอื่น ๆ ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบเม็ดปุ๋ย และตามด้วยการให้น้า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น หลังจากติดผลแล้วขึ้นกับขนาดและอายุของต้นไม้ พืชผักต่าง ๆ หว่านปุ๋ยให้ทั่วแปลงในอัตรา 50-60 กิโลกรัมต่อไร่ รองพื้นก่อนปลูกและควรจะมีการใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ พืชไร่ เช่น ชา กาแฟ ยาสูบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-100 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนการปลูกพืช และเมื่อพืชตั้งตัวได้แล้ว ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-80 กิโลกรัมต่อไร่ ตอนปลูกหรือเมื่อพืชมีอายุประมาณ 3 สัปดาห์ (ก่อนออกดอก) คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 19

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-8-14 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 8 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 14 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก พืชสวน พืชไร่ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น ส้ม มะนาว องุ่น มะม่วง ทุเรียน เงาะ และไม้ผลอื่น ๆ ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี และตามด้วยการให้น้า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-5 กิโลกรัมต่อต้น หลังจากติดผลแล้วขึ้นกับขนาดและอายุของต้นไม้ พืชผัก หว่านปุ๋ยเคมีให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ รองพื้นก่อนปลูกและใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-25 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 30-40 กิโลกรัมต่อไร่ พืชสวน เช่น ชา กาแฟ หอม กระเทียม หว่านให้ทั่วบริเวณหลังจากปลูกแล้ว 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ ปาล์มน้ามันใส่รอบโคนต้นรัศมีทรงพุ่มใบและพรวนดินกลบเพื่อป้องกันการชะล้าง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 190-210 กิโลกรัมต่อไร่ พืชไร่ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฝ้าย ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับดินเหนียวหรือร่วนเหนียว และ อัตรา 50-80 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับดินร่วนเหนียวปนทราย ดินร่วนทราย หรือดินทราย โดยใส่ตอนปลูกหรือเมื่อพืชมีอายุประมาณ 15-20 วัน ฝ้าย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-100 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) 25 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) 50 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับดินทรายและดินเหนียวสีแดง คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 20

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-9-20 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 9 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก พืชไร่ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น ส้ม มะนาว องุ่น มะม่วง ทุเรียน เงาะ และไม้ผลอื่น ๆ ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี และตามด้วยการให้น้า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น หลังจากติดผลแล้วขึ้นกับขนาดและอายุของต้นไม้ พืชผัก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูก และควรจะมีการใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ พืชไร่ เช่น ชา กาแฟ ยาสูบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-100 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกพืชและเมื่อพืชตั้งตัวได้แล้ว ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ในดินร่วนเหนียวปนทราย หรือดินร่วนทราย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-80 กิโลกรัมต่อไร่ ตอนปลูกหรือเมื่อพืชมีอายุประมาณ 3 อาทิตย์ (ก่อนออกดอก) คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 21

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-10-15 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 15 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก พืชไร่ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น ส้ม มะนาว องุ่น มะม่วง ทุเรียน เงาะ และไม้ผลอื่น ๆ ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี และตามด้วยการให้น้า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น หลังจากติดผลแล้วขึ้นกับขนาดและอายุของต้นไม้ พืชผัก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราให้ทั่วแปลง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูก และควรจะมีการใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ พืชไร่ เช่น ชา กาแฟ ยาสูบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-100 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกพืชและเมื่อพืชตั้งตัวได้แล้ว ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ในดินร่วนเหนียวปนทราย หรือดินร่วนทราย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-80 กิโลกรัมต่อไร่ ตอนปลูกหรือเมื่อพืชมีอายุประมาณ 3 อาทิตย์ (ก่อนออกดอก) คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 22

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-10-20 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก พืชไร่ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น ส้ม มะนาว องุ่น มะม่วง ทุเรียน เงาะ และไม้ผลอื่น ๆ ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี และตามด้วยการให้น้า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น หลังจากติดผลแล้วขึ้นกับขนาดและอายุของต้นไม้ พืชผัก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูก และควรจะมีการใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ พืชไร่ เช่น ชา กาแฟ ยาสูบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-100 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกพืชและเมื่อพืชตั้งตัวได้แล้ว ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ในดินร่วนเหนียวปนทราย หรือดินร่วนทราย ให้ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-80 กิโลกรัมต่อไร่ ตอนปลูกหรือเมื่อพืชมีอายุประมาณ 3 อาทิตย์ (ก่อนออกดอก) คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 23

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-10-30 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 30 % เป็นปุ๋ยเคมีที่แนะนาให้ใช้ในสวนปาล์มโดยเฉพาะ และไม่มีธาตุไนโตรเจนผสมอยู่ใน ผู้ใช้จะต้องทาการวิเคราะห์ดินและใบปาล์มก่อน เพื่อใช้ปุ๋ยเคมีให้ถูกต้องตามผลวิเคราะห์ พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มน้ามันที่ให้ผลผลิตแล้ว หรือมีอายุตั้งแต่ 4 ปี ขึ้นไป

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้

อัตราที่ใช้ขึ้นอยู่กับอายุปาล์มและความอุดมสมบูรณ์ของดินใช้3 ครั้งต่อปี โดยแบ่งใส่ ดังนี้ รอบที่ 1 (พ.ค. – มิ.ย.) 21-0-0 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) 0-10-30 อัตรา 750-1,250 กรัมต่อต้น รอบที่ 2 (ส.ค. – ก.ย.) 21-0-0 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) 0-0-60 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) รอบที่ 3 (ส.ค. – ก.ย.) 21-0-0 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) 0-10-30 อัตรา 750-1,250 กรัมต่อต้น วิธีการใช้ ให้ใส่รอบโคนต้นรัศมีทรงพุ่มใบ และพรวนดินกลบเสียเพื่อป้องกันการชะล้างจากฝน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 24

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-20-20 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 20 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก พืชหัว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชหัว เช่น แห้วจีน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะก่อนแทงช่อดอก จานวนปุ๋ยที่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดต้น ควรใส่ปุ๋ยนี้ให้กับไม้ผลในระยะก่อนออกดอกจะช่วยให้ไม้ผลพัฒนาตาดอกและออกดอกได้ดีขึ้น พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ใส่อัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ โรยข้างแถวปลูกแล้วพรวนกลบหลังปลูก 20-25 วัน พืชผัก ประเภทพริก มะเขือ อาจใส่อัตรา 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ หลังย้ายกล้าปลูกประมาณ 30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 25

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-24-0 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 24 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชไร่ พืชสวน และไม้ดอกไม้ประดับ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ใช้เป็นปุ๋ยเคมีรองพื้นก้นหลุมก่อนปลูกสาหรับไม้ผลทุกชนิด ในอัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้นต่อหลุม โดยโรยบริเวณก้นหลุมแล้วคลุกกับดินก้นหลุม จากนั้นกลบปุ๋ยเคมีด้วยดินหนาประมาณ 3-5 นิ้ว จึงค่อยปลูก ใช้เป็นปุ๋ยเคมีแต่งหน้าไม้ยืนต้น ไม้ผลเกือบทุกชนิด เพื่อเสริมสร้างธาตุอาหารฟอสเฟตในดินให้แก่ต้นไม้ ในระยะเร่งดอกหรือเร่งความเจริญเติบโตของต้น ในอัตรา 2-4 กิโลกรัมต่อต้น หว่านปุ๋ยเคมีเป็นรูปวงแหวนตามรัศมีแนวพุ่มใบ แล้วพรวนดินกลบ สาหรับพืชไร่ แนะนาให้ใช้กับถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ซึ่งปลูกในดินเหนียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-40 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่ครั้งเดียวตอนปลูกหรือหลังปลูก 15-20 วัน โดยโรยข้างแถวแล้วพรวนดินกลบ ถ้าเป็นดินร่วนหรือดินทรายควรใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) อัตรา 5-10 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมไปด้วย ใช้เป็นแม่ปุ๋ย คือผสมกับปุ๋ยเคมีประเภทเชิงเดี่ยวชนิดอื่น ๆ เช่น ปุ๋ยเคมีไนโตรเจน หรือปุ๋ยเคมีโพแทสเซียม เพื่อให้ได้ปุ๋ยเคมีสูตรต่าง ๆ ที่มีสัดส่วนที่เหมาะสมตามความต้องการของเกษตรกรในการนาปุ๋ยเคมีไปผสมเองใช้กับพืชต่าง ๆ แต่ผู้ผสมปุ๋ยเคมีต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องปุ๋ยเคมีและดินพอสมควร คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 26

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-25-25 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 25 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 25 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก พืชหัว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชหัว เช่น แห้วจีน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะก่อนแทงช่อดอก จานวนปุ๋ยเคมีที่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดต้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีนี้ให้กับไม้ผลในระยะก่อนออกดอกจะช่วยให้ไม้ผลพัฒนาตาดอกและออกดอกได้ดีขึ้น พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ โรยข้างแถวปลูกแล้วพรวนกลบหลังปลูก 20-25 วัน พืชผัก ประเภทพริก มะเขือ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ หลังย้ายกล้าปลูกประมาณ 30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 27

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร0-35-0 ชื่อการค้า...........................เครื่องหมายการค้า................... คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ดประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 0 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 35 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % ปริมาณสารเป็นพิษ สารหนู (Arsenic) ไม่เกิน 0.5% พืชที่แนะนาให้ใช้ ใช้กับพืชประเภท ไม้ผล พืชไร่ พืชสวน ไม้ดอกไม้ประดับ และใช้เป็นวัตถุดิบในการผสมปุ๋ย อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ 1. ใช้ปุ๋ยเคมีรองพื้นก้นหลุมก่อนปลูก สาหรับไม้ผลทุกชนิด ในอัตราส่วน 0.5-1 กิโลกรัม /ต้น/หลุม โดย โรยบริเวณก้นหลุมแล้วคลุกกับดินก้นหลุม จากนั้นกลบปุ๋ยเคมีด้วยดินให้หนาประมาณ 3-5 นิ้ว จึงค่อยปลูกพืช 2. ใช้ปุ๋ยเคมีแต่งหน้าไม้ยืนต้น ไม้ผลเกือบทุกชนิด ไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อเสริมธาตุอาหารฟอสเฟตในดินให้แก่ต้นพืช ในระยะเร่งดอกหรือเร่งความเจริญเติบโตของต้น โดยใช้ในอัตรา 0.5-1 กิโลกรัมต่อต้น หว่านปุ๋ยเคมีเป็นรูปวงแหวนตามรัศมีแนวพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ 3. สาหรับพืชไร่ แนะนาให้ใช้กับถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ซึ่งปลูกในดินเหนียว อัตราไร่ละ 25 กิโลกรัม ใส่ครั้งเดียวหลังปลูก 15-20 วัน โดยโรยข้างแถวแล้วพรวนดินกลบ หรือหยอดเป็นหลุมระหว่างหลุมปลูก พร้อมปลูกหรือหลังปลูก 15-20 วัน ถ้าเป็นดินรวน และดินทรายต้องใส่ปุ๋ยเคมี 0-0-60 อัตราไร่ละ 10 กิโลกรัม ร่วมไปด้วย คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร 3-3-30 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 3 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % 28

โพแทชที่ละลายน้า(K2O) 30 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก หลังจากออกดอกและติดผลแล้ว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลือง และถั่วเขียว ใส่ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ตอนปลูกหรือเมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว ภายใน 15-20 วัน หลังจากงอก ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มังคุด ลางสาด ลองกอง มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มรัศมีใบแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 1-2 ครั้ง หลังจากติดผลแล้ว พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกและใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 29

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร3-3-33 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 3 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 33 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก หลังจากออกดอกและติดผลแล้ว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใส่ปุ๋ยเคมี 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลือง และถั่วเขียว ใส่ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ตอนปลูกหรือเมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว ภายใน 15-20 วัน หลังจากงอก ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มังคุด ลางสาด ลองกอง มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มรัศมีใบแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 1-2 ครั้ง หลังจากติดผลแล้ว พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกและใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 30

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร3-3-40 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 3 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 40 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก หลังจากออกดอกและติดผลแล้ว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใส่ปุ๋ยเคมี 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลือง และถั่วเขียว ใส่ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ตอนปลูกหรือเมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว ภายใน 15-20 วัน หลังจากงอก ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มังคุด ลางสาด ลองกอง มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มรัศมีใบแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 1-2 ครั้ง หลังจากติดผลแล้ว พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกและใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 31

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร3-6-12 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 3 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 6 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพรวนดินกลบ หรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 15-20 วัน อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนปนทราย ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดิน ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยประมาณ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่รองพื้นก่อนปลูกหญ้า ในอัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับใส่เป็นปุ๋ยเคมีแต่งหน้า ใส่ อัตรา 5 กิโลกรัมไร่ในระยะเริ่มต้น และหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 32

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร3-8-12 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 3 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 8 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพรวนดินกลบ หรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 15-20 วัน อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนปนทราย ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยสูตรนี้บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดิน ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่ปุ๋ยสูตรนี้รองพื้นก่อนปลูกหญ้า ในอัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับใส่เป็นปุ๋ยแต่งหน้า ใส่ปุ๋ยสูตรนี้ อัตรา 5 กิโลกรัมไร่ ในระยะเริ่มต้น และหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตรนี้อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 33

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร3-9-9 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 3 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 9 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 9 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพรวนดินกลบ หรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 15-20 วัน อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนปนทราย ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยสูตรนี้บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดิน ใช้เมื่อไม้ผล ติดผลแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่ปุ๋ยสูตรนี้รองพื้นก่อนปลูกหญ้า ในอัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับใส่เป็นปุ๋ยแต่งหน้า ใส่ปุ๋ยสูตรนี้ อัตรา 5 กิโลกรัมไร่ ในระยะเริ่มต้น และหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตรนี้อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 34

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร3-9-30 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 3 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 9 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 30 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว หรือมีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป เป็นปุ๋ยเคมีที่แนะนาให้ใช้ในสวนปาล์มโดยเฉพาะ และมีธาตุอาหารไนโตรเจนผสมอยู่ในสูตรนี้ ผู้ใช้ต้องทาการวิเคราะห์ดินและใบปาล์มก่อน เพื่อทราบใช้ปุ๋ยเคมีอัตราธาตุอาหารรับรอง และธาตุอาหารรอง อาหารเสริมต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามผลวิเคราะห์

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้

อัตราที่ใช้ ขึ้นอยู่กับอายุปาล์มและความอุดมสมบูรณ์ของดินใช้3 ครั้งต่อปี โดยแบ่งใส่ ดังนี้ รอบที่ 1 (พ.ค. – มิ.ย.) 21-0-0 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) 3-9-30 อัตรา 750-1,250 กรัมต่อต้น รอบที่ 2 (ส.ค. – ก.ย.) 21-0-0 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) 0-0-60 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) รอบที่ 3 (ส.ค. – ก.ย.) 21-0-0 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) 3-9-30 อัตรา 750-1,250 กรัมต่อต้น วิธีการใช้ ให้ใส่รอบโคนต้นรัศมีทรงพุ่มใบ และพรวนดินกลบเสียเพื่อป้องกันการชะล้างจากฝน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 35

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร3-10-30 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 3 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 30 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว หรือมีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป เป็นปุ๋ยเคมีที่แนะนาให้ใช้ในสวนปาล์มโดยเฉพาะ และมีธาตุอาหารไนโตรเจนผสมอยู่ในสูตรนี้ ผู้ใช้ต้องทาการวิเคราะห์ดินและใบปาล์มก่อน เพื่อทราบใช้ปุ๋ยเคมีอัตราธาตุอาหารรับรอง และธาตุอาหารรอง อาหารเสริมต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามผลวิเคราะห์

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้

อัตราที่ใช้ ขึ้นอยู่กับอายุปาล์มและความอุดมสมบูรณ์ของดินใช้3 ครั้งต่อปี โดยแบ่งใส่ ดังนี้ รอบที่ 1 (พ.ค. – มิ.ย.) 21-0-0 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) 3-9-30 อัตรา 750-1,250 กรัมต่อต้น รอบที่ 2 (ส.ค. – ก.ย.) 21-0-0 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) 0-0-60 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) รอบที่ 3 (ส.ค. – ก.ย.) 21-0-0 (ตามผลวิเคราะห์ใบ) 3-9-30 อัตรา 750-1,250 กรัมต่อต้น วิธีการใช้ ให้ใส่รอบโคนต้นรัศมีทรงพุ่มใบ และพรวนดินกลบเสียเพื่อป้องกันการชะล้างจากฝน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 36

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร3-12-6 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 3 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 12 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 6 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชตระกูลถั่วทุกชนิด เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง และถั่วลันเตา เป็นต้น อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถัวลิสง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยโรยก้นร่องตามแถวปลูก กลบดินบาง ๆ แล้วจึงหยอดเมล็ด หรือหว่านลงไปในพื้นที่ให้ทั่วและสม่าเสมอ พรวนหรือคราดก่อนปลูก 1 วัน หรือโรยข้างแถวปลูกแล้วพูนโคน เมื่อถั่วมีอายุ 15-20 วัน ถั่วลันเตา ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งปุ๋ยเคมีออกเป็น 4 ส่วนท่า ๆ กัน ใส่เป็นระยะดังนี้ ระยะที่ 1 ใส่เมื่อตอนเตรียมดิน โดยคลุกเคล้าไปกับดินในแปลงปลูก ใช้จอบพลิกให้ปุ๋ยเคมีอยู่ข้างล่างในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะที่ 2 ใส่เมื่อต้นถั่วสูงประมาณ 10 เซนติเมตรหรืออายุ 15 วัน หลังปลูก ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านตามร่องถั่วแล้วพรวนดินกลบบาง ๆ ระยะที่ 3 ใส่หลังจากใส่ครั้งที่สองแล้ว 15 วัน ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านตามร่องถั่วแล้วพรวนดินกลบบาง ๆ ระยะที่ 4 ใส่หลังจากใส่ครั้งที่สามแล้ว 15 วัน ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านตามร่องถั่วแล้วพรวนดินกลบบาง ๆ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 37

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร4-0-54 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 4 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 54 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มน้ามัน

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้

เป็นปุ๋ยเคมีที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่3 ปีขึ้นไป หรือต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว โดยใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 ก่อนปาล์มอายุครบ 5 ปี การใส่บารุงต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านลงไปเฉย ๆ วิธีเจาะเป็นรูแล้วใส่ปุ๋ยเคมี และวิธีเจาะเป็นร่องรอบ ๆ โคนต้น รัศมีห่างจากโคนต้นประมาณ 1.5 เมตร โดยมีอัตราที่ใช้และเวลาใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1.5-3.0 กิโลกรัมต่อต้นต่อครั้ง ใส่ปีละสองครั้ง อัตราที่ใช้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและจานวนน้อยหรือมากของผลผลิต คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 38

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร4-3-30 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 4 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 30 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก หลังจากออกดอกและติดผลแล้ว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใส่ปุ๋ยเคมี 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและถั่วเขียว ใส่ปุ๋ยเคมี 20 กิโลกรัมต่อไร่ ตอนปลูกหรือเมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว ภายใน 15-20 วันหลังจากงอก ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มังคุด ลางสาด ลองกอง มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มรัศมีใบ แล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ใน 1 ปีควรใส่ปุ๋ยเคมี 1-2 ครั้ง หลังจากติดผลแล้ว พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วันหลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 39

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร4-10-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 4 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพูนดินกลบ หรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 30-35 วัน อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนทราย ไม่เหมาะกับดินเหนียว ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยสูตรนี้บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดิน ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ยปีละ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่ปุ๋ยสูตรนี้รองพื้นก่อนปลูกหญ้า อัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับการใส่เป็นปุ๋ยแต่งหน้าใส่ปุ๋ยสูตรนี้ อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ ในระยะเริ่มต้นและหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตรนี้อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 40

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร4-12-12 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 4 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 12 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและ ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยสูตรนี้อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูก โดยวิธีเปิดร่องตามแนวปลูก หว่านปุ๋ยกลบดินแล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม่เหมาะกับที่จะใช้กับดินเหนียวจานวนปุ๋ยที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยสูตรนี้บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดิน ในใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ย ปีละ 2-3 ครั้ง หลังจากติดผลแล้ว พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านปุ๋ยให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูก และควรใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้า ในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 41

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร4-12-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 4 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 12 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพูนดินกลบ หรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 30-35 วัน อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนทราย ไม่เหมาะกับดินเหนียว ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยสูตรนี้บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดิน ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ยปีละ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่ปุ๋ยสูตรนี้รองพื้นก่อนปลูกหญ้า อัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับการใส่เป็นปุ๋ยแต่งหน้าใส่ปุ๋ยสูตรนี้ อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ ในระยะเริ่มต้นและหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตรนี้อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 42

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร4-16-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 4 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 16 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรอง มักเนเซียม (MgO) 4 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารเสริม โบรอน (B) 0.06 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ใช้กับต้นยาสูบทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะพันธุ์เวอร์ยิเนีย และเบอร์เลย์ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100-140 กิโลกรัมต่อไร่ หลักจากปลูก 7-10 วัน แต่ในกรณีแบ่งใส่สองครั้ง ควรใส่ครั้งแรกครึ่งหนึ่งภายใน 1 สัปดาห์ และอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือควรใส่ในสัปดาห์ที่ 3-4 หลังจากปลูก โดยอาจแบ่งใส่เป็นสองแถบหรือแถบเดียวข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง โดยทาเป็นร่องเล็ก ๆ ข้างต้นยาสูบตามแถวยาวห่างจากต้น 4-6 นิ้ว หรือจะใส่โดยรอบต้นห่างจากต้นยาสูบ 4-6 นิ้วก็ได้ นอกจากนี้อาจจะต้องใช้ปุ๋ยเคมีเสริมใช้ปุ๋ยเคมีอัตราโพแทสเซียมไนเตรทในอัตรา 12-15 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ภายใน 1 เดือน หลังจากปลูก แต่ไม่ควรเกิน 1 เดือนครึ่ง นอกจากกรณีที่มีฝนตกหนักหรือมีการชะล้างปุ๋ยเคมีมาก คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 43

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร4-18-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 4 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 18 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพูนดินกลบหรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 15-20 วัน หลังจากงอก อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนทราย ไม่เหมาะกับดินเหนียว ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดิน ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ในอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ยปีละ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูกในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สอง หลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่รองพื้นก่อนปลูกหญ้า อัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับการใส่เป็นปุ๋ยแต่งหน้า ใส่ปุ๋ยสูตรนี้ อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ ในระยะเริ่มต้นและหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตรนี้อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 44

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร4-28-0 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 4 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 28 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชผัก ไม้ผล ที่ปลูกในดินเหนียวและดินร่วน อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชผัก เช่น คะน้า ผักกาด กะหล่าปลี และผักกินใบอื่น ๆ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ จะใส่กี่ครั้งขึ้นอยู่กับอายุและประเภทของผักนั้น ๆ ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน เงาะ องุ่น ใส่เมื่อต้นอายุเกิน 3 ปี ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 200-500 กรัมต่อต้น ในปีแรก หรือมากกว่านั้นในปีต่อ ๆ ไป ทั้งนี้แล้วแต่อายุและขนาดของต้นไม้นั้น ๆ ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง ใส่บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 45

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร4-44-0 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 4 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 44 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชผัก ไม้ผล ที่ปลูกในดินเหนียวและดินร่วน อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชผัก เช่น คะน้า ผักกาด กะหล่าปลี และผักกินใบอื่น ๆ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ จะใส่กี่ครั้งขึ้นอยู่กับอายุและประเภทของผักนั้น ๆ ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน เงาะ องุ่น ใส่เมื่อต้นอายุเกิน 3 ปี ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 200-500 กรัมต่อต้น ในปีแรก หรือมากกว่านั้นในปีต่อ ๆ ไป ทั้งนี้แล้วแต่อายุและขนาดของต้นไม้นั้น ๆ ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง ใส่บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 46

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร5-5-10 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 5 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 5 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 10 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ฝ้าย ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฝ้าย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อบารุงลาต้น ใบ ให้เจริญเติบโต แข็งแรง แบ่งใส่สองครั้ง ครั้งแรกรองก้นร่องก่อนปลูก และใส่อีกครั้งในอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรกประมาณ 30-40 วัน ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ให้ใส่ครั้งเดียว โดยใส่ก่อนปลูกพืชหรือเมื่อถั่วมีอายุประมาณ 15-20 วัน หลังจากการกาจัดวัชพืชแล้ว โดยโรยข้างแถวแล้วพูนโคน ในอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ ไม้ผล เช่น องุ่น ลิ้นจี่ ทุเรียน ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง ลาไย กล้วย ใส่บารุงการออกดอกอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีแล้วแต่อายุของผลไม้นั้น ๆ เช่น ส้ม อายุ 3 ปี ควรใส่ครั้งละ 600-1800 กรัมต่อต้น ส้มอายุ 6 ปี ควรใส่ครั้งละ 1200-3500 กรัมต่อต้น ใส่ปุ๋ยเคมีนี้ 2-3 ครั้ง ในอัตรา 4-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยใส่บริเวณทรงพุ่มใบ พืชผัก เช่น ผักกาดหัว หอม กระเทียม มะเขือ พริก กะหล่าดอก กะหล่าปลี น้าเต้า แตงโม ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่สองครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรกใส่ก่อนปลูกโดยหว่านเป็นร่องแล้วพรวนดินกลบ ครั้งที่สองใส่หลังปลูกแล้ว 30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 47

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร5-5-20 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 5 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 5 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ ในดินร่วนปนทรายที่มีธาตุโพแทสเซียมต่าไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล ใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อปรับปรุงคุณภาพของผล หลังจากเริ่มติดผลใหม่ ๆ โดยใส่ทุก 1-2 เดือน ในอัตรา 250-800 กรัมต่อต้น ทั้งนี้ต้องแล้วแต่ขนาดและอายุของต้นไม้นั้น การใส่ปุ๋ยเคมีทุกครั้งจะต้องใส่รอบ ๆ ตามแนวรัศมีพุ่มใบพรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี และตามด้วยการให้น้า ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ หน้าวัว มะลิ เบญจมาศ สร้อยทอง หงอนไก่ โกศล ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่บริเวณรอบ ๆ พุ่มใบของต้นหรือโรยทั้งสองข้างแถว พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมีและตามด้วยการให้น้า คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 48

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร5-6-12 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 5 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 6 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น อ้อย กล้วยต่าง ๆ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว แบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่ปุ๋ย 40-60 กิโลกรัมต่อไร่สาหรับอ้อย ครั้งแรกใส่รองก้นร่อง 100 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สอง ใส่ปุ๋ยอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรก 30-40 วัน ทั้งนี้แล้วแต่อายุของพืชไร่นั้น ๆ จานวนปุ๋ยที่ใช้ก็เช่นเดียวกันต้องพิจารณาถึงความต้องการธาตุอาหารของพืชแต่ละชนิด ซึ่งไม่เหมือนกัน และต้องพิจารณาถึงความหนาแน่นของพืชแต่ละชนิดที่ปลูก ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของดินประกอบด้วย ไม้ผล เช่น องุ่น ลิ้นจี่ ทุเรียน ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง ลาไย กล้วย ใส่หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตและตัดแต่งกิ่งแล้ว ใส่ปุ๋ยบริเวณทรงพุ่มอัตรา 1-5 กิโลกรัมต่อต้น พืชผัก เช่น พริก แตงโม แตงไทย หอม กระเทียม มะเขือต่าง ๆ กะหล่าปลี กะหล่าดอก ผักกาดหัว กะหล่าดอก กะหล่าปลี น้าเต้า แตงโม 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ รองพื้นก่อนปลูก รดน้าให้ชุ่มทิ้งไว้ 7-10 วัน ก่อนลงเมล็ดพันธุ์และควรใส่ปุ๋ยแต่งหน้าอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ในระยะ 25-30 วันหลังจากปลูก คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 49

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร5-13-30 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 5 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 13 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 30 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรอง แมกนีเซียม (MgO) 4 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ต้นยาสูบทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะพันธุ์เวอร์ยิเนีย อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ใช้ปุ๋ยสูตรนี้ 100-140 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากปลูก 7-10 วัน แต่ในกรณีแบ่งใส่ 2 ครั้ง ควรใส่ครั้งแรกครึ่งหนึ่งภายใน 1 สัปดาห์ และอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือควรใส่ในสัปดาห์ที่ 3-4 หลังจากปลูก โดยแบ่งใส่เป็นสองแถบหรือแถบเดียวข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง โดยทาเป็นร่องเล็ก ๆ ข้างต้นยาสูบตามแถวยาวห่างจากต้น 4-6 นิ้ว หรือจะใส่โดยรอบต้นห่างจากต้นยาสูบ 4-6 นิ้วก็ได้ นอกจากนี้ อาจจะต้องใช้ปุ๋ยเสริมโดยใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมไนเตรทในอัตรา 12-15 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ภายใน 1 เดือน หลังจากปลูกแต่ไม่ควรเกิน1 เดือนครึ่ง นอกจากกรณีที่มีฝนตกหนัก หรือมีการชะล้างปุ๋ยมาก คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 50

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร5-15-25 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 5 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 15 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 25 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลือง และถั่วเขียวใช้ปุ๋ยเคมีอัตราสูตรนี้ในอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูกโดยวิธีเปิดร่องตามปลูก โรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม่เหมาะที่จะใช้กับดินเหนียว จานวนของปุ๋ยเคมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น หลังจากติดผลแล้ว ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่ง ๆ ควรใส่ปุ๋ยเคมี 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้ว ในอัตรา 12-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 51

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร5-16-22 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 5 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 16 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 22 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพูนดินกลบหรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 15-20 วัน หลังจากงอก อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนทราย ไม่เหมาะกับดินเหนียว ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยสูตรนี้บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดิน ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ยปีละ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรก รองพื้นก่อนปลูกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่ปุ๋ยสูตรนี้รองพื้นก่อนปลูกหญ้า อัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับการใส่เป็นปุ๋ยแต่งหน้า ใส่ปุ๋ยสูตรนี้ อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ ในระยะเริ่มต้นและหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตรนี้อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 52

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร5-26-0 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 5 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 26 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชผัก ไม้ผล ที่ปลูกในดินเหนียวและดินร่วน อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชผัก เช่น คะน้า ผักกาด กะหล่าปลี และผักกินใบอื่น ๆ ใช้ปุ๋ยเคมีประมาณ 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ จะใส่กี่ครั้งขึ้นอยู่กับอายุและประเภทของผักนั้น ๆ ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน เงาะ องุ่น ใส่เมื่อต้นอายุเกิน 3 ปี ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราประมาณ 200-500 กรัมต่อต้น ในปีแรก หรือมากกว่านั้นในปีต่อ ๆ ไป ทั้งนี้แล้วแต่อายุและขนาดของต้นไม้นั้น ๆ ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณสามครั้ง ใส่บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ไม่แนะนาให้ใข้กับข้าวโพดข้าวฟ่าง เพราะมีไนโตรเจนไม่เพียงพอ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 53

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร5-30-10 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 5 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 30 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 10 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ก่อนออกดอกประมาณ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมี 1 ครั้ง พืชผัก เช่น พริก มะเขือ ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 54

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-3-12 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล ใส่ปุ๋ยบริเวณทรงพุ่ม แล้วพรวนดินกลบปุ๋ยเคมีนั้น ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-6 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือ กะหล่า พริก ไม้ดอกไม้ประดับ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวได้ดีแล้ว แบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยในอัตราเดียวกับครั้งแรก โดยใส่หลังจากครั้งแรก 15-30 วัน อัตราและวิธีการใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้แล้วแต่อายุ ความต้องการของธาตุอาหาร ความหนาแน่นของพืชที่ปลูกและความอุดมสมบูรณ์ของดิน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 55

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-3-30 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 30 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผักหลังออกดอกและติดผลแล้ว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและถั่วเขียว ใส่ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ตอนปลูกหรือเมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว ภายใน 15-20 วัน หลังจากงอก ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มังคุด ลางสาด ลองกอง มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มรัศมีใบแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่ง ๆ ควรใส่ปุ๋ยเคมี 1-2 ครั้ง หลังจากติดผลแล้ว พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้ว ในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 56

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-3-32 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 32 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผักหลังออกดอกและติดผลแล้ว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและถั่วเขียว ใส่ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ตอนปลูกหรือเมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว ภายใน 15-20 วัน หลังจากงอก ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มังคุด ลางสาด ลองกอง มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มรัศมีใบแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่ง ๆ ควรใส่ปุ๋ยเคมี 1-2 ครั้ง หลังจากติดผลแล้ว พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้ว ในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 57

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-4-10 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 4 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 10 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ฝ้าย ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฝ้าย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อบารุงลาต้น ใบ ให้เจริญเติบโต แข็งแรง แบ่งใส่สองครั้ง ครั้งแรกรองก้นร่องก่อนปลูก และใส่อีกครั้งในอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรกประมาณ 30-40 วัน ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ให้ใส่ครั้งเดียว โดยใส่ก่อนปลูกพืชหรือเมื่อถั่วมีอายุประมาณ 15-20 วัน หลังจากการกาจัดวัชพืชแล้ว โดยโรยข้างแถวแล้วพูนโคน ในอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ ไม้ผล เช่น องุ่น ลิ้นจี่ ทุเรียน ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง ลาไย กล้วย ใส่บารุงการออกดอกอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีแล้วแต่อายุของผลไม้นั้น ๆ เช่น ส้ม อายุ 3 ปี ควรใส่ครั้งละ 600-1800 กรัมต่อต้น ส้มอายุ 6 ปี ควรใส่ครั้งละ 1200-3500 กรัมต่อต้น ใส่ปุ๋ยเคมีนี้ 2-3 ครั้ง ในอัตรา 4-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยใส่บริเวณทรงพุ่มใบ พืชผัก เช่น ผักกาดหัว หอม กระเทียม มะเขือ พริก กะหล่าดอก กะหล่าปลี น้าเต้า แตงโม ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่สองครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรกใส่ก่อนปลูกโดยหว่านเป็นร่องแล้วพรวนดินกลบ ครั้งที่สองใส่หลังปลูกแล้ว 30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 58

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-4-12 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 4 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ฝ้าย ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฝ้าย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อบารุงลาต้น ใบ ให้เจริญเติบโต แข็งแรง แบ่งใส่สองครั้ง ครั้งแรกรองก้นร่องก่อนปลูก และใส่อีกครั้งในอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรกประมาณ 30-40 วัน ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ให้ใส่ครั้งเดียว โดยใส่ก่อนปลูกพืชหรือเมื่อถั่วมีอายุประมาณ 15-20 วัน หลังจากการกาจัดวัชพืชแล้ว โดยโรยข้างแถวแล้วพูนโคน ในอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ ไม้ผล เช่น องุ่น ลิ้นจี่ ทุเรียน ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง ลาไย กล้วย ใส่บารุงการออกดอกอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีแล้วแต่อายุของผลไม้นั้น ๆ เช่น ส้ม อายุ 3 ปี ควรใส่ครั้งละ 600-1800 กรัมต่อต้น ส้มอายุ 6 ปี ควรใส่ครั้งละ 1200-3500 กรัมต่อต้น ใส่ปุ๋ยเคมีนี้ 2-3 ครั้ง ในอัตรา 4-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยใส่บริเวณทรงพุ่มใบ พืชผัก เช่น ผักกาดหัว หอม กระเทียม มะเขือ พริก กะหล่าดอก กะหล่าปลี น้าเต้า แตงโม ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่สองครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรกใส่ก่อนปลูกโดยหว่านเป็นร่องแล้วพรวนดินกลบ ครั้งที่สองใส่หลังปลูกแล้ว 30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 59

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-6-12 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 6 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ฝ้าย ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฝ้าย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อบารุงลาต้น ใบ ให้เจริญเติบโต แข็งแรง แบ่งใส่สองครั้ง ครั้งแรกรองก้นร่องก่อนปลูก และใส่อีกครั้งในอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรกประมาณ 30-40 วัน ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ให้ใส่ครั้งเดียว โดยใส่ก่อนปลูกพืชหรือเมื่อถั่วมีอายุประมาณ 15-20 วัน หลังจากการกาจัดวัชพืชแล้ว โดยโรยข้างแถวแล้วพูนโคน ในอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ ไม้ผล เช่น องุ่น ลิ้นจี่ ทุเรียน ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง ลาไย กล้วย ใส่บารุงการออกดอกอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีแล้วแต่อายุของผลไม้นั้น ๆ เช่น ส้ม อายุ 3 ปี ควรใส่ครั้งละ 600-1800 กรัมต่อต้น ส้มอายุ 6 ปี ควรใส่ครั้งละ 1200-3500 กรัมต่อต้น ใส่ปุ๋ยเคมีนี้ 2-3 ครั้ง ในอัตรา 4-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยใส่บริเวณทรงพุ่มใบ พืชผัก เช่น ผักกาดหัว หอม กระเทียม มะเขือ พริก กะหล่าดอก กะหล่าปลี น้าเต้า แตงโม ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่สองครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรกใส่ก่อนปลูกโดยหว่านเป็นร่องแล้วพรวนดินกลบ ครั้งที่สองใส่หลังปลูกแล้ว 30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 60

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-10-18 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 18 % พืชที่แนะนาให้ใช้ แปลงเพาะกล้ายาสูบทั่วไป อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ใช้ปุ๋ยสูตรนี้ในอัตรา 2-6 กิโลกรัมต่อแปลงเพาะมาตรฐาน 11 ตารางเมตร โดยหว่านลงในแปลงให้ทั่ว อาจแบ่งปุ๋ยใส่ทีละครึ่งแปลง โดยหว่านให้ทั่วทั้งครึ่งที่แบ่งไว้ และที่เหลือก็ใส่ครึ่งแปลงให้ทั่วเช่นกัน เมื่อหว่านแล้วให้กลบปุ๋ยลงในแปลงเพาะทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง โดยใช้ไม้พายแซะเข้าไปในดิน แล้วกลับปุ๋ยลงไปข้างล่าง เอาดินล่างขึ้นข้างบน เมื่อกลบปุ๋ยแล้ว ควรหว่านเมล็ดยาสูบเลย หรือไม่ควรเว้นไว้เกิน 2-3 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 61

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-12-18 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 12 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 18 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรอง มักเนเซียม (MgO) 4 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารเสริม โบรอน (B) 0.05 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ต้นยาสูบทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะพันธุ์เวอร์ยิเนีย อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ใช้ปุ๋ยสูตรนี้ 100-140 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากปลูก 7-10 วัน แต่ในกรณีแบ่งใส่ 2 ครั้ง ควรใส่ครั้งแรกครึ่งหนึ่งภายใน 1 สัปดาห์ และอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือควรใส่ในสัปดาห์ที่ 3-4 หลังจากปลูก โดยแบ่งใส่เป็นสองแถบหรือแถบเดียวข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง โดยทาเป็นร่องเล็ก ๆ ข้างต้นยาสูบตามแถวยาวห่างจากต้น 4-6 นิ้ว หรือจะใส่โดยรอบต้นห่างจากต้นยาสูบ 4-6 นิ้วก็ได้ นอกจากนี้ อาจจะต้องใช้ปุ๋ยเสริมโดยใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมไนเตรทในอัตรา 12-15 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ภายใน 1 เดือน หลังจากปลูกแต่ไม่ควรเกิน 1.5 เดือน นอกจากกรณีที่มีฝนตกหนัก หรือมีการชะล้างปุ๋ยมาก คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 62

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-12-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 12 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราสูตรนี้ในอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพูนดินกลบ หรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 30-35 วัน อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนทราย ไม่เหมาะกับดินเหนียว ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดิน ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีปีละ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่รองพื้นก่อนปลูกหญ้า อัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับการใส่เป็นปุ๋ยเคมีแต่งหน้า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ในระยะเริ่มต้นและหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 63

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-15-28 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 15 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 28 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรอง มักเนเซียม (MgO) 4 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารเสริม โบรอน (B) 0.06 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ต้นยาสูบทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะพันธุ์เวอร์ยิเนีย และเบอร์เลย์ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ใช้ปุ๋ยสูตรนี้ 100-140 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากปลูก 7-10 วัน แต่ในกรณีแบ่งใส่ 2 ครั้ง ควรใส่ครั้งแรกครึ่งหนึ่งภายใน 1 สัปดาห์ และอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือควรใส่ในสัปดาห์ที่ 3-4 หลังจากปลูก โดยแบ่งใส่เป็นสองแถบหรือแถบเดียวข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง โดยทาเป็นร่องเล็ก ๆ ข้างต้นยาสูบตามแถวยาวห่างจากต้น 4-6 นิ้ว หรือจะใส่โดยรอบต้นห่างจากต้นยาสูบ 4-6 นิ้วก็ได้ นอกจากนี้ อาจจะต้องใช้ปุ๋ยเสริมโดยใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมไนเตรทในอัตรา 12-15 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ภายใน 1 เดือน หลังจากปลูกแต่ไม่ควรเกิน 1.5 เดือน นอกจากกรณีที่มีฝนตกหนัก หรือมีการชะล้างปุ๋ยมาก คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 64

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-16-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 16 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรอง มักเนเซียม (MgO) 4 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารเสริม โบรอน (B) 0.06 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ต้นยาสูบทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะพันธุ์เวอร์ยิเนีย อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100-140 กิโลกรัมต่อไร่ หลักจากปลูก 7-10 วัน แต่ในกรณีแบ่งใส่สองครั้ง ควรใส่ครั้งแรกครึ่งหนึ่งภายใน 1 สัปดาห์ และอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือควรใส่ในสัปดาห์ที่ 3-4 หลังจากปลูก โดยอาจแบ่งใส่เป็นสองแถบหรือแถบเดียวข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง โดยทาเป็นร่องเล็ก ๆ ข้างต้นยาสูบตามแถวยาวห่างจากต้น 4-6 นิ้ว หรือจะใส่โดยรอบต้นห่างจากต้นยาสูบ 4-6 นิ้วก็ได้ นอกจากนี้อาจจะต้องใช้ปุ๋ยเคมีเสริมใช้ปุ๋ยเคมีอัตราโพแทสเซียมไนเตรทในอัตรา 12-15 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ภายใน 1 เดือน หลังจากปลูก แต่ไม่ควรเกิน 1 เดือนครึ่ง นอกจากกรณีที่มีฝนตกหนักหรือมีการชะล้างปุ๋ยเคมีมาก คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 65

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-18-12 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 18 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชตระกูลถั่วทุกชนิด อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ใส่ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหยอดก้นหลุม หรือก้นร่องตามแถวปลูก กลบดินบาง ๆ แล้วจึงหยอดเมล็ด หรือหว่านลงไปในพื้นที่ให้ทั่วและสม่าเสมอพรวนหรือคราดก่อนปลูก 1 วัน ถั่วลันเตา ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งปุ๋ยเคมีออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน ใส่เป็นระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ใส่เมื่อตอนเตรียมดิน โดยคลุกเคล้าไปกับดินในแปลงปลูก ใช้จอบพลิกให้ปุ๋ยเคมีอยู่ข้างล่างในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะที่ 2 ใส่เมื่อต้นถั่วสูงประมาณ 10 เซนติเมตร หรืออายุ 15 วันหลังปลูกในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านตามร่องถั่วแล้วพรวนดินกลบบาง ๆ ระยะที่ 3 ใส่หลังจากใส่ครั้งที่สองแล้ว 20 วัน ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านตามร่องถั่วแล้วพรวนดินกลบบาง ๆ ระยะที่ 4 ใส่หลังจากใส่ครั้งที่สามแล้ว 20 วัน ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านตามร่องถั่วแล้วพรวนดินกลบบาง ๆ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 66

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-18-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 18 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรอง มักเนเซียม (MgO) 4 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารเสริม โบรอน (B) 0.06 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ต้นยาสูบทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะพันธุ์เวอร์ยิเนีย อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100-140 กิโลกรัมต่อไร่ หลักจากปลูก 7-10 วัน แต่ในกรณีแบ่งใส่สองครั้ง ควรใส่ครั้งแรกครึ่งหนึ่งภายใน 1 สัปดาห์ และอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือควรใส่ในสัปดาห์ที่ 3-4 หลังจากปลูก โดยอาจแบ่งใส่เป็นสองแถบหรือแถบเดียวข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง โดยทาเป็นร่องเล็ก ๆ ข้างต้นยาสูบตามแถวยาวห่างจากต้น 4-6 นิ้ว หรือจะใส่โดยรอบต้นห่างจากต้นยาสูบ 4-6 นิ้วก็ได้ นอกจากนี้อาจจะต้องใช้ปุ๋ยเคมีเสริมใช้ปุ๋ยเคมีอัตราโพแทสเซียมไนเตรทในอัตรา 12-15 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ภายใน 1 เดือน หลังจากปลูก แต่ไม่ควรเกิน 1 เดือนครึ่ง นอกจากกรณีที่มีฝนตกหนักหรือมีการชะล้างปุ๋ยเคมีมาก คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 67

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร6-18-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 6 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 18 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยนี้บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ใช้เมื่อไม้ผลติดลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 0.5-1 กิโลกรัมต่อต้นขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ยอีกหนึ่งครั้งเมื่อไม้ผลติดลูกแล้วประมาณ 2-3 เดือนในอัตรา 0.5-1 กิโลกรัมต่อต้น พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่ปุ๋ยสูตรนี้รองพื้นก่อนปลูกหญ้า อัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับการใส่เป็นปุ๋ยแต่งหน้าใส่ปุ๋ยสูตรนี้ อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ ในระยะเริ่มต้นและหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตรนี้อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 68

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร7-3-11 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 7 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 11 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล ใส่ปุ๋ยบริเวณทรงพุ่ม แล้วพรวนดินกลบปุ๋ยเคมีนั้น ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-6 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือ กะหล่า พริก ไม้ดอกไม้ประดับ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวได้ดีแล้ว แบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยในอัตราเดียวกับครั้งแรก โดยใส่หลังจากครั้งแรก 15-30 วัน อัตราและวิธีการใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้แล้วแต่อายุ ความต้องการของธาตุอาหาร ความหนาแน่นของพืชที่ปลูกและความอุดมสมบูรณ์ของดิน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 69

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร7-7-7 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 7 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 7 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 7 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรก 30-40 วัน ทั้งนี้แล้วแต่อายุของพืชไร่นั้น ๆ จานวนปุ๋ยเคมีที่ใช้ก็เช่นเดียวกันต้องพิจารณาถึงความต้องการของธาตุอาหารของพืชแต่ละชนิดที่ปลูก ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของดินประกอบด้วย ไม้ผล ใช้ได้กับไม้ผลทุกชนิด ระยะที่เหมาะสมในการใช้ ควรใส่เพื่อเป็นการบารุงโดยทั่วไป คือ ใส่ระยะที่ไม้ผลยังไม่ออกดอกครั้งหนึ่ง และใส่เพื่อเป็นการบารุงผลอีกครั้งหนึ่ง เมื่อไม้ผลติดลูกขนาดผลเท่าหัวแม่มือแล้ว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราต่อต้นนั้น ให้ถือหลักอายุและความเจริญเติบโตของต้นไม้เป็นหลักในการใส่ ส้มอายุ 5 ปี ควรใส่ครั้งละ 500-800 กรัม เป็นต้น คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 70

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร7-7-11 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 7 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 7 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 11 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใส่ปุ๋ยเคมี 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรก 30-40 วัน ทั้งนี้แล้วแต่อายุของพืชไร่นั้น ๆ จานวนปุ๋ยเคมีที่ใช้ก็เช่นเดียวกันต้องพิจารณาถึงความต้องการของธาตุอาหารของพืชแต่ละชนิดที่ปลูก ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของดินประกอบด้วย ไม้ผล ใช้ได้กับไม้ผลทุกชนิด ระยะที่เหมาะสมในการใช้ ควรใส่เพื่อเป็นการบารุงโดยทั่วไป คือ ใส่ระยะที่ไม้ผลยังไม่ออกดอกครั้งหนึ่ง และใส่เพื่อเป็นการบารุงผลอีกครั้งหนึ่ง เมื่อไม้ผลติดลูกขนาดผลเท่าหัวแม่มือแล้ว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราต่อต้นนั้น ให้ถือหลักอายุและความเจริญเติบโตของต้นไม้เป็นหลักในการใส่ ส้มอายุ 5 ปี ควรใส่ครั้งละ 500-800 กรัม เป็นต้น คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 71

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร7-9-9 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 7 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 9 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 9 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรก 30-40 วัน ทั้งนี้แล้วแต่อายุของพืชไร่นั้น ๆ จานวนปุ๋ยเคมีที่ใช้ก็เช่นเดียวกันต้องพิจารณาถึงความต้องการของธาตุอาหารของพืชแต่ละชนิดที่ปลูก ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของดินประกอบด้วย ไม้ผล ใช้ได้กับไม้ผลทุกชนิด ระยะที่เหมาะสมในการใช้ ควรใส่เพื่อเป็นการบารุงโดยทั่วไป คือ ใส่ระยะที่ไม้ผลยังไม่ออกดอกครั้งหนึ่ง และใส่เพื่อเป็นการบารุงผลอีกครั้งหนึ่ง เมื่อไม้ผลติดลูกขนาดผลเท่าหัวแม่มือแล้ว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราต่อต้นนั้น ให้ถือหลักอายุและความเจริญเติบโตของต้นไม้เป็นหลักในการใส่ ส้มอายุ 5 ปี ควรใส่ครั้งละ 500-800 กรัม เป็นต้น คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 72

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร7-14-21 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 7 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 14 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 21 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพูนดินกลบหรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 15-20 วัน หลังจากงอก อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนทราย ไม่เหมาะกับดินเหนียว ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดิน ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีปีละ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรก รองพื้นก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่รองพื้นก่อนปลูกหญ้า ในอัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับการใส่เป็นปุ๋ยแต่งหน้า ใส่ อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ในระยะเริ่มต้นและหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 73

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-0-17 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 17 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชผัก พืชหัว ไม้ผล โดยใช้ร่วมกับแม่ปุ๋ยฟอสเฟต อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชผักและพืชหัว เช่น กะหล่าปลี กะหล่าดอก กะหล่าปม บร็อคโคลี พริก มะระ หอมหัวใหญ่ กระเทียม มันฝรั่ง มันเทศ และแครอท ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่ทุก ๆ 10-15 วัน จนกว่าจะเก็บผลผลิตได้ ไม้ผล เช่น ส้ม องุ่น พุทรา ทุเรียน ชมพู่ ส้ม เงาะ ทุเรียน และละมุด ใช้หว่านตามแนวรัศมีทรงพุ่ม แบ่งใส่ 2 ครั้ง ๆ ละ 400 กรัมต่อต้น ครั้งแรกใส่เมื่อติดผลแล้ว 15 วัน ครั้งที่สองใส่หลังจากครั้งแรก 20 วัน ครั้งที่ 3 ใส่หลังจากครั้งที่สอง 30 วัน องุ่น พุทรา และชมพู่ ใช้หว่านตามแนวรัศมีทรงพุ่ม แบ่งใส่ 2 ครั้ง ๆ ละ 100-200 กรัมต่อต้น ใส่ครั้งแรกเมื่อติดผลแล้ว 15-20 วัน ครั้งที่สองใส่หลังจากครั้งแรก 20-30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 74

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-3-45 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 45 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก หลังจากออกดอกและติดผลแล้ว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ ถั่วเหลือง ถั่วเขียวใส่ปุ๋ยนี้ในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ตอนปลูกหรือเมื่อพืชตั้งตัวดีแล้วภายใน 15-20 วันหลังจากงอก อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนทราย ไม่เหมาะกับดินเหนียว ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยสูตรนี้บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ยปีละ 1-2 ครั้งหลังจากติดผลแล้ว พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ก่อนปลูกควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบ จึงค่อยปลูกพืช ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-30 วัน ควรใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) อัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลง คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 75

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-4-8 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 4 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 8 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผลและพืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่ม แล้วพรวนดินกลบปุ๋ยเคมีนั้น ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง พืชผัก ใส่เมื่อพืชตั้งตัวได้ดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-120 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีเดียวกับครั้งแรก โดยใส่หลังจากครั้งแรก 15-30 วัน อัตราและวิธีการใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้แล้วแต่อายุ ความต้องการของธาตุอาหาร ความหนาแน่นของพืชที่ปลูกและความอุดมสมบูรณ์ของดิน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 76

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-5-8 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 5 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 8 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผลและพืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่ม แล้วพรวนดินกลบปุ๋ยเคมีนั้น ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง พืชผัก ใส่เมื่อพืชตั้งตัวได้ดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-120 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีเดียวกับครั้งแรก โดยใส่หลังจากครั้งแรก 15-30 วัน อัตราและวิธีการใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้แล้วแต่อายุ ความต้องการของธาตุอาหาร ความหนาแน่นของพืชที่ปลูกและความอุดมสมบูรณ์ของดิน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 77

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-8-8 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 8 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 8 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรก 30-40 วัน ทั้งนี้แล้วแต่อายุของพืชไร่นั้น ๆ จานวนปุ๋ยเคมีที่ใช้ก็เช่นเดียวกันต้องพิจารณาถึงความต้องการของธาตุอาหารของพืชแต่ละชนิดที่ปลูก ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของดินประกอบด้วย ไม้ผล ใช้ได้กับไม้ผลทุกชนิด ระยะที่เหมาะสมในการใช้ ควรใส่เพื่อเป็นการบารุงโดยทั่วไป คือ ใส่ระยะที่ไม้ผลยังไม่ออกดอกครั้งหนึ่ง และใส่เพื่อเป็นการบารุงผลอีกครั้งหนึ่ง เมื่อไม้ผลติดลูกขนาดผลเท่าหัวแม่มือแล้ว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราต่อต้นนั้น ให้ถือหลักอายุและความเจริญเติบโตของต้นไม้เป็นหลักในการใส่ ส้มอายุ 5 ปี ควรใส่ครั้งละ 500-800 กรัม เป็นต้น คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 78

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-8-9 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 8 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 9 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรก 30-40 วัน ทั้งนี้แล้วแต่อายุของพืชไร่นั้น ๆ จานวนปุ๋ยเคมีที่ใช้ก็เช่นเดียวกันต้องพิจารณาถึงความต้องการของธาตุอาหารของพืชแต่ละชนิดที่ปลูก ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของดินประกอบด้วย ไม้ผล ใช้ได้กับไม้ผลทุกชนิด ระยะที่เหมาะสมในการใช้ ควรใส่เพื่อเป็นการบารุงโดยทั่วไป คือ ใส่ระยะที่ไม้ผลยังไม่ออกดอกครั้งหนึ่ง และใส่เพื่อเป็นการบารุงผลอีกครั้งหนึ่ง เมื่อไม้ผลติดลูกขนาดผลเท่าหัวแม่มือแล้ว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราต่อต้นนั้น ให้ถือหลักอายุและความเจริญเติบโตของต้นไม้เป็นหลักในการใส่ ส้มอายุ 5 ปี ควรใส่ครั้งละ 500-800 กรัม เป็นต้น คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 79

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-8-12 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 8 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ดอกไม้ประดับ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ดอกและไม้ประดับ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวได้แล้วแบ่งใส่สองครั้ง ครั้งที่หนึ่งใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ โดยวิธีโรยข้างแถว ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับครั้งแรก โดยใส่หลังจากครั้งแรก 15-30 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว สาหรับปลูกในกระถางให้ใช้ 15-30 กรัมต่อกระถาง คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 80

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-8-14 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 8 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 14 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น อ้อย ที่ปลูกในดินเหนียว ร่วนเหนียว มีความสมบูรณ์สูง ไม่เหมาะที่จะใช้กับอ้อยที่ปลูกในดินที่มีความสมบูรณ์ต่า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ดังนี้ อ้อยปลูก แบ่งใส่ 2 ครั้งเท่า ๆ กัน คือ 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรกต้นฤดูฝน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ในเขตชลประทาน ครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) อัตรา 20-40 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ควรใส่ปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ และต้องพรวนดินกลบปุ๋ยเคมี ไม้ผล เช่น ส้ม องุ่น เงาะ ทุเรียน ลิ้นจี่ ลาไย ลางสาด มังคุด มะม่วง มะพร้าว กล้วย ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ใช้เมื่อไม้ผลติดลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ให้ปุ๋ยเคมีสูตรนี้ทุก ๆ 2 เดือน จนกว่าจะเก็บผลได้ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น พืชผัก เช่น แตงต่าง ๆ หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกันกับพืชไร่ สาหรับระยะการใส่ครั้งที่สอง ควรใส่ 15-30 วันหลังจากใส่ครั้งแรก คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 81

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-10-32 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 32 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มน้ามัน อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ เป็นปุ๋ยเคมีที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป การใส่บารุงต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านลงไปรอบ ๆ โคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 3-5 กิโลกรัมต่อต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของต้น โดยแบ่งใส่ปุ๋ยเคมีปีละสองครั้ง หว่านรอบ ๆ ต้นตามแนวพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ และตามด้วยการให้น้า คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 82

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-11-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 11 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้วโดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพูนดินกลบ หรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 30-35 วัน อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทราย หรือดินร่วนทราย ไม่เหมาะกับดินเหนียว ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีปีละ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องและพรวนดินกลบ แล้วจึงปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่รองพื้นก่อนการปลูกหญ้า อัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับการใส่ปุ๋ยเคมีแต่งหน้า ใส่ อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ในระยะเริ่มต้นและหลังปลูก 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 83

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-12-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 12 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-50 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้วโดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพูนดินกลบ หรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 30-35 วัน อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทราย หรือดินร่วนทราย ไม่เหมาะกับดินเหนียว ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีปีละ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยหว่านบนร่องและพรวนดินกลบ แล้วจึงปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลง หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่รองพื้นก่อนการปลูกหญ้า อัตรา 50-70 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับการใส่ปุ๋ยเคมีแต่งหน้า ใส่ อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ในระยะเริ่มต้นและหลังปลูก 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 84

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-16-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 16 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรอง มักเนเซียม (MgO) 4 % ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารเสริม โบรอน (B) 0.06 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ต้นยาสูบทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะพันธุ์เวอร์ยิเนีย อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100-140 กิโลกรัมต่อไร่ หลักจากปลูก 7-10 วัน แต่ในกรณีแบ่งใส่สองครั้ง ควรใส่ครั้งแรกครึ่งหนึ่งภายใน 1 สัปดาห์ และอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือควรใส่ในสัปดาห์ที่ 3-4 หลังจากปลูก โดยอาจแบ่งใส่เป็นสองแถบหรือแถบเดียวข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง โดยทาเป็นร่องเล็ก ๆ ข้างต้นยาสูบตามแถวยาวห่างจากต้น 4-6 นิ้ว หรือจะใส่โดยรอบต้นห่างจากต้นยาสูบ 4-6 นิ้วก็ได้ นอกจากนี้อาจจะต้องใช้ปุ๋ยเคมีเสริมใช้ปุ๋ยเคมีอัตราโพแทสเซียมไนเตรทในอัตรา 12-15 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ภายใน 1 เดือน หลังจากปลูก แต่ไม่ควรเกิน 1 เดือนครึ่ง นอกจากกรณีที่มีฝนตกหนักหรือมีการชะล้างปุ๋ยเคมีมาก คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 85

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-20-5 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 20 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 5 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มน้ามันและไม้ผล ในช่วงที่ต้องการให้ออกดอกอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างที่ไม้ผลหรือต้นปาล์มน้ามันติดดอกออกผล อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ หว่านรอบทรงพุ่มโดยแบ่งใส่เป็น 2-3 ครั้ง ๆ ละ 500 กรัมต่อต้นต่อ 2 เดือน ครั้งแรกใส่ในระยะเริ่มผลิดอก ครั้งที่สองและครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งแรก 1 เดือน และ 2 เดือน ตามลาดับ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 86

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-20-20 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 20 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและ ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว หรือใส่เมื่อพืชมีอายุ 15-20 วันหลังงอก หรือใส่ทั้งหมดก่อนปลูก โดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูก โรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด เหมาะจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนปนทราย ไม่ควรใช้กับดินเหนียว จานวนปุ๋ยเคมีที่จะใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม เงาะ ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ใส่เมื่อติดผลแล้ว พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกและใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้ว ในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 87

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-21-32 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 21 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 32 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ใส่ปุ๋ยเคมี 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลือง และถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-40 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูก โดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูก โรยปุ๋ยเคมีกลบดินแล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม้ผลและไม้ยืนต้น เช่น เงาะ ส้ม ทุเรียน ลาไย มังคุด น้อยหน่า ขนุน องุ่น พุทรา กาแฟ มะพร้าว ยางพารา พืชยังไม่ให้ผล ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 200-400 กรัมต่อต้นต่อปี แบ่งใส่ 2-3 ครั้ง แล้วแต่สภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นเกณฑ์ พืชที่ให้ผลแล้ว ใส่อัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี หลังจากติดผลแล้วขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 2-3 ครั้ง การใช้ให้ใส่แนวรัศมีพุ่มใบ อย่าให้กระเทือนรากมาก พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง หว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 88

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-24-24 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 24 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูก โดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูก โรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม่เหมาะที่จะใช้กับดินเหนียว จานวนปุ๋ยเคมีที่จะใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ในใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมี 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 89

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร8-26-26 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 26 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 26 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูก โดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูก โรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม่เหมาะที่จะใช้กับดินเหนียว จานวนปุ๋ยเคมีที่จะใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ในใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมี 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 90

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-3-9 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 9 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผลและพืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่ม แล้วพรวนดินกลบปุ๋ยเคมีนั้น ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง พืชผัก ใส่เมื่อพืชตั้งตัวได้ดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-120 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีเดียวกับครั้งแรก โดยใส่หลังจากครั้งแรก 15-30 วัน อัตราและวิธีการใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้แล้วแต่อายุ ความต้องการของธาตุอาหาร ความหนาแน่นของพืชที่ปลูกและความอุดมสมบูรณ์ของดิน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 91

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-3-12 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 12 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผลและพืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่ม แล้วพรวนดินกลบปุ๋ยเคมีนั้น ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง พืชผัก ใส่เมื่อพืชตั้งตัวได้ดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-120 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีเดียวกับครั้งแรก โดยใส่หลังจากครั้งแรก 15-30 วัน อัตราและวิธีการใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้แล้วแต่อายุ ความต้องการของธาตุอาหาร ความหนาแน่นของพืชที่ปลูกและความอุดมสมบูรณ์ของดิน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 92

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-3-18 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 18 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น เงาะ ทุเรียน ลิ้นจี่ ลาไย มะม่วง มังคุด น้อยหน่า องุ่น ส้ม ลางสาด มะพร้าว ขนุน ใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อปรับปรุงคุณภาพของผล หลังจากเริ่มติดผลใหม่ ๆ โดยใส่ทุก 1-2 เดือน ในอัตรา 250-800 กรัมต่อต้น ทั้งนี้ต้องแล้วแต่ขนาดและอายุของต้นไม้นั้นที่ปลูก การใส่ปุ๋ยเคมีทุกครั้งจะต้องใส่รอบ ๆ ตามแนวรัศมีพุ่มใบ พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี ตามด้วยการให้น้า พืชผัก เช่น หอม กระเทียม แตงต่าง ๆ มะเขือเทศ ผักกาดหัว ผักกินหัว และพืชอื่น ๆ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับการใช้แบ่งใส่สองครั้ง การใส่ ครั้งที่สองควรใส่หลังจากครั้งแรก 20-30 วัน ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ หน้าวัว มะลิ เบญจมาศ สร้อยทอง หงอนไก่ โกศล ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่รอบ ๆ บริเวณ พุ่มใบของต้นหรือโรยทั้งสองข้างแถว พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมีและตามด้วยการให้น้า คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 93

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-4-9 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 4 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 9 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชตระกูลปาล์ม อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ อายุ 1 ปี ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 300 กรัมต่อต้นต่อครั้ง โดยใส่รอบโคนต้นรัศมี 30 เซนติเมตร พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมีแล้วตามด้วยการให้น้า ให้ปุ๋ยเคมีในอัตราดังกล่าวทุก 3 เดือน อายุ 2-4 ปี ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 700 กรัมต่อต้นต่อครั้ง โดยใส่รอบโคนต้นรัศมี 1.5-2 เมตร พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมีแล้วตามด้วยการให้น้า ให้ปุ๋ยเคมีในอัตราดังกล่าวทุก 3 เดือน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 94

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-5-9 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 5 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 9 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชตระกูลปาล์ม อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ อายุ 1 ปี ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 300 กรัมต่อต้นต่อครั้ง โดยใส่รอบโคนต้นรัศมี 30 เซนติเมตร พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมีแล้วตามด้วยการให้น้า ให้ปุ๋ยเคมีในอัตราดังกล่าวทุก 3 เดือน อายุ 2-4 ปี ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 700 กรัมต่อต้นต่อครั้ง โดยใส่รอบโคนต้นรัศมี 1.5-2 เมตร พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมีแล้วตามด้วยการให้น้า ให้ปุ๋ยเคมีในอัตราดังกล่าวทุก 3 เดือน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 95

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-9-3 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 9 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 3 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ฝ้าย ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฝ้าย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-60 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อบารุงลาต้น ใบ ให้เจริญเติบโต แข็งแรง แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกรองก้นร่องก่อนปลูก และใส่อีกครั้งในอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรกประมาณ 30-40 วัน ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ให้ใส่ครั้งเดียว โดยใส่ก่อนปลูกพืช หรือเมื่อถั่วมีอายุประมาณ 15-20 วัน หลังจากการกาจัดวัชพืชแล้ว โดยโรยข้างแถวแล้วพูนโคน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-60 กิโลกรัมต่อไร่ ไม้ผล เช่น องุ่น ลิ้นจี่ ทุเรียน ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง ลาไย กล้วย ใส่บารุงการออกดอก อัตราการใส่ปุ๋ยแล้วแต่อายุของผลไม้นั้น ๆ เช่น ส้ม อายุ 3 ปี ควรใส่ ครั้งละ 500 – 1,000 กรัมต่อต้น ส้มอายุ 6 ปี ควรใส่ครั้งละ 1-2 กิโลกรัมต่อต้น ใส่ปุ๋ยนี้ 2-3 ครั้ง ใส่อัตรา 3-5 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยใส่บริเวณทรงพุ่มใบ พืชผัก เช่น ผักกาดหัว หอม กระเทียม มะเขือ พริก กะหล่าดอก กะหล่าปลี น้าเต้า แตงโม ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-60 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่ก่อนปลูกโดยหว่านเป็นร่องแล้วพรวนดินกลบ ครั้งที่สองใส่หลังจากการปลูกแล้ว 30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 96

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-9-9 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 9 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 9 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรก 30-40 วัน ทั้งนี้แล้วแต่อายุของพืชไร่นั้น ๆ จานวนปุ๋ยเคมีที่ใช้ก็เช่นเดียวกันต้องพิจารณาถึงความต้องการของธาตุอาหารของพืชแต่ละชนิดที่ปลูก ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของดินประกอบด้วย ไม้ผล ใช้ได้กับไม้ผลทุกชนิด ระยะที่เหมาะสมในการใช้ ควรใส่เพื่อเป็นการบารุงโดยทั่วไป คือ ใส่ระยะที่ไม้ผลยังไม่ออกดอกครั้งหนึ่ง และใส่เพื่อเป็นการบารุงผลอีกครั้งหนึ่ง เมื่อไม้ผลติดลูกขนาดผลเท่าหัวแม่มือแล้ว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราต่อต้นนั้น ให้ถือหลักอายุและความเจริญเติบโตของต้นไม้เป็นหลักในการใส่ ส้มอายุ 5 ปี ควรใส่ครั้งละ 500-800 กรัม เป็นต้น คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 97

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-18-33 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 18 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 33 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-35 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพูนดินกลบหรือใส่เมื่อพืชอายุ 20-25 วัน หรือก่อนพืชออกดอก อัตราที่ใส่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรจะใช้กับดินทรายหรือดินร่วนทราย ไม่เหมาะใช้กับดินเหนียว ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ใช้เมื่อไม้ผลผลิตลูกแล้วประมาณ 1 เดือน อัตรา 1.5-3.5 กิโลกรัมต่อต้นขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 1-2 ครั้ง พืชผัก เช่น หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใส่ครั้งแรกรองพื้นก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 15-17.5 กิโลกรัม โดยหว่านบนร่องแล้วพรวนดินกลบจึงค่อยปลูกพืช ใส่ครั้งที่สองหลังจากปลูกพืชแล้วประมาณ 20-25 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 15-17.5 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วบริเวณแปลงปลูก หญ้าสนามกอล์ฟ ใส่รองพื้นก่อนปลูกหญ้า อัตรา 35-50 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านให้ทั่วแปลงแล้วไถกลบลงในระดับความลึก 15 เซนติเมตร สาหรับการใช้ปุ๋ยเคมีแต่งหน้า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 3.5 กิโลกรัมต่อไร่ในระยะเริ่มต้นและหลังปลูก 2 อาทิตย์ จากนั้นใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 7 กิโลกรัมต่อไร่ต่อเดือน หลังจากหญ้าตั้งตัวดีแล้ว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 98

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-20-20 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 20 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูก โดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูก โรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม่เหมาะที่จะใช้กับดินเหนียว จานวนปุ๋ยเคมีที่จะใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ในใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมี 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 99

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-24-24 เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 24 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 24 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและ ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราสูตรนี้ในอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูกโดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูก โรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม่เหมาะที่จะใช้กับดินเหนียว จานวนปุ๋ยเคมีที่จะใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ในอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูกและใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้ว ในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 100

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-25-25 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 25 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 25 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและ ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราสูตรนี้ในอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูกโดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูก โรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม่เหมาะที่จะใช้กับดินเหนียว จานวนปุ๋ยเคมีที่จะใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ในอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูกและใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้ว ในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 101

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร9-25-27 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 9 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 25 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 27 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและ ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราสูตรนี้ในอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูกโดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูก โรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม่เหมาะที่จะใช้กับดินเหนียว จานวนปุ๋ยเคมีที่จะใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ในอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ระยะเวลา 1 ปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูกและใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้ว ในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 102

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-0-0 ชื่องทางเคมี แมกนีเซียมไนเตรท ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ เนื่องจากปุ๋ยเคมีสูตร 10-0-0 ให้ธาตุอาหารไนโตรเจนเพียงอย่างเดียว เพื่อให้การใช้ปุ๋ยนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควรใช้ผสมกับปุ๋ยฟอสเฟต และปุ๋ยโพแทช ในอัตราส่วนที่เพียงพอกับพืชแต่ละชนิดด้วย หรือใช้เฉพาะเป็นปุ๋ยแต่งหน้าเท่านั้น พืชไร่ ข้าวโพด ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100-300 กิโลกรัมต่อไร่ และใส่ครั้งเดียวหรือแบ่งใส่ก็ได้ในดินเหนียว แต่ในดินทรายต้องแบ่งใส่ ข้าว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-80 กิโลกรัมต่อไร่ สับปะรด ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ก่อนใส่ปุ๋ยเคมีทุกครั้งควรดายหญ้าออกให้หมดเสียก่อน การใส่ควรใส่ระหว่างแถว หรือรอบ ๆ โคนต้น ให้ห่างจากโคนต้นพอสามควร และควรกลบดินเสียหลังจากการใส่ปุ๋ยเคมี ไม้ผล ใช้กับไม้ผลที่ต้นยังเล็กและต้องการเร่งให้โตเร็วขึ้น หรือจากตกแต่งกิ่ง หรือไม้ผลที่ขาดธาตุนี้ เช่น ส้ม เงาะ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า ขนุน พุทรา ไม้ผลที่ยังไม่ให้ผล ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 300-600 กรัมต่อต้นต่อปี โดยแบ่งใส่สองครั้ง ทั้งนี้ต้องแล้วแต่สภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นเกณฑ์ หากเป็นไม้ผลที่ให้ผลแล้ว ใส่อัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยแบ่งใส่เป็นสองครั้ง การใส่ควรใส่ในแนวพุ่มใบ อย่าให้กระทบกระเทือนราก พืชผัก เช่น คะน้า ผักกาดขาวปลี ผักกาดเขียวปลี ผักการเขียวปลี หอม กระเทียม พริก มะเขือ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 70-80 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่รองพื้น จานวนครึ่งหนึ่ง และครั้งที่สองใส่ห่างจากครั้งแรกประมาณ 30-40 วัน โดยใส่แต่งหน้า คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 103

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-0-14 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 14 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชผัก ไม้ผล และปาล์มน้ามัน โดยใช้ร่วมกับแม่ปุ๋ยประเภทฟอสเฟต อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชผัก ประเภทกินหัว เช่น กะหล่าปลี กะหล่าปม บร็อคโคลี หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง แครอท กระเทียม พริก มะระ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ ทุก ๆ 10-15 วัน จนกว่าจะเก็บผลผลิตได้ ไม้ผล เช่น ส้ม องุ่น เงาะ พุทรา ละมุด ทุเรียน ชมพู่ ใช้เลี้ยงลูกผลไม้ระยะเริ่มแรกเกือบทุกชนิด สาหรับ ส้ม เงาะ ทุเรียน ละมุด ใช้หลังจากติดผลแล้วประมาณ 30-40 วัน โดยหว่านตามแนวรัศมีพุ่มใบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 200-300 กรัมต่อต้น ทุก ๆ 40-60 วัน ทั้งนี้แล้วแต่ขนาดของต้นและความดกของผล สาหรับองุ่น พุทรา ชมพู่ ใช้หลังจากติดลูกแล้วประมาณ 15-20 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100-200 กรัมต่อต้น ในระยะห่างกันประมาณ 20-30 วัน จนกว่าจะเก็บได้ ปาล์มน้ามัน ต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป หรือเริ่มให้ผลผลิตปาล์ม เป็นปุ๋ยเคมีที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ครึ่ง ขึ้นไป หรือต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว การใส่ปุ๋ยเคมีต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น หว่านลงไปเฉย ๆ วิธีเจาะเป็นรูแล้วใส่ปุ๋ยเคมี และวิธีขุดเป็นร่องรอบ ๆ โคนต้น รัศมีห่างจากโคนต้นประมาณ 1.5 เมตร ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-4 กิโลกรัมต่อต้นต่อครั้ง ใส่ปีละสองครั้ง อัตราที่ใช้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และจานวนน้อยหรือมากของผลผลิต คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 104

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-0-30 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 30 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชผัก ไม้ผล และปาล์มน้ามัน โดยใช้ร่วมกับแม่ปุ๋ยประเภทฟอสเฟต อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชผัก ประเภทกินหัว เช่น กะหล่าปลี กะหล่าปม บร็อคโคลี หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง แครอท กระเทียม พริก มะระ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ ทุก ๆ 10-15 วัน จนกว่าจะเก็บผลผลิตได้ ไม้ผล เช่น ส้ม องุ่น เงาะ พุทรา ละมุด ทุเรียน ชมพู่ ใช้เลี้ยงลูกผลไม้ระยะเริ่มแรกเกือบทุกชนิด สาหรับ ส้ม เงาะ ทุเรียน ละมุด ใช้หลังจากติดผลแล้วประมาณ 30-40 วัน โดยหว่านตามแนวรัศมีพุ่มใบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 200-300 กรัมต่อต้น ทุก ๆ 40-60 วัน ทั้งนี้แล้วแต่ขนาดของต้นและความดกของผล สาหรับองุ่น พุทรา ชมพู่ ใช้หลังจากติดลูกแล้วประมาณ 15-20 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100-200 กรัมต่อต้น ในระยะห่างกันประมาณ 20-30 วัน จนกว่าจะเก็บได้ ปาล์มน้ามัน ต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป หรือเริ่มให้ผลผลิตปาล์ม เป็นปุ๋ยเคมีที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ครึ่ง ขึ้นไป หรือต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว การใส่ปุ๋ยเคมีต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น หว่านลงไปเฉย ๆ วิธีเจาะเป็นรูแล้วใส่ปุ๋ยเคมี และวิธีขุดเป็นร่องรอบ ๆ โคนต้น รัศมีห่างจากโคนต้นประมาณ 1.5 เมตร ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-4 กิโลกรัมต่อต้นต่อครั้ง ใส่ปีละสองครั้ง อัตราที่ใช้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และจานวนน้อยหรือมากของผลผลิต คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 105

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-0-39 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 39 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชผัก ไม้ผล และปาล์มน้ามัน โดยใช้ร่วมกับแม่ปุ๋ยประเภทฟอสเฟต อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชผัก ประเภทกินหัว เช่น กะหล่าปลี กะหล่าปม บร็อคโคลี หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง แครอท กระเทียม พริก มะระ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ ทุก ๆ 10-15 วัน จนกว่าจะเก็บผลผลิตได้ ไม้ผล เช่น ส้ม องุ่น เงาะ พุทรา ละมุด ทุเรียน ชมพู่ ใช้เลี้ยงลูกผลไม้ระยะเริ่มแรกเกือบทุกชนิด สาหรับ ส้ม เงาะ ทุเรียน ละมุด ใช้หลังจากติดผลแล้วประมาณ 30-40 วัน โดยหว่านตามแนวรัศมีพุ่มใบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 200-300 กรัมต่อต้น ทุก ๆ 40-60 วัน ทั้งนี้แล้วแต่ขนาดของต้นและความดกของผล สาหรับองุ่น พุทรา ชมพู่ ใช้หลังจากติดลูกแล้วประมาณ 15-20 วัน ในอัตราครั้งละ 100-200 กรัมต่อต้น ในระยะห่างกันประมาณ 20-30 วัน จนกว่าจะเก็บได้ ปาล์มน้ามัน ต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป หรือเริ่มให้ผลผลิตปาล์ม เป็นปุ๋ยเคมีที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ครึ่ง ขึ้นไป หรือต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว การใส่ปุ๋ยเคมีต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น หว่านลงไปเฉย ๆ วิธีเจาะเป็นรูแล้วใส่ปุ๋ยเคมี และวิธีขุดเป็นร่องรอบ ๆ โคนต้น รัศมีห่างจากโคนต้นประมาณ 1.5 เมตร ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-4 กิโลกรัมต่อต้นต่อครั้ง ใส่ปีละสองครั้ง อัตราที่ใช้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และจานวนน้อยหรือมากของผลผลิต คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 106

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-3-7 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 7 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผลและพืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่ม แล้วพรวนดินกลบปุ๋ยเคมีนั้น ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง พืชผัก ใส่เมื่อพืชตั้งตัวได้ดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-120 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีเดียวกับครั้งแรก โดยใส่หลังจากครั้งแรก 15-30 วัน อัตราและวิธีการใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้แล้วแต่อายุ ความต้องการของธาตุอาหาร ความหนาแน่นของพืชที่ปลูกและความอุดมสมบูรณ์ของดิน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 107

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-3-8 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 8 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผลและพืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่ม แล้วพรวนดินกลบปุ๋ยเคมีนั้น ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง พืชผัก ใส่เมื่อพืชตั้งตัวได้ดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 80-120 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีเดียวกับครั้งแรก โดยใส่หลังจากครั้งแรก 15-30 วัน อัตราและวิธีการใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้แล้วแต่อายุ ความต้องการของธาตุอาหาร ความหนาแน่นของพืชที่ปลูกและความอุดมสมบูรณ์ของดิน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 108

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-3-30 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 30 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น เงาะ ทุเรียน ลิ้นจี่ ลาไย มะม่วง มังคุด น้อยหน่า องุ่น ส้ม ลางสาด มะพร้าว ขนุน และไม้ผลอื่น ๆ ใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อปรับปรุงคุณภาพของผล หลังจากเริ่มติดผลใหม่ ๆ ขนาดผลประมาณเท่าเมล็ดถั่วลิสง เป็นต้นไป โดยใส่ทุก 1-2 เดือน ประมาณ 2-3 ครั้ง ในอัตรา 250-500 กรัมต่อต้น ทั้งนี้ ต้องแล้วแต่ขนาดและอายุของต้นไม้ที่ปลูก การใส่ปุ๋ยเคมีทุกครั้งจะต้องใส่ปุ๋ยเคมีรอบ ๆ ตามแนวรัศมีพุ่มใบ พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี และตามด้วยการให้น้า พืชผัก เช่น หอม กระทียม แตงต่าง ๆ มะเขือเทศ ผักกาดหัว ผักกินหัว และพืชอื่น ๆ ใส่ปุ๋ยเคมี 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับการใช้ แบ่งการใช้เป็นสองครั้ง ครั้งแรก หว่านให้ทั่วแปลงก่อนปลูก การใส่ครั้งที่สองควรใส่หลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 20-30 วัน ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ หน้าวัว มะลิ เบญจมาศ สร้อยทอง หงอนไก่ โกศล ใส่ปุ๋ยเคมี 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่บริเวณรอบ ๆ พุ่มใบของต้นหรือโรยทั้ง 2 ข้างแถว พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมีแล้วตามด้วยการให้น้า คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 109

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-4-10 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 4 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 10 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ส้มและพืชตระกูลส้ม อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ส้มและพืชตระกูลส้มที่ยังไม่ให้ผลใช้ 0.5-1 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยแบ่งใส่ 2-3 ครั้งแล้วแต่สภาพความอุดมสมบรูณ์ของดิน ส้มและพืชตระกูลส้มที่ให้ผลแล้วใช้ 2-10 กิโลกรัมต่อต้นต่อปีในแนวรัศมีพุ่มใบ ขึ้นอยู่กับอายุและชนิดของพืช โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง สาหรับการปลูกในกระถางให้ลดใช้ปุ๋ยเคมีอัตราลงครึ่งหนึ่ง คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 110 111

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-5-20 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 5 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ผล เช่น เงาะ ทุเรียน ลิ้นจี่ ลาไย มะม่วง มังคุด น้อยหน่า องุ่น ส้ม ลางสาด มะพร้าว ขนุน และไม้ผลอื่น ๆ ใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อปรับปรุงคุณภาพของผล หลังจากเริ่มติดผลใหม่ ๆ โดยใส่ทุก 1-2 เดือน ในอัตรา 250-800 กรัมต่อต้น ทั้งนี้ต้องแล้วแต่ขนาด และอายุของต้นไม้ การใส่ปุ๋ยเคมีทุกครั้งจะต้องใส่ปุ๋ยเคมีรอบ ๆ ตามแนวรัศมีพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี และตามด้วยการให้น้า พืชผัก เช่น หอม กระเทียม แตงต่าง ๆ มะเขือเทศ ผักกาดหัว ผักกินหัว และพืชอื่น ๆ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับการใช้ แบ่งการใช้เป็นสองครั้ง การใส่ครั้งที่ 1 ควรใส่หลังจากการใส่ครั้งแรกประมาณ 20-30 วัน ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ หน้าวัว มะลิ เบญจมาศ สร้อยทอง หงอนไก่ โกศล ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่บริเวณรอบ ๆ พุ่มใบของต้น หรือโรยทั้ง 2 ข้างแถว พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมีและตามด้วยการให้น้า คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 112

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-7-35 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 7 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 35 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีครึ่งขึ้นไป หรือเริ่มให้ผลผลิตแล้ว อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ เป็นปุ๋ยเคมีที่ใช้บารุงต้นปาล์มที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีครึ่ง ขึ้นไปหรือต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว การใส่บารุงต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านลงรอบโคนต้น วิธีเจาะเป็นรูแล้วใส่ปุ๋ย และวิธีเจาะเป็นร่องรอบ ๆ โคนต้น รัศมีห่างจากโคนต้นประมาณ 1.5 เมตร โดยมีอัตราที่ใช้และระยะเวลาใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-4 กิโลกรัมต่อต้นต่อครั้ง ประมาณ ปีละ 2 ครั้ง อัตราที่ใช้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และจานวนน้อยหรือมากของผลผลิต คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 113

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-10-0 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล ผักที่ปลูกในดินเหนียว ดินร่วนที่มีปริมาณโพแทสเซียมในดินค่อนข้างสูง อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ แบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่ปุ๋ยรองก้นหลุมก่อนปลูกอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) เมื่อพืชอายุ 30 วันในอัตรา 25-50 กิโลกรัมต่อไร่โดยโรยข้างแถวปลูก ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน เงาะ ใช้ปุ๋ยนี้เมื่อต้นโตพอสมควรก่อนให้ผลผลิต (อายุ 1-3 ปี) ในปีแรกใส่อัตรา 200-500 กรัมต่อต้น ในปีต่อ ๆไปใส่อัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้นแล้วแต่อายุและขนาดของต้นไม้นั้น ในแต่ละปีควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้งใส่บริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 114

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-10-5 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 5 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผลและผัก ที่ปลูกในดินทราย ดินร่วนปนทราย พืชไร่ เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง มันสาปะหลัง ข้าวโพด และข้าวฟ่าง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-40 กิโลกร้มต่อไร่ ก่อนปลูกหรือตอนดายหญ้า (ทารุ่น) ก็ได้หรือจะแบ่งใส่ 2 ครั้งเท่า ๆ กัน คือ ครั้งแรกใส่ก่อนปลูกและครั้งที่สองเมื่อข้าวโพดอายุ 20-30 วันโดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพรวนดินกลบ มันสาปะหลัง ใส่ปุ๋ยเคมีครั้งเดียวเป็นหลุมสองข้างต้นแล้วพรวนดินกลบ ในอัตรา 80-100 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อมีอายุ 1-2 เดือน หรือหลังกาจัดวัชพืชครั้งแรก ไม้ผล ส่งเสริมการเจิรญเติบโตของต้นก่อนให้ผล โดยใส่อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ของอายุพืช โดยแบ่งใส่ 3-4 ครั้งทุก ๆ 3-4 เดือน สาหรับไม้ผลที่ให้ผลแล้ว ใช้บารุงต้นหลังจากการเก็บผลและตกแต่งกิ่งแล้ว ใส่อัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทั้งนี้แล้วแต่อายุและขนาดของต้น โดยใส่ปุ๋ยเคมีรอบ ๆ ต้นตามแนวพุ่มใบ พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี และตามด้วยการให้น้า พืชผัก เช่น มะเขือเทศ แตงโม พริก กะหล่าดอก หอม หอมหัวใหญ่ กะหล่าปลี กระเทียม มันฝรั่ง มันเทศ และพืชผักอีกหลายชนิด โดยแบ่งการใช้ปุ๋ยเคมีออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 อายุ 7-10 วันโดยหว่านประมาณ 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะที่ 2 ใส่หลังใช้ปุ๋ยเคมีครั้งแรกแล้วประมาณ 30-45 วัน ในอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร 10-10-10 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % 115

โพแทชที่ละลายน้า(K2O) 10 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ ใส่เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว แบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรก 30-40 วัน ทั้งนี้แล้วแต่อายุของพืชไร่นั้น ๆ จานวนปุ๋ยเคมีที่ใช้ก็เช่นเดียวกันต้องพิจารณาถึงความต้องการของธาตุอาหารของพืชแตละชนิดที่ปลูก ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของดินประกอบด้วย ไม้ผล ใช้ได้กับไม้ผลระยะที่เหมาะสมในการใช้ ควรใส่เพื่อเป็นการบารุงโดยทั่ว ๆ ไป คือ ใส่ระยะที่ไม้ผลยังไม่ออกดอกครั้งหนึ่ง และใส่เพื่อเป็นการบารุงผลอีกครั้งหนึ่ง เมื่อไม้ผลติดลูกขนาดผลเท่าหัวแม่มือแล้ว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราต่อต้นนั้น ให้ถือหลักอายุ และความเจริญเติบโตของต้นไม้เป็นหลักในการใส่ ส้มอายุ 5 ปี ควรใส่ครั้งละ 500-800 กรัม เป็นต้น คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร 10-10-20 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น อ้อย ที่ปลูกในดินเหนียว ร่วนเหนียว มีความสมบูรณ์สูง ไม่เหมาะสมที่จะใช้กับอ้อยที่ปลูกในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่า ใส่อัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อปี ดังนี้ อ้อยปลูก แบ่งใส่สองครั้ง เท่า ๆ กัน ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน 116

อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรกต้นฤดูฝน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ในเขตชลประทาน ครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่ปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ควรใส่ปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะและจะต้องพรวนดินกลบ ไม้ผล เช่น ส้ม องุ่น ทุเรียน ลิ้นจี่ ลาไย ลางสาด มังคุด มะม่วง กล้วย ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้ว พรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยแบ่งใส่ปีละ 3 ครั้ง พืชผัก เช่น แตงต่าง ๆ หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับพืชไร่ สาหรับระยะการใส่ครั้งที่สองควรใส่หลังจากใส่ปุ๋ยเคมีครั้งแรก 15-30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 117

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-12-18 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 12 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 18 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น อ้อย ที่ปลูกในดินเหนียว ร่วนเหนียว มีความสมบูรณ์สูง ไม่เหมาะสมที่จะใช้กับอ้อยที่ปลูกในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่า ใส่อัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อปี ดังนี้ อ้อยปลูก แบ่งใส่สองครั้ง เท่า ๆ กัน ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรกต้นฤดูฝน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ในเขตชลประทาน ครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่ปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ควรใส่ปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะและจะต้องพรวนดินกลบ ไม้ผล เช่น ส้ม องุ่น ทุเรียน ลิ้นจี่ ลาไย ลางสาด มังคุด มะม่วง กล้วย ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้ว พรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยแบ่งใส่ปีละ 3 ครั้ง พืชผัก เช่น แตงต่าง ๆ หอม กระเทียม มะเขือเทศ พริก คะน้า กะหล่าดอก กะหล่าปลี ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับพืชไร่ สาหรับระยะการใส่ครั้งที่สองควรใส่หลังจากใส่ปุ๋ยเคมีครั้งแรก 15-30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 118

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-15-0 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 15 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล และพืชผักที่ปลูกในดินเหนียวและดินร่วน อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชผัก เช่น คะน้า ผักกาด กะหล่าปลี และผักกินใบอื่น ๆ ใช้ปุ๋ยเคมีประมาณ 20-100 กรัมต่อต้น จะใช้กี่ครั้งนั้นขึ้นอยู่กับอายุและประเภทของผักนั้น พืชไร่ เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ใช้ปุ๋ยเคมีประมาณ 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่สองครั้ง ครั้งแรกใส่ 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยวิธีหว่าน หรือรองก้นหลุมก่อนปลูก ครั้งที่สองใส่ 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่เมื่อพืชอายุได้ 30 วัน โดยวิธีโรยข้างแถวปลูก ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน เงาะ องุ่น ใช้ช่วงก่อนได้ผลผลิต (ระยะ 1-3 ปี) ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 200-500 กรัมต่อต้น ในปีแรก หรืออาจจะมากกว่านั้นในปีต่อ ๆไป (1-3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี) ทั้งนี้แล้วแต่อายุและขนาดของต้นไม้นั้น ๆ ในระยะหนึ่งปี ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง ใส่บริเวณพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 119

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-15-5 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 15 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 5 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง สาหรับดินร่วนทราย ให้ใส่ครั้งเดียว โดยใส่ก่อนปลูกพืช หรือเมื่อถั่วมีอายุประมาณ 15-20 วัน หลังจากกาจัดวัชพืช แล้ว โดยโรยข้างแถวแล้วพูนโคน ใส่อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ไม้ผล เช่น องุ่น ลิ้นจี่ เงาะ ทุเรียน ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง ลาไย กล้วย อัตราการใส่ปุ๋ยเคมี แล้วแต่อายุของไม้ผลนั้น ๆ เช่น ส้ม อายุ 3 ปี ควรใส่ครั้งละ 400-600 กรัมต่อต้น ส้ม อายุ 6 ปี ควรใส่ครั้งละ 800-1200 กรัมต่อต้น ให้ปุ๋ยเคมีนี้ช่วงก่อนออกดอก 1-2 เดือน ใส่อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยใส่บริเวณทรงพุ่มใบ โดยรอบต้นแล้วพรวนดินกลบ สาหรับไม้ผลรากตื้น ส่วนไม้ผลระบบรากลึก เช่น ลาไย มะม่วง เงาะ ขุดร่องใส่ปุ๋ยเคมีรอบต้นตามแนวชายพุ่ม หว่านปุ๋ยเคมีในร่องพร้อมกลบดิน พืชผัก เช่น ผักกาดหัว หอม กระเทียม มะเขือ พริก กะหล่าดอก กะหล่าปลี น้าเต้าและแตงโม ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเช่นเดียวกับพืชไร่ สาหรับการใช้ควรแบ่งเป็นสองครั้ง ครั้งแรกใส่ก่อนปลูก ครั้งที่สองใส่หลังจากปลูกแล้ว 25-30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 120

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-20-10 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 20 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 10 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ใช้กับพืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ฝ้าย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อบารุงลาต้น ใบ ให้เจริญเติบโต แข็งแรงและใส่อีกครั้งในอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรกประมาณ 30-40 วัน ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ให้ใส่ครั้งเดียว โดยหว่านหรือโรยเป็นแถวก่อนปลูกพืชหรือเมื่อถั่วมีอายุประมาณ 15-20 วัน หลังจาการกาจัดวัชพืชแล้วโดยโรยข้างแถวแล้วพูนโคน ใส่อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ไม้ผล เช่น องุ่น ลิ้นจี่ ทุเรียน ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง ลาไย กล้วย ใส่บารุงผล อัตราการใส่ปุ๋ยเคมีแล้วแต่อายุของผลไม้นั้น ๆ เช่น ส้มอายุ 3 ปี ควรใส่ครั้งละ 300-900 กรัมต่อต้น ส้มอายุ 6 ปี ควรใส่ครั้งละ 600-1800 กรัมต่อต้น ให้ใส่ปุ๋ยเคมีนี้ 2-3 ครั้ง ใส่อัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยใส่บริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ พืชผัก เช่น ผักกาดหัว หอม กระเทียม มะเขือ พริก กะหล่าดอก กะหล่าปลี น้าเต้า และแตงโม ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเช่นเดียวกับพืชไร่ แต่ระยะการใส่ควร ควรใส่หลังจากครั้งแรกประมาณ 15-30 วัน คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 121

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-20-20 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 20 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 20 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูก โดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูก โรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทรายหรือดินทราย ไม่เหมาะที่จะใช้กับดินเหนียว จานวนปุ๋ยเคมีที่จะใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืช และความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ในใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมี 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 122

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-26-26 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 26 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 26 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น แห้วจีน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-60 กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับถั่วเหลืองและถั่วเขียว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราสูตรนี้ในอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ครั้งเดียวก่อนปลูก โดยวิธีเปิดร่องตามแถวปลูกโรยปุ๋ยเคมี กลบดิน แล้วหยอดเมล็ด ควรใช้กับดินร่วนทราย หรือดินทรายไม่เหมาะที่จะใช้กับดินเหนียว จานวนปุ๋ยเคมีที่จะใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของพืชและความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลาไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น หลังการติดผลแล้วขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมี 2-3 ครั้ง พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกและใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังปลูกในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 123

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-30-0 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 30 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ไม้ยืนต้น ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ในกรณีที่ดินมีธาตุโพแทสเซียมสูงพอและใช้เป็นแม่ปุ๋ยผสมสูตรต่าง ๆ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ยืนต้น ปุ๋ยเคมีสูตร 10-30-0 เป็นปุ๋ยเคมีเร่งดอก โดยใช้ใส่รอบ ๆ ต้นตามแนวรัศมีพื้นทางใบ ในระยะก่อนถึงฤดูออกดอกประมาณ 30-50 วัน ในอัตรา 2-4 กิโลกรัมต่อต้น ตามขนาดแลชนิดขอต้นไม้นั้น ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หวานปุ๋ยเคมี สูตร 10-30-0 อัตรา 30-50 กิโลกรัมหว่านรองพื้นก่อนหว่านเมล็ดหญ้าแล้ว จึงพรวนดินกลบ หรือจะใช้หว่าน ร่วมกับเมล็ดได้ จะทาให้เมล็ดหญ้าที่งอกขึ้นมาแตกแขนงใหญ่และให้ผลผลิตสูง คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 124

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-30-10 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 30 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 10 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น ฝ้าย ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฝ้าย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อบารุงต้น ใบ ให้เจริญเติบโต แข็งแรง และใส่อีกครั้งในอัตราเดียวกับครั้งแรก ใส่หลังจากครั้งแรกประมาณ 30-40 วัน ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่งลิสง ให้ใส่ครั้งเดียว โดยใส่ก่อนปลูกพืช เมื่อถั่วมีอายุประมาณ15-20 วันหลังจากกาจัดวัชพืชแล้ว โดยโรยข้างแถวแล้วพูนโคน ใส่อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ไม้ผล เช่น องุ่น ลิ้นจี่ ทุเรียน ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง ลาไย กล้วย ใส่เพื่อเร่งดอกหรือบารุงผล อัตราการใส่ปุ๋ยเคมีแล้วแต่อายุของไม้ผลนั้น ๆ เช่น ส้ม อายุ 3 ปี ควรใส่ครั้งละ 300-900 กรัมต่อต้น ส้มอายุ 6 ปี ควรใส่ครั้งละ 600-1,800 กรัมต่อต้น ให้ปุ๋ยเคมีนี้ 2-3 ครั้ง ใส่อัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยใส่บริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ พืชผัก เช่น ผักกาดหัว หอม กระเทียม มะเขือ พริก กะหล่าดอก กะหล่าปลี น้าเต้า และแตงโม ใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเช่นเดียวกับพืชไร่ ระยะการใส่ครั้งที่สองควรใส่หลังจากใส่ปุ๋ยเคมีครั้งแรกประมาณ 25-30 คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 125

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-46-0 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 46 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ปุ๋ยเคมีสูตร 10-46-0 ใช้ได้กับไม้ยืนต้น และทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ในกรณีที่ดินมีธาตุโพแทสเซียมสูงพอ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ยืนต้น ปุ๋ยเคมีสูตร 10-46-0 เป็นปุ๋ยเร่งดอก โดยใช้ใส่รอบ ๆ ต้นตามแนวรัศมีพื้นทางใบ ในระยะก่อนถึงฤดูออกดอกประมาณ 30-50 วัน ในอัตรา 2-4 กิโลกรัมต่อต้น ตามขนาดแลชนิดขอต้นไม้นั้น ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หวานปุ๋ยเคมี สูตร 10-46-0 อัตรา 30-50 กิโลกรัมหว่านรองพื้นก่อนหว่านเมล็ดหญ้าแล้ว จึงพรวนดินกลบ หรือจะใช้หว่าน ร่วมกับเมล็ดได้ จะทาให้เมล็ดหญ้าที่งอกขึ้นมาแตกแขนงใหญ่และให้ผลผลิตสูง คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 126

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร10-50-0 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 50 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ใช้เป็นแม่ปุ๋ยผสมสูตรต่าง ๆ ใช้ได้กับไม้ยืนต้น และทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ในกรณีที่ดินมีธาตุโพแทสเซียมสูงพอ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ ไม้ยืนต้น เป็นปุ๋ยเร่งดอก โดยใช้ใส่รอบ ๆ ต้นตามแนวรัศมีพื้นทางใบ ในระยะก่อนถึงฤดูออกดอกประมาณ 30-50 วัน ในอัตรา 2-4 กิโลกรัมต่อต้น ตามขนาดแลชนิดขอต้นไม้นั้น ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หวานปุ๋ยเคมีอัตรา 30-50 กิโลกรัมหว่านรองพื้นก่อนหว่านเมล็ดหญ้าแล้ว จึงพรวนดินกลบ หรือจะใช้หว่าน ร่วมกับเมล็ดได้ จะทาให้เมล็ดหญ้าที่งอกขึ้นมาแตกแขนงใหญ่และให้ผลผลิตสูง คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 127

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร11-0-0 ชื่องทางเคมี แมกนีเซียมไนเตรท ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 11 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 0 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 0 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ เนื่องจากปุ๋ยเคมีสูตร 10-0-0 ให้ธาตุอาหารไนโตรเจนเพียงอย่างเดียว เพื่อให้การใช้ปุ๋ยนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควรใช้ผสมกับปุ๋ยฟอสเฟต และปุ๋ยโพแทช ในอัตราส่วนที่เพียงพอกับพืชแต่ละชนิดด้วย หรือใช้เฉพาะเป็นปุ๋ยแต่งหน้าเท่านั้น พืชไร่ ข้าวโพด ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100-300 กิโลกรัมต่อไร่ และใส่ครั้งเดียวหรือแบ่งใส่ก็ได้ในดินเหนียว แต่ในดินทรายต้องแบ่งใส่ ข้าว ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-80 กิโลกรัมต่อไร่ สับปะรด ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ก่อนใส่ปุ๋ยเคมีทุกครั้งควรดายหญ้าออกให้หมดเสียก่อน การใส่ควรใส่ระหว่างแถว หรือรอบ ๆ โคนต้น ให้ห่างจากโคนต้นพอสามควร และควรกลบดินเสียหลังจากการใส่ปุ๋ยเคมี ไม้ผล ใช้กับไม้ผลที่ต้นยังเล็กและต้องการเร่งให้โตเร็วขึ้น หรือจากตกแต่งกิ่ง หรือไม้ผลที่ขาดธาตุนี้ เช่น ส้ม เงาะ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า ขนุน พุทรา ไม้ผลที่ยังไม่ให้ผล ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 300-600 กรัมต่อต้นต่อปี โดยแบ่งใส่สองครั้ง ทั้งนี้ต้องแล้วแต่สภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นเกณฑ์ หากเป็นไม้ผลที่ให้ผลแล้ว ใส่อัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยแบ่งใส่เป็นสองครั้ง การใส่ควรใส่ในแนวพุ่มใบ อย่าให้กระทบกระเทือนราก พืชผัก เช่น คะน้า ผักกาดขาวปลี ผักกาดเขียวปลี ผักการเขียวปลี หอม กระเทียม พริก มะเขือ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 70-80 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควรแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่รองพื้น จานวนครึ่งหนึ่ง และครั้งที่สองใส่ห่างจากครั้งแรกประมาณ 30-40 วัน โดยใส่แต่งหน้า คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 128

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร11-3-7 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 11 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 3 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 7 % พืชที่แนะนาให้ใช้ พืชไร่ อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้ พืชไร่ เช่น อ้อยที่ปลูกในดินเหนียว ร่วนเหนียว มีความสมบูรณ์สูง ไม่เหมาะสมที่จะใช้กับอ้อยที่ปลูกในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่า ใส่อัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อปี ดังนี้ อ้อยปลูก แบ่งใส่สองครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรกต้นฤดูฝน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ในเขตชลประทาน ครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) อัตรา 20-40 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว คาแนะนา ควรอ่านคาแนะนาเอกสารกากับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อควรระวัง 1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกาจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป 2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้า ควรให้น้าน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก 3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกาจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ 4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน 5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้ (กรณีเป็นเชิงผสมแบบ B/B) 129

เอกสารกากับปุ๋ยเคมี สูตร11-6-4 ชื่อการค้า.............................. เครื่องหมายการค้า.............................. คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดเม็ด ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 11 % ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 6 % โพแทชที่ละลายน้า (K2O) 4 % พืชที่แนะนาให้ใช้ ยางพารา

อัตราที่ใช้ วิธีใช้ และระยะเวลาที่ใช้

เป็นปุ๋ยเคมีที่ใช้บารุงต้นยางเล็กที่มีอายุต่ากว่า3 ปีครึ่งซึ่งปลูกในดินร่วน การใส่ปุ๋ยเคมีบารุงต้นยางมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านปุ๋ยกระจายเป็นแถบห่างจากโคนต้นประมาณ 1-2 เมตร แล้วคราดกลบ วิธีหว่านลงไปรอบ ๆ บริเวณโคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ วิธีเจาะเป็นหลุมใส่ปุ๋ยเคมีแล้วกลบ และวิธีเจาะเป็นร่อง โดยมีอัตราที่ใช้และระยะเวลา ดังนี้

ต้นยางอายุ

จานวน ต้นต่อไร่

จานวนปุ๋ยเคมีที่ใช้

หมายเหตุ

กรัมต่อต้น

กิโลกรัมต่อไร่

2 เดือน

80

100

8.0

ใส่ปุ๋ยเคมีรอบ ๆ โคนต้น มีรัศมีห่างจากโคนต้น12 นิ้ว

5 เดือน

80

100

8.0

ใส่ปุ๋ยเคมีรอบ ๆ โคนต้น มีรัศมีห่างจากโคนต้น15 นิ้ว

8 เดือน

80

150

12.0

ใส่ปุ๋ยเคมีรอบ ๆ โคนต้น มีรัศมีห่างจากโคนต้น15 นิ้ว

12 เดือน

80

200

16.0

ใส่ปุ๋ยเคมีรอบ ๆ โคนต้น มีรัศมีห่างจากโคนต้น18 นิ้ว

15 เดือน

80

200

16.0

ใส่ปุ๋ยเคมีรอบ ๆ โคนต้น มีรัศมีห่างจากโคนต้น24 นิ้ว

18 เดือน

80

200

16.0

หว่านปุ๋ยเคมีให้กระจายเต็มพื้นที่หรือเป็นแถบกว้าง ระหว่างแถวยาง ห่างจากต้นข้างละ1 เมตร

2 ปี

80

300

24.0

2 ปีครึ่ง

80

300

24.0

3 ปี

80

600

38.5

และเมื่อต้นยางมีอายุ3 ปีครึ่ง ให้ใส่ปุ๋ยเคมีนี้ในอัตรา 300 กรัมต่อต้น

               

 


 


 

รถหกล้อรับจ้าง รับขนสินค้าทั่วประเทศ

รถหกล้อรับจ้าง รับขนสินค้าทั่วประเทศ

 

ขนสินค้า ย้ายบ้าน ย้ายคอนโด ย้ายอพาร์ตเม้นท์ ย้ายสำนักงาน ย้ายอุปกรณ์ก่อสร้าง ออกบูธแสดงสินค้า รับส่งโต๊ะจีน บริการ ขนส่งสินค้าเกษตร ขนส่งปุ๋ย ขนส่งยาปราบศัตรูพืช ขนส่งข้าวสาร ขนส่งผัก ขนส่งผลไม้ ขนส่งกล่องกระดาษ ขนส่งพลาสติก ขนส่งถังน้ำ ขนส่งสินค้าไอที ขนส่งโต๊ะ ขนส่งตู้ ขนส่งเตียง ตลอด 24 ชม. พร้อมจัดหาพนักงานขนสินค้าไว้คอยบริการ  (ความประทับใจของลูกค้าคือการบริการของเราไม่โยนงานวิ่งเอง บริการสุภาพ ไว้ใจได้ คนขับเป็นกันเอง   โทร...035-439676#087-4110899#086-0007325#090-9324691 #FAX:035-496536

ติดต่อคุณยศ โทร 090-9324691

ติดต่อคุณอำภา โทร 087-4110899

ติดต่อคุณยุทธ โทร 091-2687536

หรือโทรเข้าออฟฟิศ  035-439676

รถหกล้อรับจ้าง

 

การปลูกและใส่ปุ๋ยดาวเรืองให้ได้ผลผลิตสูง|คลิ๊กที่นี่!!

การปลูกและใส่ปุ๋ยดาวเรืองให้ได้ผลผลิตสูง|คลิ๊กที่นี่!!   

โทร 035-439676

ราคาปุ๋ยเคมีalt

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

 

การเตรียมพื้นที่ ( ก่อนย้ายปลูก 10-15 วัน )


1. ไถผานพื้นที่ปลูกด้วยผาน 3 หรือ ผาน 7


2.หว่านสารปรับสภาพดินสูตรสูง ชนิดเม็ด 5 นางฟ้าทรงฉัตร อัตรา 300-400 กก./ไร่ หรือ 6-8 กระสอบ


3. ไถโรตารี่แปลงให้ละเอียดสำหรับเตรียมแปลงยกร่อง

การยกร่องแปลงสำหรับเพาะเมล็ดช่วงเดือน มีนาคม-สิงหาคม 

แปลงควรมีขนาดความกว้าง 1-1.2 เมตร สูง 0.50 เมตร
ร่องแปลงกว้าง 0.80 เมตร หว่านปุ๋ย 30-0-0 อัตรา 35-50 กก./ไร่
สารปรับสภาพดิน สูตรรองพื้น ตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร อัตรา 200-300 กก./ไร่ หรือ 4-6 กระสอบ แล้วขึ้นแปลงกลบ

alt

การปลูกย้าย

การย้าย ปลูกให้สังเกตจากต้นกล้ามีใบจริง 2-3 คู่ อายุต้นกล้า ประมาณ 15 วัน หลังจากเพาะเมล็ดในช่วงเดือน มีนาคม-สิงหาคม และอายุต้นกล้า 20 วัน หลังเพาะเมล็ดในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์

ดาวเรือง

1. การย้ายกล้าปลูกหากเป็นไปได้ควรย้ายปลูก ตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. เพราะทำให้กล้าตั้งตัวง่าย

2. หลังจากย้ายปลูกให้รดสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา และ แมลง โดยใช้ สารเคมีป้องกันกำจัด แมลงกลุ่ม คลอไพริฟอส 40% อัตรา 300 ซีซี. ผสมน้ำ 200 ลิตร รดโคนต้นหลังจากย้ายกล้า

3. หลังจากย้ายปลูก 5 - 7 วัน ใช้ปุ๋ยสูตร 30-0-0 ตรา 5 นางฟ้าฯ อัตรา 1 กก. ผสม สารปรับสภาพดิน 5นางฟ้าฯ อัตรา 200 กรัม หรือซีซี ผสมน้ำ 200 ลิตร รดโคนต้น ประมาณ 2 - 3 ครั้ง ห่างกัน 3-4 วัน ระยะนี้ ควรเน้นพ่นปุ๋ยเกรดที่ มีสูตรตัวหน้าสูง 30-0-0 ผสมกับสารปรับสภาพดินแมกนีเซียม ทุก 7-10 วัน

ปุ๋ย 30-0-0alt

4. หลังจากย้ายปลูก 7- 10 วัน ให้เด็ดยอดดาวเรือง ถอนกำจัด วัชพืช หว่านปุ๋ย 30-0-0 อัตรา 35-50 กก./ไร่ (หลังหว่านปุ๋ย ควรให้น้ำตามทันที)

5. หลังจากย้ายปลูก 35-40 วัน หว่านปุ๋ย 15-15-15 ตรา 5 นางฟ้าฯ อัตรา 35-50 ก./ไร่ และกลบโคนต้นพร้อมกำจัดวัชพืช (หลังหว่านปุ๋ยควรให้น้ำตามทันที)  ระยะนี้ควรเน้นพ่นปุ๋ยเกรดที่มีสูตรสูง 8-24-24 ผสมกับ สารปรับสภาพดินคุณภาพสูง ทุก 7-10 วัน

ปุ๋ย 8-24-24alt

 

การเก็บเกี่ยว

หลังจาก ย้ายปลูก 55-65 วัน หว่านปุ๋ยสูตรสูง 8-24-24 อัตรา 35-50 กก./ไร่ (หลังหว่านปุ๋ยควรให้น้ำตามทันที) ระยะนี้ควรเน้นพ่นปุ๋ยเกรดที่มีสูตรสูง 8-24-24 ผสมกับ สารปรับสภาพดินคุณภาพสูง ทุก 7-10 วัน

 

alt

ปุ๋ยนาข้าว,ยางพารา.อ้อย.มันสำปะหลัง

 

สารปรับสภาพดิน ฟิลเลอร์สีผสมปุ๋ย (สีเขียว,สีเหลือง,สีแดง) | คลิ๊กเลย!!

สารปรับสภาพดิน ฟิลเลอร์สีผสมปุ๋ย (สีเขียว,สีเหลือง,สีแดง) | คลิ๊กเลย!!

ราคาปุ๋ย

สารปรับสภาพดิน เกรดเอ ฟิลเลอร์สี (สีเขียว,สีเหลือง,สีแดง) ตันละ 6,000 บาท ซื้อไปขายต่อ โทร 035-496536

 

โดโลไมท์ เป็นหินแร่ชนิดหนึ่ง มีสูตรเคมี CaMg (CO3)2 มี CaO 30.4%, MgO 21.7% และ CO2 47.9% โดยปกติ โดโลไมท์มีส่วนสัดของ CaCO3 ต่อ MgCO3 ประมาณ 1:1 แร่โดโลไมท์ช่วยปรับปรุงดินให้ร่วนซุย แก้ความเป็นกรดของดิน มีธาตุอาหาร คือ แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งจัดเป็นธาตุอาหารรอง (รองจาก N P K ที่เป็นธาตุอาหารหลัก) ที่จำเป็นสำหรับพืช ช่วยในการสร้างคลอร์โรฟิลล์ (สารสีเขียวในพืช) เพื่อพืชจะได้นำไปใช้ในการปรุงอาหารได้อย่างเต็มที่


จำหน่าย สารปรับสภาพดิน ฟิลเลอร์สี ธาตุอาหารรองเสริม
แคลเซียม(CaO),แมกนีเซียม(MgO)สูงและเหล็ก(Fe)
รับผลิตสินค้าเกษตรในแบรนด์ของลูกค้า พร้อมบรรจุภัณฑ์

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

โทรสอบถามราคา 061-6564877, 035-496536

ปุ๋ยนาข้าว,ยางพารา.อ้อย.มันสำปะหลัง

ธาตุแคลเซียม - CALCIUM
หน้าที่สำคัญของธาตุแคลเซียมในพืช
มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับโครงสร้างของผลไม้ 
ช่วยเสริมสร้างเซลล์และการแบ่งเซลล์ของพืช ซึ่งพืชต้องการอย่างต่อเนื่อง 
ช่วยในการสร้างเซลล์และโครงสร้างของเซลล์ของพืช 
ช่วยให้เซลล์ติดต่อกัน และจะช่วยเชื่อมผนังเซลล์ให้เป็นรูปร่าง และขนาดให้เป็นไปตามลักษณะของพืช 
ช่วยเพิ่มการติดผล 
ช่วยให้สีเนื้อและสีผิวของผลสดใส 
ช่วยลดการเกิดเนื้อของผลแข็งกระด้าง และเนื้อแฉะ 
ช่วยป้องกัน ผลร่วง ผลแตก 
มีบาทบาทที่สำคัญในระยะการเจริญเติบโตและการออกดอกของพืช 
มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการย่อยธาตุไนโตรเจน 
เป็นตัวช่วยลดการหายในของพืช 
เป็นตัวช่วยเคลื่อนย้ายน้ำตาลจากใบไปสู่ผล 
ธาตุแมกนีเซียม มีความสำคัญต่อพืช คน และสัตว์ ร่างกายของคนต้องการธาตุแมกนีเซียมประมาณ 0.3-0.4 มิลิกรัมต่อวัน สัตว์เช่น วัว ควาย ต้องการสูงถึง 10 เท่า คือ ประมาณ 3-6 กรัมต่อวัน ถ้าคนขาดธาตุแมกนีเซียม จะทำให้ความจำเสื่อม กล้ามเนื้อเป็นตะคริวเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ในวัวถ้าขาดธาตุแมกนีเซียมจะเป็นโรคกระแตเวียน

หน้าที่สำคัญของธาตุแมกนีเซียมในพืช
เป็นตัวจักรสำคัญในการช่วยเสริมสร้างสารคลอโรฟีลล์ หรือความเขียวในพืช ช่วยให้พืชปรุงอาหารได้ดีขึ้
ช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุฟอสฟอรัสได้ดีขึ้น 
มีส่วนสำคัญในการสังเคราะห์แสง 
มีส่วนสำคัญเกี่ยวกับการสุกการแก่ของผลผลิต 
ช่วยให้พืชเพิ่มการใช้ธาตุเหล็กมากยิ่งขึ้น 
เป็นตัวกระตุ้นการทำงานของน้ำย่อยต่าง ๆ ของพืช เคลื่อนย้ายภายในพืชได้ดี 
ช่วยเสริมสร้างให้พืชไม่ชะงักการเจริญเติบโตในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น 
ช่วยเสริมสร้างให้พืช มีความต้านทานต่อโรคพืชต่าง ๆ 
พืชอาหารสัตว์ ถ้าขาดธาตุแมกนีเซียม จะเป็นสาเหตุของพืชอาหารสัตว์เป็นพิษ


ธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบของโปรตีน และมีบทบาทสำคัญในการปรุงอาหารของพืช ช่วยกระตุ้นให้การหายใจและการปรุงอาหารของพืชเป็นไปอย่างสมบูรณ์
อาการขาดธาตุเหล็กจะแสดงออกทั้งทางใบและทางผล อาการเริ่มแรกจะสังเกตพบว่าใบอ่อนบริเวณเส้นใบยังคงมีคามเขียว แต่พื้นใบจะเริ่มเหลืองซีด ส่วนใบแก่ยังคงมีอาการปกติ ระยะต่อมาจะเหลืองซีดทั้งใบ ขนาดใบจะเล็กลงกว่าปกติและจะร่วงไปก่อนใบแก่เต็มที่ กิ่งแห้งตาย ส่วนอาการที่เกิดขึ้นกับผลผลิตคือผลผลิตจะลดลง ขนาดของผลเล็กและผิวไม่สวย ผิวเรียบและเกรียม การขาดธาตุเหล็กยังมีผลต่อการนเจริญของยอดอ่อนด้วย
การแก้ไข ตามปกติช่งความเป็นกรด-ด่างของดินที่พืชสามารถนำธาตุเหล็กไปใช้ได้คือ ค่า pH ระหว่าง 5.5-5.6 แต่ถ้าค่า pH ต่ำกว่านี้ จะทำให้ปริมาณของธาตุเหล็กมีมากเกินไปจนก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพืชได้ ธาตุเหล็กจะไปตรึงธาตุฟอสฟอรัสไว้จนพืชไม่สามารถนำไปใช้ได้ การแก้ไขด้วยการฉีดพ่นธาตุอาหารเสริมทางใบ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการขาดธาตุเหล็กได้

สมบัติของธาตุประกอบต่างๆ ในเพอร์ไลต์ เมื่อดูผลวิเคราะห์องค์ประกอบของธาตุต่างๆ และคุณสมบัติทางกายภาพของแร่เพอร์ไลต์ สามารถสรุปแยกประโยชน์ได้ดังนี้ เพอร์ไลต์มีธาตุซิลิก้า(Si) ซึ่งจะมีคุณสมบัติเด่นในการดูดซับความชื้นได้ดี ทำให้สภาพข้างเคียงโดยรอบชุ่มชื้นสะสมอยู่ในรากพืชมากช่วยทำให้พืชแข็งแรง ต้านทานต่อความแห้งแล้งมีอยู่ในโครงสร้างของผนังเซลล์ ช่วยลดการสูญเสียน้ำ และทนทานต่อการติดโรคช่วยเพิ่มความเจริญเติบโต ลดความเป็นพิษของธาตุแมงกานีส เหล็ก อะลูมิเนี่ยม ที่มีอยู่ในสารละลายดินมากเกินไป ช่วยเพิ่มความหวานให้อ้อยและมีลำต้นแข็งแรงลดอัตราการระเหยของน้ำ ทำให้ต้นข้าวมีใบตั้งตรงรับแสงได้ดี รากสามารถรับอ๊อกซิเจนได้เพิ่มมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนดีขึ้น ช่วยดูดซับธาตุฟอสฟอรัสและไนโตรเจน เพอร์ไลต์มีธาตุอะลูมิเนียม(Al)และมีธาตุโซเดียม(Na) ธาตุจำพวกโซเดียมอะลูมิโนซิลิเกต มีคุณสมบัติในการปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่าง และยังสามารถดูดซึมก๊าซหรือสารประกอบอินทรีย์ต่างๆ ได้ดี เพอร์ไลต์มีธาตุเหล็ก(Fe) ช่วยในขบวนการหายใจ และช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์ในการปรุงอาหารของพืช และเป็นอาหารเสริมซึ่งพืชต้องการปริมาณน้อย เพอร์ไลต์มีธาตุโพแทสเซียม(K) ทำให้เปลือกลำต้นแข็งแรง ไม่หักโค่นหรือล้มง่าย ช่วยกระบวนการสร้างน้ำตาลและแป้งที่สะสมในพืช ช่วยในการเคลื่อนย้ายแป้ง และน้ำตาลไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช ช่วยในการแบ่งเซลล์ ช่วยให้พืชมีความต้านทานต่อโรคดีขึ้น ผลที่ตามมาคือออกดอกติดผลดี แต่หากมีการเร่งดอกเร่งผลมากก็จะทำให้ต้นไม้นั้นทรุดโทรมและตายเร็ว เพอร์ไลต์มีน้ำ(H2O) เป็นตัวประสานธาตุต่างๆ ให้อิ่มตัว ทำละลายแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ทั้งยังให้ความชุ่มชื้นแก่พืชและบริเวณใกล้เคียง

องค์ประกอบทั่วไปของหินเพอร์ไลต์

70-75% ซิลิคอนไดออกไซด์ : SiO 2               12-15%

อลูมิเนียมออกไซด์ : Al 2 O 3                            3-4%

โซเดียมออกไซด์ : Na 2 O                                 3-5%

โพแทสเซียมออกไซด์ : K 2 O                           0.5-2%

เหล็กออกไซด์ : Fe 2 O 3                                   0.2-0.7%

แมกนีเซียมออกไซด์ : MgO                                0.5-1.5% 

แคลเซียมออกไซด์ : CaO                                   3-5% 

ที่มา:จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

 

 

จด,ทะเบียนปุ๋ย,วิเคราะห์ปุ๋ย,ลิขสิทธิ์,แบรนด์,สินค้า,ปุ๋ย,เครื่องหมายการค้า,ปุ๋ยอินทรีย์,ปุ๋ยเคมี,สารปรับสภาพดิน,ฟิลเลอร์สี,ธาตุอาหารรองเสริม,โรงงาน,ผลิต,รับผลิต,ธาตุอาหารรอง,ธาตุอาหารเสริม

 

ราคาปุ๋ยเคมี การใส่ปุ๋ยนาข้าว การปลูกข้าวโพด การใส่ปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยเคมี

พันธุ์อ้อยเอฟ๖๐ ราคาปุ๋ยเคมีเรือใบไวกิ้ง13-13-21 ยางพารา การเปิดหน้ายางพารา วิธี บํารุงอ้อยตอ ราคาพันธุ์ข้าวโพด 7328 ปุ๋ยขี้วัว การใส่ปุ๋ยยางพารา ปุ๋ย 15-7-18 กับมันสัมปะหลัง ทำอย่างไรให้ผลผลิตยางพาราสูง ปุ๋ยยางพาราก่อนเปิดกรีด อำเภอเสนางคนิคม ปลูกอ้อยพันธ์อะไร อ้อย ปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด ราคา ปุ๋ยสำหรับใส่ยางเริ่มกรีด ข้าวโพดหวาน ปุ๋ยใส่ยางพารา การใส่ปุ๋ยฟักหอม ปุ๋ยรองพื้นข้าว วิธีใส่ปุ๋ยเคมีข้าว โครงการปลูกอ้อย การทํานาข้าว สูตรปุ๋ย การใส่ปุ๋ยอ้อย ปุ๋ยชนิดใดที่ใช้เปิดกรีดยางพารา ปุ๋ยไส่ต้นไม้สอบถามราคาสูตร161616 การปลูกมันสําปะหลังใช้เคมี ุไร่อ้อยบุรีรัมย์ ต้องการขายแม่ปุ๋ย 0-0-60 วันนี้ การใช้ปุ๋ยทางใบในนาข้าวราคาปุ๋ยเคมี การใส่ปุ๋ยนาข้าว การปลูกข้าวโพด การใส่ปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยเคมี วิธีใส่ปุ๋ยนาปรัง การใส่ปุ๋ยข้าวนาปรัง ปุ๋ยชีวภาพ การเลี้ยงกบในนาข้าว การทํานาข้าว ขายปุ๋ยกำมะถัน ปุ๋ยละอองดาว สารเคมีเกษตรในนาข้าว pdf รับสมัครเซลล์ขายปุ๋ย ปุ๋ยยางพารา ปุ๋ย เคมี ปุ๋ยสูตร 8-24-24เมาะสำหรับพึชชนิดใด การให้ปุ๋ยข้าวสุพรรณ1 นาข้าว ราคาปุ๋ยเคมีตรากระต่าย สูตรปุ๋ย 13-13-21ราคา หว่านปุ๋ยข้าว สูตรปุ๋ยเคมีใส่ยางพารา ปุ๋ยเคมีเรือใบไกิ้ง20-10-12 ปุ๋ยสูตร 15-15-15 มีธาตุ ปุ๋ยยางพาราเปิดกรีด การทำนาข้าวกข29 สูตรหมักใบกระถิน ใช้ในาข้าว ราคายางสหกรณ์บ้านกรวด ราคาปุ๋ยยางพารา 20-10-12

Promotion!! ราคาขายส่งปุ๋ยเคมีนาข้าว,ยางพารา,มันสำปะหลัง,ข้าวโพด ฯลฯ สั่งซื้อวันนี้จัดส่งฟรีทุกสูตร*
สนใจติดต่อ 035-439676 หรือส่งเมลล์สอบถามได้ที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
เข้าสู่เว็บไซต์ที่นี่>> http://www.akesuphan.com/web

ปุ๋ยยางพาราปุ๋ยนาข้าวปุ๋ยข้าวโพด

 
alt
Akesuphan Enterprise Corporation Co., Ltd. Tel : 035 439676 http://www.akesuphan.com
ถูกใจ · Kiattiyot Insawang ถูกใจสิ่งนี้
 

ปุ๋ย ราคา การปลูกข้าวโพดหวานหน้าแล้ง ปุ๋ยยูเรีย น้ํา ราคาปุ๋ยยารา ปลูกข้าวโพด

ข้าวโพด  ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อ้อย ปุ๋ยสูตร30-0-0 ปุ๋ยที่ต้นไผ่ต้องการ รถตัดอ้อย ปุ๋ย8-24-24 การ ใส่ ปุ่ ย ข้าวโพด เลี้ยง สัตว์ สัตว์เลี้ยงในไร่ข้าวโพด ปุ๋ย ใส่ ฝรั่ง วิทีกทอ้นปูยผ้าย ปุ๋ยไม้ดอก คู่มือผสมปุ๋ยใช้เอง ปุ๋ยอินทรีย์ไคโตซาน ปุ๋ยเคมี ตัวแทนจำนวยปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์เร่งหัวเผือก ปุ๋ยเคมี ตราเรือใบ ยาร่า ศูนย์วิจัยอ้อยสุพรรณบุรี ราคาปุ้ยนาข้าว การใส่ปุ๋ยในนาข้าวดินเหนียวครั้งที่3 ระยะเวลาการหว่านปุ๋ย ปุ๋ยนาข้าว ราคาข้าวโพด รายงาน การทำนาข้าว เหล็ก ปุ๋ย ราคา การปลูกข้าวโพดหวานหน้าแล้ง ปุ๋ยยูเรีย น้ํา ราคาปุ๋ยยารา ปลูกข้าวโพด

 
หน้า 16 จาก 16

ขอใบเสนอราคาปุ๋ยทุกสูตรได้ที่นี่

เอกสุพรรณ