อยากรู้ราคาขายส่งปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรเช็คที่นี่

ราคาปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรวันนี้ถึง 31 ตุลาคม ปี 2555 เช็คที่นี่!!

การใช้ปุ๋ยในขี้เหล็ก

ขี้เหล็ก

ชื่ออื่นๆขี้เหล็กหลวง, ขี้เหล็กใหญ่, ผักจี้ลี้

พันธุ์เป็นพันธุ์ที่มีการปลูกต่อๆกันมา

การเตรียมดินไถดินตากประมาณ 7 วัน พรวนดิน ขุดหลุมขนาดกว้างxยาวxลึกประมาณ 30x30x30เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหลุมละ 1 กิโลกรัม  คลุกเคล้าให้เข้ากับดินใช้ระยะปลูกคือ ระหว่างต้น 3 เมตร ระหว่างแถว 4 เมตร

การปลูกนำต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ดในถุงดำสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร แกะถุงดำออกนำต้นกล้าลงปลูกกลางหลุม กลบดิน รดน้ำให้ชุ่ม ปักไม้มัดเชือก

การให้น้ำ  ควรให้น้ำระยะแรกๆของการปลูก และเมื่อขี้เหล็กตั้งต้นได้ดีแล้วควรหยุดการให้น้ำได้ เพราะขี้เหล็กเป็นพืชทนแล้งได้ดี การปลูกในฤดูฝนจะเหมาะสมที่สุด (ประมาณเดือนพฤษภาคม-กันยายน)

การใส่ปุ๋ยพิจารณาการใส่ปุ๋ยตามความสมบูรณ์ของดิน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตราหลุมละ 1 ช้อนแกง พรวนดินกลบโคน รดน้ำให้ชุ่ม

การเก็บเกี่ยวขี้เหล็กสามารถรับประทานได้ทั้งยอดอ่อนและดอก ฉะนั้นยอดขี้เหล็กสามารถเก็บรับประทานหรือขายได้ โดยพิจารณาเก็บเมื่อมีทรงพุ่ม และอายุประมาณ 2 ปี ก็มีดอกสามารถเก็บ รับประทานและขายได้ ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา เช่น การให้น้ำ และการใส่ปุ๋ย

โรคและแมลงเนื่องจากขี้เหล็กเป็นพืชที่ขึ้นได้ในพื้นที่ทั่วๆไปและทนแล้งได้ดี ใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ ยอด ดอก และลำต้น แต่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลง จะมีบ้างก็ไม่นิยมฉีดพ่นด้วยสารฆ่าแมลงเพราะไม่ทำความเสียหายให้มากนัก

 

การใช้ปุ๋ยในคะน้า

คะน้า

พันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกแบ่งได้ 2 พันธุ์ คือ

คะน้าใบมีลักษณะต้นอวบใหญ่ ก้านเล็ก ใบกลมหนา กรอบ ทนทานต่อดินฟ้าอากาศได้ดี มีขายตามร้านขายเมล็ดพันธุ์

คะน้ายอดหรือคะน้าก้านลักษณะต้นอวบใหญ่ มีดอกสีขาว ใบอหลม ก้านใหญ่ มีรสอร่อย มีความต้านทานโรค มีขายตามร้านขายเมล็ดพันธุ์

การเตรียมดิน การปลูกหรือหว่านคะน้าเพื่อเป็นการค้า ควรไถดินตาก 7-10 วัน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ หรือปูนขาวด้วยเพื่อปรับปรุงดิน แล้วพรวนดินยกร่อง ด้วยรถแทรคเตอร์

วิธีการปลูกเกษตรกรที่ปลูกเป็นการค้า จะนิยมหว่านเมล็ดคะน้า หรือถ้าทำเป็นจำนวนไร่มากๆจะใช้เครื่องหว่านเมล็ดพันธุ์สะดวกและรวดเร็ว และสม่ำเสมอ แล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำให้ชุ่มจนอายุประมาณ 20-25 วัน ก็ถอนแยก ถ้าขึ้นถี่เกินไปควรถอนแยกห่างกันประมาณ 10-15 เซนติเมตร หรือมีใบจริงประมาณ 2 คู่

การให้น้ำควรให้น้ำคะน้าระยะแรกก่อนงอก เช้า-เย็น เมื่องอกแล้วพิจารณารดน้ำทุกวัน หรือหากมีความชื้นมาก ควรรดวันเว้นวันและควรให้น้ำสม่ำเสมอ ระยะฟื้นก่อนตัดประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อให้ได้น้ำหนัก

การใส่ปุ๋ยพื้นที่ที่ปลูกคะน้า หากเป็นพื้นที่ใหม่ ไม่ควรใส่ปุ๋ยสูตร 30-0-0 เพราะหากคะน้างามมากจะทำให้เกิดโรคง่าย ควรใส่ปุ๋ยสูตร 16-8-8 โดยหว่านมากๆและระยะหลัง หรืออายุประมาณ 30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 กิโลกรัมต่อไร่

การเก็บเกี่ยวเกษตรกรที่ปลูกเป็นการค้า จะนิยมเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 50-55 วัน โดยตัดให้ชิดโคน หักใบแก่ทิ้ง บรรจุถุงพลาสติกเจาะรู ถุงละ 5 กก.  หรือใส่เข่ง เพื่อสะดวกในการขนส่ง พ่อค้าจะมารับซื้อถึงสวน หรือเป็นการเหมาเป็นไร่ ตามราคาท้องตลาด

โรคและแมลงที่สำคัญ โรคราน้ำค้าง ใบไหม้ หนอนใยผัก หนอนเจาะยอด หนอนกระทู้ผัก ควรใช้สารเคมี อะเชทตามิพริด โปรฟิโนฟอส แลมต้าไซฮาโลทริน บาซิลลัส ทูริงเวนซิส อะมาเม็คติน หรือสปิโนแสค ตามการระบาดของแมลงศัตรู

 

การใช้ปุ๋ยในขึ้นฉ่าย

ขึ้นฉ่าย

พันธุ์  ขึ้นฉ่ายมีหลายพันธุ์ชนิดแบ่งขายเป็นกิโล หรือเป็นปี๊บ  เช่น พันธุ์โพธิ์ทอง และพันธุ์อื่นๆ

การเตรียมดินขึ้นฉ่ายนับเป็นผักใน 20 ผักที่สามารถ ปลูกแล้วได้เงินล้านขึ้นอยู่กับจังหวะ ราคา และการดูแลรักษาที่ดีตลอดจนพื้นที่ดี ดังนั้นการเตรียมดินควรพิถีพิถันมาก คือ เมื่อไถดินแล้วต้องตากดิน เป็นเดือนขึ้นไป และป้องกันกำจัดวัชพืชได้ดี ปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ ไม่ให้น้ำท่วมขังได้ ใส่ปุ๋ยคอก และปูนขาว พรวนดิน ยกร่องให้สวยงาม และดินละเอียดไม่แข็งก้อนใหญ่ เพราะเมล็ดพันธุ์ขึ้นฉ่ายเล็กมาก หากดินก้อนใหญ่แล้วเมื่อหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป รดน้ำมากๆดินละลายก็ทับเมล็ดขึ้นฉ่าย หนาก็จะงอกยาก

วิธีการหว่านเมล็ดพันธุ์ปัจจุบันเกษตรกรที่ปลูกรายใหญ่ๆจะใช้เครื่องหว่านเมล็ดพันธุ์ เพราะจะทำให้ไวขึ้น ให้ปริมาณมาก และสม่ำเสมอดี เมื่อหว่านลงแปลงแล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำด้วยสปริงเกอร์ ให้เป็นฝอย โดยก่อนหว่านคลุกเมล็ดด้วยสารเคมี และสารป้องกันกำจัดโรคพืชด้วย และพ่นยาคุมหญ้าด้วย Oxydiazon ก่อนหว่าน 1 วัน

การให้น้ำจะให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ โดยปั่นน้ำให้เป็นฝอยเช้า-เย็น ทุกๆวัน จนกว่าเห็นว่างอกดีแล้ว จากนั้นก็ให้วันละครั้ง ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำช่วงอากาศร้อนๆหรือเที่ยงวัน

การให้ปุ๋ยเมื่อเมล็ดพันธุ์ที่หว่านแล้วงอกขึ้นมา อายุประมาณ 1 เดือน ก็หว่านปุ๋ยสูตร 15-15-15 บางๆ และคอยหว่านทุกๆ 15 วัน

การเก็บเกี่ยวเมื่อขึ้นฉ่ายอายุได้ 60 วัน ก็เริ่มเก็บผลผลิตได้โดยรดน้ำก่อนถอน ถอนมาแล้วก็ลอกใบเหลืองๆหรือใบล่างที่ไม่สวยออกมัดด้วยยางวงเป็นมัดๆ นำไปล้างน้ำ ให้รากสะอาด บรรจุถุง หรือเข้าส่งตลาด

โรคที่สำคัญคือ โรคใบไหม้ โรคราน้ำค้าง โรคเน่า ควรฉีดพ่นด้วย แมนโดเซป โพรคลอราช หรือไดฟีโนโคนาโซล ตัวใดตัวหนึ่งสลับกัน

แมลงที่พบคือ หนอนกระทู้ผัก เพลี้ยอ่อน ควรฉีดพ่นด้วยสารเคมี ไซเพอร์เมทริน คลอร์ฟลูอาซูรอน หรือ คาร์โบซัลแฟน ตัวใดตัวหนึ่งตามการระบาดของแมลงศัตรู

 

การใช้ปุ๋ยในแคบ้าน

แคบ้าน

ชื่ออื่นๆแคขาว, แคแดง, แคบ้าน, แคแน, แคตุ้ย, แคบีฮ้อ, แคผา

พันธุ์ เป็นพันธุ์พื้นบ้านที่มีการปลูกต่อๆกันมามีทั้งพันธุ์ต้นสูงและพันธุ์ต้นเตี้ย

การเตรียมดินไถดินตาก 7-10 วัน พรวนดินยกร่อง ชักร่องปลูกแบบผืนใหญ่ หรือแบบร่องสวน ขึ้นอยู่กับการให้น้ำ ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 1.5 เมตร ระหว่างแถว 2 เมตร ขุดหลุมขนาด กว้างxยาวxลึก ประมาณ 30x30x30เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน

การปลูกนำต้นกล้าที่เพาะไว้ในถุงดำ แกะถุงดำออก นำต้นกล้าแค ลงปลูกกลางหลุม กลบดิน

รดน้ำปักหลักมัดเชือกยึดจนกว่าต้นแคจะสูงแล้วตัดให้มีความสูงประมาณ 2 เมตร เพื่อสะดวกในการเก็บยอดและดอก

การให้น้ำการให้น้ำตามระบบการปลูกเช่น ปล่อยไปตามร่อง สปริงเกอร์ ตักสาด แคเป็นพืชทนแล้งได้ดีฉะนั้นระยะแรกของการปลูกควรรดน้ำจนกว่าต้นแคเจริญเติบโตดีก็เว้นการให้น้ำได้และหยุดตามฤดูกาลหากใช้น้ำและปุ๋ยดี ก็จะเก็บยอดและดอกขายได้ตลอด

การใส่ปุ๋ยควรใส่ปุ๋ยอยู่เสมอ คือ แบ่งใส่เมื่อต้นแคอายุได้ 1 เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนแกงโรยรอบๆโคนต้นและทุกๆ 1 เดือนจนมีดอกใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24  อัตรา 100-200 กรัมต่อต้นโรยรอบๆโคนต้น

การเก็บเกี่ยวเมื่อแคมีอายุได้ประมาณ 3-4 เดือน ก็สามารถเก็บดอกขายได้ หากเราตัดยอดแต่งทรงพุ่มอยู่เสมอจะสามารถเก็บดอกและยอดขายได้ โดยใช้มีดหรือกรรไกรตัดยอด และใช้มือเก็บดอกรอส่งขายต่อไป

โรคและแมลงเนื่องจากมีหนอนเจาะเพลี้ยอ่อนเข้าทำลายที่ดอก ควรฉีดพ่นด้วยสารเซฟวิน 85

 

การใช้ปุ๋ยในแครอท

แครอท

พันธุ์แครอทที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์หงส์แดง, Newkurada, Imperator, Nantes

การเพาะกล้าโดยการขุด หรือไถดินตากประมาณ 7 วัน กำจัดวัชพืชออกให้หมด ใส่ปูนขาวและปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ทำการยกร่องแบบร่องผักแล้วทำแนวห่างกัน 10 เซนติเมตร โรยเมล็ดบางๆตามแนว เกลี่ยดินกลบบางๆ ใช้ฟางข้าวคลุมรดน้ำให้ชุ่ม เช้า-เย็น จนกว่าต้นกล้างอก

การเตรียมดิน การปลูกแครอท มีการเตรียมดินโดยการไถดินตากประมาณ 7 วัน เก็บวัชพืชออกให้หมด ทำการพรวนดิน หรือตีดินด้วยรถแทรคเตอร์ โดยใส่ปูนขาว ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก ลงไปด้วย การยกร่องเหมือนร่องผักทั่วๆไป แล้วโรยฟางคลุม รดน้ำให้ชุ่ม

วิธีการปลูกเมื่อต้นกล้าอายุประมาณ 15-20 วัน หรือมีใบจริงประมาณ 3-5 ใบ ถอนกล้านำไปปลูกในร่องที่เตรียมไว้ ระยะปลูก(ต้นxแถว) ประมาณ 10x15 เซนติเมตร หรือทำการหว่านเมล็ดพันธุ์แครอทลงในแปลงปลูกเลย แล้วใช้วิธีถอนแยกต้นกล้าที่แน่นให้ได้ระยะประมาณ 10x15 เซนติเมตร ก็ได้ ทำการรดน้ำเช้า-เย็น จนกว่าต้นแครอทจะติดดี  จึงพิจารณาเว้นวันในการรดน้ำ

การให้น้ำเนื่องจากระยะแรกของการปลูกแครอทน้ำมีส่วนสำคัญโดยต้องรักษาความชื้นให้เพียงพอ เพื่อกระตุ้นการงอกของราก และการเจริญเติบโต แต่ควรลดลงเมื่อเกิดแง่งหรือหัวจะทำให้มีการแตกของหัว

การใส่ปุ๋ยเมื่ออายุได้ 30 วัน ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่

การเก็บเกี่ยวแครอทจะสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 80-100 วัน หรือดูที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 3.9 นิ้ว ตัดใบเหลือความยาว 10 เซนติเมตร ล้างให้สะอาด ผึ่งลมให้แห้งบรรจุถุงหรือเข่งรอการจำหน่ายต่อไป  โดยเฉลี่ยผลผลิตที่ได้ประมาณ 2,000-2,500 กิโลกรัมต่อไร่

โรคของแครอทเช่น โรครากเน่าของแครอท และโรคราแป้ง ป้องกันกำจัดโดยการเตรียมดินก่อนปลูก โดยใส่ปูนขาวประมาณ 200-300 กิโลกรัมต่อไร่ และฉีดพ่นด้วยสารเคมี เทอราคลอ 75 หรือเบนเลท ตัวใดตัวหนึ่งตามอาการของโรค

แมลงพบหนอนในดินเข้าทำลายรากแครอททำให้ชะงักการเจริญเติบโต ป้องกันกำจัดโดยการ พ่นด้วยสารเคมี เช่น พาราไธออน หรือคลอเดน

 

การใช้ปุ๋ยในชะอม

ชะอม

พันธุ์ยอดใหญ่ลักษณะต้นสูงใหญ่ แตกยอดได้ดีในหน้าแล้ง

พันธุ์ยอดขนาดกลางให้ยอดได้ดีทั้งหน้าฝนและหน้าแล้ง

พันธุ์ยอดเล็กเป็นพันธุ์ยอดตรงคล้ายยอดกระถิน เมื่อตัดต้นจะแตกยอดใหม่ได้ดี

การเตรียมดิน  ไถตากดิน 7 วัน พรวนดิน ย่อยดิน ยกร่องโดยปลูกแบบร่องผัก หรือยกร่องแบบร่องข้าวโพดฝักอ่อนก็ได้ ขุดหลุมใส่ปุ๋ยคอกประมาณ 1 กำมือต่อหลุม ระยะปลูกระหว่างต้นประมาณ 60x ระหว่างแถว 100 เซนติเมตร

การปลูกใช้ท่อนพันธุ์ที่เป็นกิ่งตอน หรือกิ่งที่ตัดมาจุ่มน้ำยาเร่งราก และปลูกได้เลย กลบดินรดน้ำให้ชุ่ม

การให้น้ำควรปล่อย อาทิตย์ละ 2 ครั้ง

การใส่ปุ๋ยควรให้ปุ๋ยคอก และเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ พรวนดินกลบโคนต้น แล้วปล่อยนำตาม

การเก็บเกี่ยวชะอม จะเก็บการเก็บเกี่ยว ชะอม จะเก็บผลผลิตได้เมื่อทรงพุ่มสูงประมาณ 1 เมตร แล้วค่อยตัดแต่งกิ่งต้น โดยใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่ง

โรคและแมลงได้แก่ โรคเหี่ยวตาย และแมลงคือ เพลี้ยไก่แจ้ และหนอนผีเสื้อ แก้ไขโดย ขุดทิ้ง และพ่นสารเคมี เช่น อิมิดาโดลพริด และไซเปอร์เมทริน

 

การใช้ปุ๋ยในแตงกวา

แตงกวา

พันธุ์พันธุ์แตงกวาเกษตรกรต้องปลูกตามความต้องการของตลาด ตลาดต้องการลูกสีเขียวยาว หรือขาวยาว  หรือป้อมใหญ่ จึงเป็นลูกผสมของแต่ละบริษัทที่เกษตรกรจะเลือกปลูก เป็นของตราศรแดง บริษัทเจียไต๋ และบริษัทอื่นๆ

การเตรียมดินต้องไถดินตามประมาณ 10 วัน จากนั้นพรวนดินให้ร่วน เรียบและสม่ำเสมอ ไม่มีน้ำท่วมขัง ปลูกโดยการยกร่อง หรือพื้นเรียบ

วิธีการปลูกหลังจากเตรียมดิน ทำการขึงเชือก ตีหลุมระยะปลูก 1x1.2 เมตร ปลูกแบบพื้นเรียบ และไม่ต้องทำค้าง หากทำค้างระยะปลูกประมาณ 1x1.5 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก หยอดเมล็ด 3-4 เมล็ด ก่อนปลูกควรคลุกด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา และสารเคมี  (เมทาแลคซิล และคาร์โบซัลแฟน)

การปักค้างกรณีทำค้าง ใช้ไม้ลวกปักแต่ละหลุม แล้วใช้ปลายค้างเอียงเข้าหากัน หรือปักตรงแต่ละหลุม และขึงตาข่ายมัดติดกับหลักให้เถาแตงกวาเลื้อยขึ้นไป จะสามารถเก็บผลผลิตได้โดยง่าย

การให้น้ำแตงกวาระบบรากตื้น จึงต้องให้น้ำมาก และควรให้น้ำสม่ำเสมอด้วย ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบสปริงเกอร์ เพราะจะทำให้เกิดโรคทางใบได้ง่าย

การใส่ปุ๋ยในขณะเตรียมดิน ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก รองก้นหลุมด้วย และเมื่อแตงกวาอายุ 10 วัน มีใบแรกประมาณ 2-3 คู่ ก็ใส่ปุ๋ย 30-0-0 ได้บางๆรดน้ำให้ทั่วถึง

การเก็บเกี่ยวอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 30-40 วัน ก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยเลือกเก็บเฉพาะระยะส่งตลาด ไม่อ่อนหรือแก่มาก นำมาคัดแยกบรรจุถุงส่งตลาด

โรค ที่สำคัญ คือ โรคราน้ำค้าง โรคเหี่ยว และแอนแทรคโนล ควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช ไดเมทโทม็อบ เมทาแลคซิล คาเบนตาซิม หรือโพรคลอราช ตัวใดตัวหนึ่งสลับกัน

แมลงศัตรูที่สำคัญคือ เพลี้ยไฟ เต่าแตง แมลงวันผลไม้เจาะผล เพลี้ยจั๊กจั่น และหนอนคืบ ควรพ่นด้วยสารเคมีอิมิดาโดลพริด  เซฟวิน อะบาเม็กติน และคาร์โบซัลแฟน

 

การใช้ปุ๋ยในแตงร้าน

แตงร้าน

พันธุ์  นิยมปลูกพันธุ์ลูกผสม 209 251 ของบริษัทต่างๆ เช่น ตราศรแดง ตราเครื่องบิน เป็นต้น

การเตรียมดินปลูก  ไถดินด้วยผาน 3 และไถพรวนด้วยผาน 7 ตากดิน 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก หว่านปุ๋ยเคมีรองพื้นด้วยสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ทำการพรวนดินปรับหน้าดินหลังจากนั้นทำการยกร่อง แบบร่องปลูกผัก หรือชักร่องแบบปล่อยน้ำ

การปลูกใช้ระยะการปลูก คือ ระหว่างต้น 70 เซนติเมตร ระหว่างแถว 1 เมตร ขุดหลุม หยอดเมล็ดหลุมละ 2-3 เมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม หลังหยอดเมล็ด 3 วัน ต้นกล้าจะเริ่มงอก ส่วนการปลูกในร่องที่ปล่อยน้ำ เริ่มจากปล่อยน้ำพอดินหมาดๆก็ทำการตีหลุมแล้วหยอดเมล็ดได้

การปักค้างใช้ไม้ไผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาวประมาณ 2 เมตร ปักตรงหลุมที่ปลูก ทุกหลุม ขึงด้วยตาข่ายเอ็น เพื่อให้เถาแตงร้านเกาะขึ้นได้ง่าย และสะดวกในการเก็บผลผลิต

การให้น้ำวิธีการให้น้ำแตงร้านมีหลายวิธี เช่น แบบรดน้ำด้วยฝักบัว ลากสายยาง แบบวิดน้ำหรือสาด แบบสปริงเกอร์ หรือแบบน้ำหยด โดยรดเช้าและเย็น ในระยะแรกๆ และเมื่อแตงร้านออกดอกติดผล และพิจารณาการรดน้ำตามสภาพอากาศ

การใส่ปุ๋ยทำการใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อแตงร้านงอกมาแล้วประมาณ 10 วัน และทำการใส่ปุ๋ยทุกๆ 10 วัน อัตรา 50 กิดลกรัมต่อไร่ พอแตงร้านเริ่มทอดยอดจนถึงออกดอก และติดผล ควรพ่นปุ๋ยน้ำ หรือพวกฮิวมิก แอซิด หรืออะมิโนแอซิด ผสมกับสาหร่ายทะเล เพื่อช่วยในการแตกแขนง ออกดอกและเพิ่มผลผลิต

การเก็บเกี่ยว  เมื่อแตงร้านอายุได้ประมาร 45-50 วัน ก็เริ่มเก็บผลผลิตได้ โดยเลือกผลที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป ใส่ถุงปุ๋ย หรือตะกร้าที่บุด้วยผ้ากันผิวแตงร้านเสียหาย นำมาคัดขาดใส่ถุงๆละ 10 กิโลกรัม รอการจำหน่ายต่อไป ราคาที่ขายได้จะไม่ค่อยแน่นอน จะขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ หรือฤดูกาลที่ออก

โรคโรคที่สำคัญของแตงร้านเรียงตามลำดับของการระบาดรุนแรง คือ โรคราน้ำค้าง โรคใบจุด โรคใบไหม้ ป้องกันกำจัดโดยการฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น ไดเมทโทม็อบ เมทาแลคซิล คลอโรทาโลนิล ตัวใดตัวหนึ่ง

แมลง แมลงที่พบว่ามีการระบาด ได้แก่ เพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาว หนอนกระทู้ผัก หนอนคืบ เต่าแตง ป้องกันกำจัดโดยการฉีดพ่นสารเคมี เช่น อะบาเม็กติน  คาร์โบซัน-แฟน ปิโตเลียมออยล์ ตัวใดตัวหนึ่งหรือสลับกันพ่น

 

การใช้ปุ๋ยในแตงโม

แตงโม

ชื่ออื่นๆแตงจีน มะเต้า

พันธุ์แบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ “พันธุ์ธรรมดา” เช่น พันธุ์ซูก้าเบบี้ , ซาลสตัน เกรย์ , เยลโล เบบี้ ไฮบริด , ฟาร์มเมอร์ วันเดอร์ฟูล ไฮบริด “พันธุ์เมล็ด” เช่น เรดโคท ไฮบริด , วานลี เอฟ 2

การเตรียมดินควรไถดินตากประมาณ 10 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอัตรา 2-3 ตันต่อไร่ พรวนดินให้เข้ากันทำการเตรียมร่องได้ 2 แบบ คือ ถ้าปลูกแบบแถวเดี่ยวก็ปลูกแบบผืนใหญ่เลย ส่วนการปลูกแบบแถวคู่เตรียมโดยการยกร่องกว้าง 4-5 เมตรยาวแล้วแต่พื้นที่ โดยมีร่องน้ำสำหรับปล่อยน้ำไว้ตักรดต้นแตงโม

การปลูกการปลูกแบบเดี่ยวหรือผืนใหญ่ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 180 เซนติเมตร และระหว่างแถว 180 เซนติเมตร ส่วนการปลูกแบบแถวคู่ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 60-90 เซนติเมตร และระยะระหว่างแถว 200-300 เซนติเมตร ใช้ฟางข้าวคลุมรดน้ำให้ชุ่มในจุดที่ปลูก

การให้น้ำโดยการตักรดหรือใช้แครงวักสาดอย่าให้ใกล้โคนต้นเกินไปเพราะน้ำอาจไปกระแทกถูกต้นทำให้ช้ำ-หักได้โดยพิจารณาให้น้ำทุกๆวัน

การจัดเถา แตงโมมีเถายาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร ควรจัดให้เถาเลื้อยไปทางเดียวกันเพื่อไม่ให้เถาพันกัน ทับกันจนแน่นยากแก่การผสมเกสรของแมลง และควรริดแขนงส่วนที่เกินหรือไม่จำเป็นทิ้งเพื่อให้ได้ผลที่มีขนาดสมบูรณ์

การใส่ปุ๋ยใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 3 ครั้ง ครั้งแรกรองก้นหลุม ครั้งที่ 2 เมื่อแตงโมทอดยอดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วพรวนดินกลบด้วย และครั้งที่ 3 เมื่อแตงโมทอดยอดยาวประมาณ 90 เซนติเมตร

การเก็บเกี่ยวเมื่อแตงโมอายุได้ 75-120 วัน ตามลักษณะของพันธุ์ สังเกตที่ขั้วของแตงโมเริ่มเหี่ยวยุบลง ผิวแตงกร้าน ไม่สด มือเกาะใกล้ขั้วจะแห้ง ดีดหรือตบเบาๆ จะมีเสียงผสมระหว่างกังวานและเสียงทึบแสดงว่าแก่พอดี ถ้าเสียงกังวานเพียงอย่างเดียวแสดงว่าแตงโมอ่อน  หรือถ้าเสียงทึบเพียงอย่างเดียว  แสดงว่าแตงโมแก่เกินไป ไส้ล้ม

โรคได้แก่โรคราน้ำค้าง โรคราแป้ง โรคเหี่ยวตาย โรคใบด่าง โรคใบจุด โรคเถาแตก โรคเถาเหี่ยว ป้องกันกำจัดโดยการฉีดพ่น มาเน็บ ซีเน็บ เบนโนมิล แมนโคเซปคาร์เบนดาซิม และโบแรกซ์ตัวใดตัวหนึ่งตาม อาการของโรคและควรพ่นสารเคมีฆ่าแมลงที่เป็นพาหะนำโรคด้วย

แมลง ได้แก่ เต่าแตง เพลี้ยไฟแตงโม แมลงวันแตง แมลงวันทอง หนอนกระทู้ หนอนผีเสื้อเจาะผลแตงโมป้องกันกำจัดโดยการฉีดพ่น เซฟวิน ไซเปอร์เมทริน อะบาเม็กติน คาร์โบซัลแฟนตัวใดตัวหนึ่งตามการระบาดของแมลงศัตรู

 

 
หน้า 4 จาก 16

ขอใบเสนอราคาปุ๋ยทุกสูตรได้ที่นี่

เอกสุพรรณ