อยากรู้ราคาขายส่งปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรเช็คที่นี่

ราคาปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรวันนี้ถึง 31 ตุลาคม ปี 2555 เช็คที่นี่!!

การใช้ปุ๋ยในมะเขือเทศ

มะเขือเทศ

            พันธุ์ พันธุ์ของมะเขือเทศมีมากมายและสามารถปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาใหม่ๆ ได้มาก บ้านเราจะปลูกให้ขายดีในฤดูหนาว ขนาดของผลตั้งแต่ลูกเล็กจนถึงลูกใหญ่ และสีมีตั้งแต่สีส้มจนสีแดงเข้ม แบ่งพันธุ์ได้ 2 ลักษณะ

            -พันธุ์ที่ใช้รับประทานสด เช่นพันธุ์สีดา มาโกลบ สีดาห้าวฉัตรสีดา มก. และพันธุ์แอล 22 เป็นต้น

            -พันธุ์ที่ส่งโรงงาน เช่นพันธุ์ มข 0-2 พันธุ์คิงคอง พันธุ์ซานมาซาโนคาลเจ

            การเตรียมดิน ควรเลือกพื้นที่น้ำไม่ขัง และระบายน้ำได้ดี ไถตากดิน ไม่ต่ำกว่า 10 วัน ตีดิน ยกร่องแบบปลูกผัก หรือทำร่องแบบปลูกข้าวโพดฝักอ่อน ปล่อยน้ำ เตรียมปลูก

            การเพาะกล้า จะเพาะในกระบะ หรือเพาะแบบร่องผักก็ได้ โดยการหว่านเมล็ดคลุกสารกันรา และสารฆ่าแมลงกันมดคาบเมล็ด โรยฟางข้าวให้ทั่ว รดน้ำให้ชุ่มและเย็น ทุกๆ วัน จนกว่าอายุกล้าประมาณ 20-30 วัน ก็ย้ายลงปลูกได้ ก่อนถอน ควรรดน้ำให้ชุ่มทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง และถอนไปปลูกในร่องที่เตรียมไว้ ระยะปลูกระหว่าง xระว่างแถวยาว ประมาณ 30x70 หรือ 30-40x70 เซนติเมตร

            การให้น้ำ ระยะแรกควรให้น้ำสม่ำเสมอ จนกว่าติดผล ก็ลดปริมาณลงเพราะถ้าได้น้ำมากจะทำให้ผลแตก และเกิดโรคได้

            การปักค้าง ส่วนมากเป็นพันธุ์รับประทานสด โดยใช้ค้างไม้ลวกปัก 2 แถว และนำปลายมัดรวมกัน ขึงด้วยตาข่าย หรือเชือกฟางเป็นชั้นๆก็ได้

            การเก็บเกี่ยว จะเก็บเกี่ยวได้ประมาณอายุ 70-90 วัน ขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่ปลูกเลือกเก็บผลที่ไม่แก่จัด

            โรคที่สำคัญ คือ โรคใบไหม้  โรคใบจุด โรคเหี่ยวเหลืองตาย โรคยอดหยิกเกิดจากเชื้อไวรัส มีแมลงหวี่ขาว เป็นพาหะป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมีประเภทปากดูด และนอกนั้นใช้สารเมนโดเซปดาเบนดาซิม ตัวไดตัวหนึ่ง

            แมลงที่สำคัญ ได้แก่ เพลี้ยไฟ หนอนเจาะสมอฝ้ายอเมริกัน ป้องกันโดยใช้ ไซเฟอร์เมทริน 30% แลมด้าไซฮาโลทริน เมทโทมิล

 

            

 

การใช้ปุ๋ยในมะเขือเปราะ

มะเขือเปราะ

      พันธุ์ ตามท้องตลาดที่นิยมปลูกสามารถแยกได้ คือ หากเป็นพันธุ์เดิมๆ เป็นเจ้าพระยาจะใช้แกงป่าจะดีมาก หากเป็นลูกผสมพันธุ์ใหม่ๆ เช่น พันธุ์น้ำหยด หรือหยาดทิพย์ ของตราศรแดง จะกินดิบและแกงเขียวหวานอร่อยมากเพราะมีเนื้อมากเปลือกหนา ผลใหญ่ สามารถขนส่งได้ไกลๆ

            การเพาะกล้า ทำได้โดยการเพาะในถาดหลุม หรือเพาะในแปลงเพาะ วิธีการเพาะในแปลงเพาะมีการเตรียมดินไถตากย่อยดินใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก คลุกเคล้าให้ทั่ว ปรับหน้าดินให้เสมอ หว่านเมล็ดมะเขือเปราะลงไป อย่าให้หนาแน่นมาก จะทำให้ต้นกล้าเล็ก โดยทับด้วยฟางข้าวหรือหญ้าแห้ว ก่อนหว่านเมล็ดควรคลุกด้วยสารเคมีป้องกันมดและแมลงในดิน รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน เช้าและเย็น ในระยะก่อนงอก เมื่องอกแล้วก็ควรรดน้ำอย่างให้ขากจนกล้ามีอายุประมาณ 30 วัน หรือมีใบจริง 2 คู่ พร้อมขายได้

            การเตรียมดิน ไถดินตากประมาณ 7 วัน แล้วชักร่องเพื่อปล่อยน้ำ และปลูกตามร่อง จะสะดวกในการให้น้ำและให้ผลผลิตดีกว่าปลูกแบบธรรมดา

            การปลูก ขุดหลุมลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 10 กรัมต่อหลุม คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ระยะปลูกประมาน 1.50x2 เมตร เนื่องจากมะเขือเปราะรุ่นใหม่ๆเป็นลูกผสม จะมะทรงที่ใหญ่ และดก มีอายุการเก็บผลผลิตได้นาน  หากทำการดูแลรักษาดี โดยปลูกหลุมละ 1 ต้นลงดินให้แน่น

            การให้น้ำ ปล่อยน้ำไปตามร่อง  หย่าให้น้ำขัดร่อง จะทำให้มะเขือเปราะตายได้ ควรดูหย่าให้ดินแห้ง และปล่อยน้ำอยู่เสมอ

            การใส่ปุ๋ย เทื่อปลูกลงดินแล้วต้นกล้าตั้งต้นดี อายุประมาณ 20 วันก็ใส่ปุ๋ยเคมี 30-0-0 อัตรา 10 กรัมต่อหลุม  และใส่อีกเมื่ออายุ 35-40 วัน และพิจารณาใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เมื่อมะเขือเปราะเริ่มออกดอกและติดผลการพิจารณาใส่ปุ๋ย ควรใส่น้อยๆ แต่บ่อยครั้ง

            โรค โรคใบจุด โรคผลเน่า โรคใบไหม้ ควรพ่นสารแมนโคเซป และไอโพรไดโอน

            แมลงศัตรู ที่พบเพลี้ยจั๊กจั่น แมลงหวี่ หนอนเจาะยอดและผล พลี้ยไฟ ไรแดง ควรพ่นด้วย อะมาแม็คติน หรืออิมิดาโดลพริด เดลทาเมทริน หรือเมตาไซฟลูทริน และอามีทราซ

           

           

 

การใช้ปุ๋ยในมะเขือพวง

มะเขือพวง

            พันธุ์ มะเขือพวงที่ปลูกกันอยู่ส่วนมาก เป็นพันธุ์พื้นเมืองซึ่งปลูกกันมานาน

            การเตรียมดิน ไถ หรือขุดดิน ตากไว้ประมาณ 7-10 วัน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก เก็บวัชพืช พรวนดิน ยกร่องเป็นแปลงๆ หรือชักร่องสำหรับปล่อยน้ำไปตามร่องรอการปลูก

            การเพาะกล้า ขุดดินตากแดดประมาณ 10 วัน ย่อยดิน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักลงแปลง หว่านเมล็ดพันธุ์ โรยทับด้วยฟางข้าว รดน้ำให้ชุ่ม เช้า-เย็น จนกว่าเมล็ดพันธุ์งอก หรือเพาะในกระบะเพาะ เมื่อกล้ามีใบจริงประมาณ 3-4 ใบ ก็นำไปปลูกได้จะทำให้ต้นกล้าตั้งตัวได้ดีกว่าการเพาะในแปลงเพาะ

            การปลูก เมื่อต้นกล้าอายุได้ประมาณ 30 วัน สูงประมาณ 15 เซนติเมตร ใช้ระยะปลูกระหว่างต้นประมาณ 2-3 เมตร ระหว่างแถวประมาณ 3-4 เมตร ขุดหลุมใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก กลบโคนให้แน่นคลุมด้วยฟางข้าว รดน้ำให้ชุ่ม ส่วนปลูกในร่องปล่อยน้ำ ก็ขุดหลุมนำกล้าลงปลูกได้เลย จะรักษาความชื้นได้ดีกว่าการปลูกแบบร่องแต่ควรดูแลอย่างให้น้ำขัง หรือท่วม

            การให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างพอเพียง และสม่ำเสมอระยะแรกของการเจริญเติบโต แต่อย่าให้มากเกินไปจนแฉะ

            การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกรองพื้น และครั้งที่ 2 เมื่อมะเขือพวงอายุได้ 30 วัน โดยโรยรอบโคนต้น และพรวนดินกลบ

            การกำจักวัชพืช ควรกำจัดวัชพืชอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้แย่งน้ำแย่งอาหาร และเป็นที่อยู่ของแมลงศัตรูมะเขือพวงด้วย

            การเก็บเกี่ยว เมื่อผลมะเขือพวงโตเต็มที่ไม่อ่อน และแก่จนเกินไป ก็ทยอยเก็บไปเรื่อยๆ และเก็บได้เป็นเวลานาน ส่วนมากมะเขือพวงจะมีราคาดีในฤดูแล้ง(เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน)ของทุกปี

            โรค โรคของมะเขือพวง เช่น โรคเหี่ยวตาย โรคใบไหม้ โรคราน้ำค้าง โรคราสนิม ป้องกันกำจัดด้วยการพ่นสารป้องกันโรคพืช เช่น เมทาแลคซิล คาร์เบนดาซิล เมนโคเชป ตัวไดตัวหนึ่ง ตามอาการของโรค

            แมลงศัตรู มะเขือพวง ได้แก่ เพลี้ยไฟ เพลี้ยจั๊กจั่น เพลี้ยอ่อน แมลงหวี่ขาว หนอนเจาะผล หนอนกระทู้ผัก ป้องกันกำจัดเหมือนกับมะเขือเปราะ มะเขือยาว ถั่วแขก และถั่วฝักยาว

 

การใช้ปุ๋ยในมะเขือยาว

มะเขือยาว

            พันธุ์ พันธุ์พื้นเมือง เช่น มะเขือนาวงาช้าง มะเขือนาวสำลี ปัจจุบันนิยมปลูกเป็นลูกผสมของบริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ เช่นของบริษัท เจียไต๋,ตราศรแดง

            การเพราะกล้า ไถดินตากแดดประมาณ 7 วัน ขุดร่อง ย่อยดิน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ปรับหน้าดินให้สม่ำเสมอ หว่านเมล็ดบางๆโรยทับด้ายฟางข้าว รดน้ำให้ชุ่ม เช้า-เย็น คอยพ่นสารป้องกันกำจัดโรคและแมลง เมนโคเชป ผสมกับเชฟวิน หรือไซเปอร์เมทริน

            การเตรียมดินปลูก มะเขือยาวมีวิธารเตรียมดิน และปลูกได้ 2 แบบ คือแบบปลูกในร่อง และปลูกบนร่องแบบการปลูกผัก แต่ที่นิยมจะปลูกในร่อง เริ่มจากการเตรียมดินในการไถ เก็บวัชพืชออกให้หมด ตากดิน 7 วัน แล้วไถแหวกร่อง (ชักร่องปลูก) เพื่อจะปลูกในร่อง สะดวกต่อการปล่อยน้ำ และรักษาความชื้นทำการตีหลุมระยะระหว่างต้นประมาณ 1 เมตร ส่วนระหว่างร่องอยู่ประมาณ 2-2.5 เมตร เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงาน ขุดหลุมลึกประมาณ 20-30 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก แล้วใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตราประมาณ 1 ช้อนชา ปล่อยน้ำไปตามร่อง พอดินหมาดๆ นำกล้าลงปลูก จากนั้นคอยรักษาความชื้นอยู่เสมอ

            การให้น้ำ ควรให้น้ำไปตามร่อง หรือแบบสปริงเกอร์  แล้วแต่วิธีการปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่องแรกของการเจริญเติบโต

            การใส่ปุ๋ย เมื่อมะเขือยาวอายุ 25-30 วัน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 หรือ สูตร 15-15-15 อัตรา 30กิโลกรัมต่อไร่ และใส่ทุกๆ 20 วัน โดยเพิ่มปริมาณประมาณ 1 ช้อนแกง พรวนดินกลบโคน

            การกำจัดวัชพืช หลังจากปลูกประมาณ 1 เดือน จะมีวัชพืชขึ้นควรทำการถอน หรือถากออกให้หมด และคอยดูแลอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพราะต้นหญ้าจะเป็นพืชอาศัยของแมลงศัตรูมะเขือยาวได้

            การเก็บเกี่ยว เมื่อมะเขือยาวอายุได้ประมาร 60 วัน หลังจากปลูก ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยทยอยเก็บผลอ่อนที่โตได้ขนาดระยะส่งตลาด นำมาบรรจุใส่ถุง หรือเข่งรอส่งตลาด

            โรค เช่นโรคใบจุด ใบไหม้ โรคใบด่าง โรคผลเน่า โรคเหี่ยว ป้องกันกำจัดตามอาการของโรค เช่นพ่นสาร เมนโคเชป ไดเทน M คาร์เบนดาซิม ตัวไดตัวหนึ่ง

            แมลง แมลงศัตรูมะเขือยาว ได้แก่ หนอนเจาะยอดและผลมะเขือ หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจั๊กจั่น แมลงหวี่ขาว ป้องกันกำจัดโดยการพ่นสารเคมี เช่นไซเปอร์เมทริน แลนเนท อะบาเม็กติน คอนฟีดอร์ ไมแทค โดยเลือกใช้ตามการระบาดของแมลงศัตรูมะเขือยาว

 

การใช้ปุ๋ยในมะเขือยักษ์สีม่วง

มะเขือยักษ์สีม่วง

            พันธุ์ มะเขือยักษ์สีม่วงเป็นมะเขือที่ได้มาจากการปรับปรุงผสม และคัดพันธุ์ใหม่จากมะเขือยาวสีม่วงธรรมดา ทำให้ได้ผลสีสั้นลง แต่มีขนาดโตขึ้น และมีรูปร่างต่างๆ กัน สามารถปลูกได้ตลอดปีมีหลายพันธุ์ แบ่งแยกตามความสูงของต้น คือ

            -ต้นเป็นพุ่มแบบ สูงไม่เกิน 60 เซนติเมตร เป็นพันธุ์เบา เช่นพันธุ์แบดเจอร์สเตท (Badger state)นิวแฮมเชียไฮบริด (New Hamshir hybrid)

            -ต้นสูงปานกลาง พวกนี้มีต้นสูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร เป็นพันธุ์กลางจนถึงพันธุ์หนัก เช่น พันธุ์แบลค บิวตี้ (Black beauty)  อิมพรูฟด์ ลอง เพอร์เฟิล (lmproved long  purple)

            -ทรงพุ่มสูง ต้นสูงเกิน 75 เซนติเมตร ขึ้นไป เป็นพันธุ์หนัก เช่น พันธุ์ฟลอริด้า บิวตี้ (Florida beauty) ฟลอริด้า ไฮ บูช (Florida high bush) คลีโอล  (Creole)

            การเพราะกล้า การเพราะกล้ามะเขือยักษ์สีม่วง จะเพราะในกระบะเพราะ หรือแปลงเพราะก็ได้ ควรเตรียมดิน ให้ร่วนละเอียด พร้อมกับใส่ปุ๋ยคอกเพื่อช่วยบำรุงดินลงในกระบะเพราะ แล้วนำเมล็ดหยอดตามหลุมๆ  ละ 1 เมล็ด ถ้าเพราะในแปลงเพราะควรไถดินตากประมาณ 7 วันใส่ปุ๋ยคอก พรวนดินให้ละเอียด ยกร่องปรับผิวร่องให้เรียบ หว่านเมล็ดพันธุ์มะเขือยักษ์สีม่วงบางๆ สม่ำเสมอ โรยทับด้วยฟางข้าว รดน้ำให้ชุ่ม จนมีอายุ 30 วันก็ย้ายไปปลูกในแปลงได้

            การเตรียมดิน  เริ่มจากการไถดินตากแดดประมาณ 7-10 วัน พรวนดินยกร่องแบบปลูกผัก หรือชักร่องแบบปลูกข้าวโพดฝักอ่อน บางรายใช้ผ้าพลาสติกสีดำคลุมร่อง ขุดหลุมบนสันร่อง โดยทำการเจาะผ้าใบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร ทำการขุดหลุมใส่ปุ๋ยคอก อัตรา 1 กำมือ และปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน รดน้ำให้ชุ่มพอสำหรับการปลูก

            การปลุก ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 50 เซนติเมตร และระหว่างแถว 100 เซนติเมตร ขุดหลุม นำกล้าที่ได้ปลูกลงหลุม หลุมละ 1 ต้นกลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม

            การใส่ปุ๋ย เมื่อต้นกล้าที่ปลูกตังต้นได้ดีแล้วในระยะแรกๆ ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 30-0-0 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อหลุม และและมืออายุได้ 1 เดือน ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 5-10-5  หลุมละ 1 ช้อนแกง ต่อหลุม

            การให้น้ำ การให้น้ำหากปลูกแบบผืนใหญ่ก็ให้น้ำแบบสปริงเกอร์หรือถ้าปลูกแบบยกร่องก็ปล่อยน้ำไปตามร่อง โดยดูดินฟ้าอากาศเป็นหลักเพื่อไม้ให้มะเขือยักษ์สีม่วงได้น้ำมากเกินไป หรือขาดน้ำ

            การเก็บเกี่ยว เมื่อมะเขือยักษ์สีม่วงอายุได้ประมาณ 75 วันก็เริ่มเก็บผลผลิตได้ควรสังเกตที่สีของผล ต้องมีสีเขียวเข้ม ไม่คล้ำ หรืเขียวปนม่วงจะทำให้ ผลแก่ไป ใช้มีดหรือกรรไกรตัดขั้วนำมาคัดขนาดบรรจุถุงหรือเข่งรอการจำหน่ายต่อไป

            โรคและแมลง โรคและแมลงของมะเขือยักษ์สีม่วงเหมือนกับพืชตระกูลมะเขือทั่ว ๆไป การป้องกันกำจัดจึงเหมือนกันด้วย

            

 

การใช้ปุ๋ยในมะนาว

มะนาว

            พันธุ์  พันธุ์มะนาวที่เป็นที่ยอมรับและนิยมปลูกในประเทศไทยคือ พันธุ์เป็นรำไพ แป้น แป้นทราย มะนาวพื้นเมือง และอีมัน เป็นต้น

            การเตรียมดิน ควรพิจารณาพื้นที่ที่จะปลูกมะนาว เช่นพื้นที่แบบที่ดอน เตรียมดินโดยไถดะ ไถแปร ตากดิน 10-15 วัน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 รองก้นหลุม อัตรา 50 กรัมต่อหลุม ใช้ระยะปลูกคือระหว่างต้น 6 เมตร ระหว่างแถว 6 เมตร 1 ไร่สามารถปลูกได้ 45 ต้น โดยคุดหลุมให้มีขนาดกว้าง ยาว และลึกประมาณ 80-100 เซนติเมตรพื้นที่แบบหลุม และเป็นดินเหนียว พื้นที่มักเป็นพื้นที่น้ำท่วมถึงในฤดูฝน ส่วนใหญ่เป็นที่นามาก่อน โดยคุดทำคันดินรอบสวนป้องกันน้ำท่วม ขุดร่องแบบยกร่องโดยมีสันร่องน้ำกว้าง 6 เมตร โดยมีขนาดร่องกว้างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ใช้ระยะปลูก ระหว่างต้น 6 เมตร โดยบนสันร่องทำการขุด หรือไถดินตาก 10-15 วัน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 รองก้นหลุม อัตรา 50 กรัมต่อหลุม คลุกเคล้ากับดินให้เข้ากัน ย่อยดิน หรือพรวนดินบนสันร่อง และปรับหน้าดินให้เรียบ

            การปลูก นำต้นกล้า หรือกิ่งพันธุ์มะนาวที่เตรียมไว้ในถังชำแกะถุงดำออดจากกิ่งพันธุ์ลงปลูกกลางหลุม จัดรากให้แผ่ออกไปรอบๆ ไม่พับหัก ค่อยๆ กลบดิน โดยพูนดินให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำแช่ หรือท่วมขังในปากหลุม ปักไม้ยึดลำต้นใช้ฟางข้าวคลุม รดน้ำให้ชุ่ม

            การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักปีละ 1 ครั้ง อย่าให้ชิดโคนต้น อัตรา 1-4 ปี๊บ และพิจารณาการใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 20-10-12 หรือ 15-15-15 อัตรา 200 กรัมต่อหลุม ช่วงมะนาวอายุ 4 เดือนขึ้นไป และเมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป ควรเพิ่มอัตราเป็น 300-500 กรัมต่อหลุม และ 3 ปีขึ้นไปเพิ่มเป็นอัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อหลุม อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

            การให้น้ำ ควรให้น้ำทุกวัน ยกเว้นวันที่ฝนตกและดินเปียกมากควรพิจารณาการให้ อย่าให้เปียกแฉะเกินไป การให้น้ำทำได้หลายวิธี เช่น แบบน้ำหยด แบบสปริงเกอร์  แบบลากสายยางรดเป็นต้น

            การตัดแต่งกิ่ง ควรตัดแต่งกิ่งให้เป็นระเบียบเป็นทรงพุ่ม และให้แสงแดดเข้าถึง โดยรักษาความสมดุลของทรงพุ่ม ในปีแรก ตัดแต่งให้ชายทรงพุ่มสูงจากพื้นดิน 30 เซนติเมตร ปีที่ 2 อยู่ที่ 50 เซนติเมตร และปีที่ 3 อยู่ที่ 80-100 เซนติเมตร

            โรคที่สำคัญ คือ

            -โรคแคงเกอร์ ป้องกันกำจัดโดยการฉีดพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา คือ คอปเปอร์ อ๊อกซีคอลไรด์ คอปเปอร์ไฮครอกไซด์แคงเกอร์เอ๊กซ เป็นต้น

            -โรคกรีนนิ่ง ป้องกันกำจัดโดยการหลีกเลี่ยงกิ่งพันธุ์ที่เป็นโรคควบคุมแมลงที่เป็นพาหะเผาทำลายต้นที่เป็นโรค

            -โรคทริสเตซ่า ป้องกันกำจัดโดยการปฏิบัติเหมือนโรคกรีนนิง

            -โรครากเน่าและโคนเน่า ป้องกันกำจัดโดยการพ่น เมทาแลคซิล คอปเปอร์ออกซิคลอไรด์ อาลีเอท เป็นต้น

            -โรคราดำ โรคยางไหล โรคใบแก้ว

            แมลง แมลงศัตรูที่สำคัญ เช่น หนอนชอนใบ หนอนกินใบ เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย เพลี้ยไก่แจ้ ป้องกันกำจัดโดยฉีดพ่นสารเคมีมาลาไธออน คาร์โบซัลแฟน อะบาแม็คติน อิมิดาโดลพริน เซฟวิน หรือกลุ่มไพทรอด์ย ตัวใดตัวหนึ่งตามของแมลงศัตรู

 

การใช้ปุ๋ยในมะละ

มะระ

            พันธุ์ มะระมีพันธุ์ขนาดผลเล็ก จนถึงขนาดใหญ่ คือมะระขี้นก มะระย่างกุ้ง มะระจัน มะระสองพี่น้อง ที่นิยมปลูกเป็นการค้าคือ มะระจีน และมะระสองพี่น้อง ปัจจุบัน บริษัทและส่วนราชการต่างๆ ได้นำพันธุ์มะระมาปรับปรุงพันธุ์ จนมีพันธุ์ลูกผสมต่างๆ ที่เหมาะกับการปลูกแล้วให้ผลดีในประเทศไทย

            วิธีการเพราะกล้า มีหลายวิธี เช่นเพราะในแปลงเพราะ ในถุงเพราะ ในถาดเพราะ และเพราะกล้าให้งอกก่อน แล้วค่อยลงปลูกในแปลง

            การเตรียมดิน ไถตาดดินประมาณ 7-10 วัน พรวนดิน ยกร่องปรับหน้าดินให้เรียบ ไม่ให้น้ำขัง จากนั้นใช้ระยะขุดหลุมระหว่างต้นxระหว่างแถว ประมาณ 1x1.5เมตร ใส่ปุ๋ยคอกประมาณ 1 กำมือต่อหลุม รดน้ำใส่ปุ๋ย

            การปลูก นำกล้าที่ได้ หรือเมล็ดที่เพราะงอกแล้ว นำมาปลูกหลุม 3-4 เมล็ด เมื่อมีใบจริง 2 ใบ ก็ถอนแยกเหลือ 2 ต้นต่อหลุมคลุมด้วยฟางข้าว รดน้ำให้ชุ่ม

            การให้น้ำ มะระเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เว้นวันที่ฝนตก

            การทำค้าง ใช้ไม้ไผ่ผ่าซีก กว้าง 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ถ้าใช้ไม้ลวกไม่ต้องผ่าใช้ไม้ลวกยาวประมาณ 2 เมตรเช่นกัน ปักไม้ลงไปข้างๆ หลุม แต่ละร่อง แล้วใช้ไม้พาดขวางต้นบนร่องที่ 1 และร่องที่ 2 จนสุดร่อง แล้วใช้ตาข่ายขึงทั้ง 3 ต้น คือด้านข้างทั้งสองและด้านบน เพื่อสะดวกในการดูแลรักษา และเก็บผลผลิต

            การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก และเมื่อมะระอายุได้ 7 วัน ควรใส่ปุ๋ยคอกประมาณ 1 กำมือต่อหลุม โดยโรยรอบๆ โคนหลังจากนั้น ทุกๆ 7 วัน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-8 หรือ 30-0-0 ประมาณ 1 ช้อนแกง ต่อหลุม แล้วพรวนดินรดน้ำให้ชุ่ม แต่น้ำไม่ขัง เมื่ออายุ 30 วัน ควรใส่สูตร 15-15-15 อัตรา 2 ช้อนแกงต่อหลุม พรวนดินรดน้ำให้ชุ่ม

            การห่อผล เมื่ออายุได้ 40 วันจะออกดอกออกผลขนาดเท่านิ้วก้อย ก็เริมห่อผลได้ทันที โดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ทำเป็นถุงขนาด 15x20 เซนติเมตร ปากถุงเปิดทั้ง 2 ด้าน นำปากถุงด้านหนึ่งสวมผลมะระ แล้วใช้ไม้กลัดปากถุงห่อผลมะระ เพื่อช่วยให้มะระไม่ถูกแมลงรบกวน และสีเขียวน่ารับประทาน

            การเก็บเกรียวผลผลิต มะระจะเก็บเกรียวได้เป็นรุ่นๆ เริ่มต้นแต่คนเถาจนถึงปลายเถา วันเว้นวัน

            โรคของมะระ ได้แก่ โรคเหี่ยวตาย โรคเหี่ยวเนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย โรคราน้ำค้าง ควรพ่นด้วย สเตรปโตมัยซิน เมนโดเซปไดเมทโทม็อบ มาเน็ป

            แมลงที่สำคัญ ได้แก่ แมลงวันทอง แมลงวันเจาะเถา เพลี้ยไฟ เพลี่ยอ่อน ควรพ่นด้วย มาลาไธออน ไดเมทโธเอท อะบาเม็กคิล หรืออิมิดาโดลพริด

 

การใช้ปุ๋ยในมะระขี้นก

มะระขี้นก

            พันธุ์  เช่นพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกต่างๆ กันมา และพันธุ์ลูกผสมจากหน่วยงานของรัฐหรือบริษัทต่างๆ เช่น ตราศรแดง ตราเครื่องบิน ตราปลา เป็นต้น

            การเตรียมดิน มะระขี้นกนิยมปลูกตามรั้วบ้าน แต่ปัจจุบันปลูกเป็นการค้าแล้วเริ่มจากการเตรียมดินไถดินตาก 7-10 วัน พรวนดินจะปลูกแบบยกร่องหรือปลูกแบบผืนใหญ่ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 75 เซนติเมตร ระหว่างแถว 100 เซนติเมตร ขุดหลุมลึกประมาณ 1 หน้าจอบ ใส่ปุ๋ย คอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน

            การปลูก นำกล้ามะระขี้นกที่เพราะในถุงดำหรือนำเมล็ดลงปลูกได้เลย จำนวน 2-3 เมล็ดต่อหลุมกลบดินบางๆ รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อต้นกล้างอกพ้นดิน เริ่มทอดยอดทำการปักค้างด้วยไม้ใผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วทุกหลุม ขึงตาข่ายเอ็นใช้เชือกมัดติดกับหลักด้านบนและด้านล่างหลักทุกหลัก และมัดเชือกยึดหัว-ท้ายร่อง หมั่นจับเถาว์มะระขี้นกให้เกาะยึดและเลื้อยกระจายทิศทางกันไป

            การให้น้ำ ให้น้ำมะระขี้นกเช้า-เย็นทุกวัน และเว้นหรือหยุดการให้น้ำตามฤดูกาล

            การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อหลุมทุกๆ 15-20 วัน

            การเก็บเกี่ยว มะระขี้นกมีอายุได้ 50-60 วันก็ออกดอกติดผลสามารถเก็บผลผลิตได้โดยใช้มือเด็ดหรือกรรไกรตัดขั้วผล ระวังไม่ให้เถากระทบกระเทือนมาก นำมาคัดขนาดบรรจุถุงขายต่อไป

            โรคและแมลง พบบ้างไม่มากนัก เช่น เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน แมลงวันทอง ควรฉีดพ่นด้วย เซฟวิน 85 พอส์ซ แมนโคเซป เป็นต้น

            

 

การใช้ปุ๋ยในมะรุม

มะรุม

            พันธุ์ เข้าใจว่าพันธุ์ดั้งเดิม หรือมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย นำมาปลูกขยายต่อๆ กันมาในประเทศไทย

            การเตรียมดิน ไถดินตาก พรวนดิน ขุดหลุมขนาด กว้างxยาวxลึก ประมาน 50x50x50 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน หรือจะปลูกตามแนวรั้วบ้าน ตามที่ๆ ปล่อยว่างเปล่าหรือ ตามหัวไร่ปลายนา ขุดหลุมและเตรียมดินตามที่กล่าวมา

            การปลูก มะรุม ขยายพันธุ์โดยการเพราะเมล็ด หรือกิ่งตอนส่วนมาก จะนิยมเพราะเมล็ดในถุงดำก่อน ก่อนปลูกแกะถุงดำออกนำต้นกล้ามะรุมลงปลูกกลางหลุมกลบดินรดน้ำ ใช้ไม้ปักมัดด้วยเชือก

            การให้น้ำ เนื่องจากมะรุมเป็นพืชทนน้ำได้ดี และออกดอกออกฝักตามฤดูการ การให้น้ำ ถ้าเป็นระยะแรกของการปลูก หรือปลูกในฤดูฝนจะไม่มีปัญหาเรื่องการให้น้ำ ส่วนฤดูแล้งให้น้ำตามความเหมาะสม

            การใส่ปุ๋ย เน้นปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ใส่รอบๆ โคนต้น พรวนดินกลบ หรือใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 100-200 กรัมต่อต้น ร่วมด้วยก่อนพรวนดินกลบ

            การเก็บเกี่ยว  มะรุมเป็นพืชที่โตเร็วหากได้น้ำและปุ๋ยสม่ำเสมอ มะรุมอายุประมาณ 2-3 ปีก็ให้ผลผลิตแล้ว สามารถเก็บขายได้ตั้งแต่ยอด ดอก ฝักอ่อนและฝักแก่ ปัจจุบันมีการนำส่วนต่างๆ ของมะรุมมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำมันมะรุม ครีม สบู่ ชาชง ยาลูกอม และลูกประคบเป็นต้น

            โรคและแมลง ปัญหาเรื่องโรคและแมลงไม่ค่อยมีปัญหา จะมีบ้าง คือหนอนเจาะลำต้นและกิ่งทำให้อายุต้นมะรุมไม่ยืนยาวต้องหมั่นตรวจและทำลายหนอนอยู่เสมอ

            

 
หน้า 7 จาก 16

ขอใบเสนอราคาปุ๋ยทุกสูตรได้ที่นี่

เอกสุพรรณ