อยากรู้ราคาขายส่งปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรเช็คที่นี่

ราคาปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรวันนี้ถึง 31 ตุลาคม ปี 2555 เช็คที่นี่!!

การใช้ปุ๋ยในมะละกอ

มะละกอ

            พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์แขกดำศรีสะเกษ พันธุ์แขกดำท่าพระ พันธุ์ลูกผสมพิจิตร พันธุ์ปักไม้ลาย พันธุ์กลางดง พันธุ์ฮาวาย พันธุ์ฮอลแลนด์ เป็นต้น

            การเตรียมดิน ไถดินตากประมาณ 7-10 วัน พรวนดิน ย่อยดินทำการชักร่องโดยจะปลูกแบบผืนใหญ่ แบบยกร่อง แล้วแต่พื้นที่ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 2 เมตร ระหว่างแถว 2 เมตร ขุดหลุม กว้างxยาวxลึก ประมาณ 30x30x30 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน นำต้นกล้ามะละกอที่เพราะไว้ในถุงดำก่อนปลูกแกะถุงดำออก นำกล้ามะละกอปลูกกลางหลุมกลบดิน รดน้ำปักไม้มัดเชือกกันล้ม

            การให้น้ำ การให้น้ำตามระบบที่เราปลูก เช่น แบบสปริงเกอร์ แบบน้ำหยด แบบตักสาดหรือปล่อยไปตามร่องควรให้น้ำตามสภาพอากาศและฤดูกาล

            การใส่ปุ๋ย พิจารณาใส่ปุ๋ยเคมีตามสภาพของดิน เมื่อมะละกออายุได้ 1 เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 30-0-0 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อต้นโรยรอบๆ โคนและใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24 อัตรา200-300 กรัมต่อต้น ในระยะออกดอก และปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 300 กรัมต่อต้น โรยรอบๆ        โคนต้นในระยะผลเริ่มแก่ก่อนสุกประมาณ 2-3 อาทิตย์

            การเก็บเกี่ยว เอมะละกออายุได้ 7-10 เดือนก็สามารถเก็บผลสุกขายได้ แล้วแต่พันธุ์ที่ปลูก ในพันธุ์มะละกอต้นเตี้ยไม่มีปัญหาเรื่องเก็บส่วนพันธุ์ที่ต้นสูงจะใช้อุปกรณ์ช่วยเก็บ เช่น ตะกร้อสอยมะละกอโดยเฉพาะนำผลมะละกอขายสุก เมื่อเก็บมาแล้วทำการคัดขนาดรอการจำหน่ายต่อไป ราคาขึ้นอยู่กับฤดูการและตามสภาวะของผลผลิตที่ออกสู่ตลาด

            โรคและแมลง เนื่องจากมะละกอมีปัญหาของโรคที่เกิดจาดชื้อไวรัสโดยมีเพลี้ยอ่อนเป็นพาหะ และโรคจุดวงแหวน ซึ่งทั้งสองโรคนี้มีปัญหาอย่างมากกับการปลูกมะละกอ ป้องกันกำจัดโดนการฉีดพ่นด้วย เซฟวิน 85 ใช้พันธุ์ต้านทาน ตัดต้นทิ้ง พ่นด้วยแมนโคเซปและอะบาเม็กติน

 

การใช้ปุ๋ยในมันฝรั่ง

มันฝรั่ง

            -พันธุ์ฝาง 60

            -พันธุ์ B. 70-240-2 หรือ 720088

            -พันธุ์ Atlantic (พันธุ์นี้ใช้ในการแปรรูป)

            การเตรียมดิน ไถดินตากประมาณ 7-10 วันพรวนดินยกร่องเป็นรูปสามเหลี่ยมขุกหลุมปลูกใช้ระยะระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระหว่างแถวประมาณ 1 เมตร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก

            การปลูก มันฝรั่งสามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และหัวพันธุ์หากใช้เมล็ดปลูกหลุมละ 3-5 เมล็ด ถ้าใช้หัวพันธุ์ปลูกใช้หลุมละ 1 หัว ปลูกตามระยะที่ขุดหลุมใช้ดินกลบปล่อยน้ำไปตามร่องนิยมปลูกในฤดูหนาว

            การใส่ปุ๋ย แบ่งใส่ 2 ครั้งคือ เมื่อมันฝรั่งอายุได้ประมาณ 1 เดือน ใส่ปุ๋ยเคมี 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อหลุม และมันฝรั่งอายุได้ประมาณ 2 เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อหลุม

            การให้น้ำ  จะมีการให้น้ำบ้างในระยะแรกของการปลูกเท่านั้นเมื่องอกพ้นดินมาแล้วจะอาศัยธรรมชาติในหน้าหนาว จะมีน้ำค้างมากมันฝรั่งจะเจริญเติบโตดี

            การเก็บเกี่ยว มันฝรั่งจะมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 90-100 วัน และ 100-120 วัน แล้วแต่พันธุ์ที่ปลูกโดยใช้จอบขุดหรือรถไถเดินตาม (ควายเหล็ก) ไถร่องแล้วใช้แรงงานคนเดินเก็บหัวมันฝรั่งใช้มือปัดๆ ดินที่ติดมากับหัวมันฝรั่ง คัดขนาด รอการจำหน่ายหรือนำเข้าโรงเก็บ

            การเก็บรักษาหัวมันฝรั่ง ควรเก็บในโรงงานเก็บหัวมันฝรั่งแบบพรางแสงการเก็บรักษาโดยวิธีนี้ทำได้ง่ายประหยัดค้าใช้จ่าย ใช้สภาพธรรมชาติเข้าช่วยในการยืดอายุการเก็บรักษาให้ยาวขึ้น สูญเสียน้อย โดยสร้างหรือปรับปรุงโรงเรือนเก็บง่ายๆ ให้มีการถ่ายเทอากาศดี โดยเก็บหัวมันฝรั่งไว้เป็นชั้นๆ ไม่กองทับถมกัน ให้หัวมันฝรั่งได้รับแสงซึ่งจะทำให้การแตกหน่อยตรงตามระยะพักตัว มีความแข็งแรงสม่ำเสมอ

            โรคและแมลง ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลง

 

            

 

หารใช้ปุ๋ยในมันเทศ

มันเทศ

            พันธุ์โอกุด เถาเลื้อยยาวพอควร ใบเป็นแฉก เนื้อในสีเหลืองอ่อยนิยมมากในบ้านเรา

            พันธุ์ไทจุง เถาไม่เลื้อยมากนัก ลำต้นลักษณะคล้ายทรงพุ่มใบเป็นแฉก หัวรูปร่างคล้ายรูปไข่ เนื้อในมีสีเหลืองต้มหรือนึ่งจะไม่เละ

            พันธุ์ห้วยสีทน 1 เถาเลื้อยยาว ใบกว้างพอประมาณ เนื้อในสีแดงรสหวาน

            การเตรียมดิน ควรไถดินให้ลึกไม่ต่ำกว่า 25-30 เซนติเมตรตากดิน 7-10วันใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วประมาณ 1.5-2 ตันต่อไร่ พรวนหรือย่อยดินคลุกเคล้าให้เข้ากัน และควรใส่ปูนขาวเพื่อ ปรับสภาพดินด้วย ทำการยกร่องแบบร่องปลูกข้าวโพดหวานเพื่อจะปลูกบนสันร่อง

            การปลูก ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 30-50 เซนติเมตร ระหว่างแถว 100 เซนติเมตร ระหว่าง แถว 100 เซนติเมตร ขุดหลุมบน สันร่องตามระยะปลูกใช้ท่อนพันธุ์ วางทำมุมประมาณ 40-60 องศา ลึกลงไปในดินประมาณ 8-10 เซนติเมตร กลบดินด้วยดินผสมหรืดินละเอียดรดน้ำไห้ชุ่ม

            การให้น้ำ ระยะแรกที่ปลูกต้องให้น้ำจนกว่าจะติดหรือเจริญเติบโตดีแล้วสามารถงดการให้น้ำก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 3-4 สัปดาห์ เพื่อสะดวกในการขุดหัว

            การใส่ปุ๋ย ครั้งแรกใส่รองกันหลุมใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ครั้งที่ 2 เมื่อต้นมันอายุได้ประมาณ 15 วันและครั้งที่ 3 เมื่อมันอายุได้ 30 วันอัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ ตามความอุดมสมบูรณ์ของดินแล้วพรวนดินกลบโคน

            การเก็บเกี่ยว อายุการเก็บเกี่ยวหัวมันเทศประมาณ 90-150 วันแล้วแต่พันธุ์ที่ปลูกสังเกตที่ผิวต้นบริเวณโคนต้นมันเทศจะแตกแยกออกเป็นรอยหรือทดลองขุดดูสัก 2-3 ต้น ใช้มีดตัดหัวมันเทศถ้าแก่เต็มที่รอยตัดจะมียางไหลซึมออกมาและแห้งไปอย่างรวดเร็ว การขุดต้องระมัดระวังอย่าให้บอบช้ำหรืมีรอยแผล นำหัวที่ขุดมาไปผึ่งลมให้ดินที่ติดมาแห้งและหลุดร่วงไป ทำความสะอาด คัดขนาดบรรจุถุงรอการจำหน่าย

            โรค โรคใบจุด โรคหัวเน่าควรฉีดพ่นด้วย มาเน็บ หรือรอยตัดที่หัวหรือแผลทาด้วยน้ำปูนใสหรือบอร์โดมิกซ์เจอร์

            แมลง ได่แก่ ด้วงงวงมันเทศ หนอนชอนใบควรฉีดพ่นด้วยคาร์โบซัลแฟน หรือรองก้นหลุมด้วยคาร์โบซัลแฟน หรือคาร์โบฟูราน และฉีดพ่นด้วย อะบาเม็กติน

 

การใช้ปุ๋ยในยอ

ยอ

            ชื่ออื่นๆ ตามภาษาถิ่น ยอ (ภาคกลาง) มะตาเสือ (ภาคเหนือ)

            พันธุ์ พันธุ์พื้นเมืองที่มีการปลูกต่อๆ กันมาและยอป่า

            การเตรียมดิน การปลูกยอสมัยก่อนปลูกไว้ตามรั้วบ้านในสวนหรืหลังบ้าน 1-2 ต้น เพื่อไว้รับประทาน แต่ปัจจุบันปลูกเป็นการค้าแล้ว โดยเริ่มจากการไถดินตาก พรวนดินคุดหลุมขนาด กว้างxยาวxลึกประมาณ 30x30x30 เซนติเมตร ระยะปลูกระหว่างต้น 2 เมตรระหว่างแถว 2 เมตร ใส่ปุ๋ยคอก 1 กิโลกรัมต่อหลุม

            การปลูก นำกล้ายอที่เพาะด้วยเมล็ดในถุงดำโดยแกะถุงดำออกนำลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ กลบดินปักหลักมัดเชือกยึดต้นกันล้ม รดน้ำให้ชุ่ม นิยมปลูกในฤดูฝน

            การให้น้ำ หลังปลูกควรรดน้ำทุกวันเมื่อติดดีแล้วเว้นการให้น้ำได้ท่าปลูกในฤดูฝนจะตัดปัญหาการให้น้ำได้เลย

            การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกปีละ 2 ครั้ง แล้วพวนดินกลบโคน ถ้าเก็บยอดและใบขายเป็นการค้าควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อต้นเดือนละ 1 ครั้งแล้วรดน้ำให้ชุ่ม

            การเก็บเกี่ยว  สามารถเก็บยอดและใบอ่อนขายได้เมื่อ ยออายุประมาณ 6 เดือน โดยคำนึงถึงทรงต้นเพื่อไม่ให้เสียทรง ส่วนผลยอถ้าต้องการนำไปขายหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เมื่ออายุได้ประมาณ 1 ปีขึ้นไปก็สามารถเก็บผลสุกของยอได้

            โรคและแมลง ได้แก่โรคใบด่างหากพบให้ตัดกิ่งนั้นทิ้งไปแมลงได้แก่ตั๊กแตน หนอนผีเสื้อกัดกินใบ เพลี้ยไฟ และเพลี้ยอ่อน ควรฉีดพ่นด้วยสารสกัดธรรมชาติหรือ เซฟวิน 85

 

การใช้ปุ๋ยในสะตอ

สะตอ

            พันธ์ สะตอเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ชอบขึ้นอยู่ตามป่าทางภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศไทย พันธ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทย มี 2 ชนิดคือ -สะตอดาน ลักษณะฝักตรงไม่บิดเบี้ยว ฝักยาวประมาน 10-20 เมล็ด แต่ละข้อจะมี 8-10 ฝัก มีกลิ่นฉุนจัดเนื้อเมล็ดแน่น -สะตอข้าว ลักษณะฝักบิดเป็นเกลียว ขนาดของฝักใกล้เคียงกับละตอดานแต่กลิ่นไม่ฉุนเท่า และเนื้อเมล็ดไม่ค่อยแน่น แต่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาก

            การขยายพันธ์ เช่น การเพราะเมล็ด การติดตา และการตัดกิ่ง ปักชำ

            การเตรียมดิน ส่วนมากจะปลูกตามเชิงเขา โดยไม่ต้องไถดินก็ได้ หากปลูกพื้นราบ ควรไถดิน ขุดหลุมเป็นแถวเป็นแนว โดยใช้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-8 อัตรา 1 ช้อนแกง และ 1 บุ้งกี๋ ตามลำดับ

            การปลูก ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น xระหว่างแถว 12x12 เมตร โดยปลูกตามหลุมที่ขุดไว้ กลบดิน รดน้ำ จนต้นกล้าตั้งตัวดีหยุดการให้น้ำ อาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ

            การเก็บเกี่ยว สะตอจะเริ่มเก็บผลผลิตได้เมื่ออายุได้ 5-6 ปี โดยเริ่มจากการให้ฝักน้อยๆ ต่อปี และจะติดฝักมากเมื่ออายุหลายปี

            โรคและแมลง ได้แก่ โรคกิ่งแห้ง (มอดกิ่ง) และหนอนด้วงหนอนยาวเจาะลำต้น ใช้สารคาร์บอนเตต ตราคลอไรด็  อัดตรารูที่ใช้เจาะลำต้น ตามลำดับ

 

การใช้ปุ๋ยในสะระแหน่

สะระแหน่

             ชื่ออื่นๆ สะระแหน่สวน หอมด่วน มักเงาะ สะแน่

            พันธุ์ พื้นเมือง

             การเตรียมดิน ไถดินตากทิ้งไว้ 7-10 วันใส่ปุ๋ยคอก ตีดินหรือพรวนดิน ยกร่องแบบปลูกผักกว้าง 1.20 เมตร รดน้าให้ชุ่มก่อนปลูก

             การปลูก ระยะปลูก 1x1 เมตรขุดหลุม 2 แถวคู่ขนาด 1 หน้าจอบ รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก เลือกกิ่งสะระแหน่ที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป 8-10 ก้านต่อหลุมปักจิ้ม ปักให้กิ่งเอนทาบกับดินรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าถึงกับแฉะแล้วโรยแกลบทับ กลบดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้หน้าดิน ประมาณ 4-5 วัน ก็จะแตกใบ แตกยอดเลื้อย คลุมดิน

     การให้น้ำ สะระแหน่เป็นพืชชอบน้ำแต่ไม่ชอบน้ำท่วมขังเป็นพืชชอบร่มเงา ควรให้น้ำอย่างพอเพียง

             การใส่ปุ๋ย รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือหมัก หลังปลูก 15 วันให้ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 กำมือ เมื่อสะระแหน่ทอดยอดและ เลื้อยตามอายุพืช 30-40 วัน ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อแห้งไร่ รดน้ำให้ชุ่ม

            การเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวยอดยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร เรียงยอดเสมอกันมัดด้วยยางวงเป็นกำ ใบที่ช้ำบริเวณโคนให้เด็ดทิ้ง แล้วตัดโคนให้เท่ากันกัน รวบรวมใส่เข่ง

            โรคแมลง โรคแห้ง ลักษณะแห้งตายเป็นกอๆ ระบาดมากเมื่อมีอากาศร้อน

        

 

การใช้ปุ๋ยในสะเดา

สะเดา

            ชื่ออื่นๆ กะเดา,ไม้เดา (ใต้), สะเลียม (เหนือ), กาดา (อีสาน)

            พันธุ์ สะเดาไทย สะเดาอินเดีย ที่มีปลูกอยู่ทั่วไปตามบ้านเราเป็นสะเดาไทยมีทั้งรสขมและไม่ขม

            การเตรียมดิน การปลูกสะเดาสมัยก่อนปลูกตามรั้วบ้าน ตามหัวไร่ปลายนาแต่ปัจจุบันปลูกเป็นการค้าแล้ว การเตรียมดินเริ่มจากการไถดินตาก 7-10 วัน พรวนดิน บางรายปลูกแบบชักร่อง และปลูกเป็นพืชใหญ่โดยขุดหลุมขนาด กว้างxยาวxลึก ประมาณ 30x30x30เซนติเมตรใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 2 เมตร ระหว่างแถว 2 เมตร เพื่อให้ลำต้นสูงตั้งตรง (ปลูกเพื่อขายต้น) เมื่อโตใช้ประโยชน์ได้แล้วจะตัดต้นเว้นต้นสลับกันไป

            การปลูก สะเดาขยายพันธ์โดยการเพราะเมล็ดและกิ่งตอนนำกล้าลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ กลบดิน ปักไม้มัดเชือก รดน้ำ โดยทั่วไปจะปลูกในฤดูฝนเพื่อตัดปัญหาเรื่องการรดน้ำ ดูแลกำจัดวัชพืช และปลูกซ่อมต้นที่ตาย สะเดานั้นไม่มีปัญหาเรื่องโรคและแมลง

            การให้น้ำ ให้ปุ๋ย ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนแกง ต่อต้นต่อเดือน และ 1 ครั้ง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

            การเก็บผลผลิต สะเดาที่ปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ทางอาหารเช่น นำส่วนยอดไปขาย ช่อดอกรับทางเป็นผักแนม หรือสะเดาน้าปลาหวาน สะเดามันที่ไม่มีรสขมสามารถเก็บยอดขายได้ ยอดและช่อดอกเก็บได้เมื่อสะอายุ 2 ปี สะเดาที่มีรสขมนำไปทำยาฆ่าแมลง ส่วนลำต้นเมื่อโตเต็มที่นำไปทำเฟอร์นิเจอร์หรือสร้างบ้านได้

 

การใช้ปุ๋ยในหอมแดง

หอมแดง

            พันธุ์ นำมาจากดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี,จังหวัดศรีสะเกษ,จังหวัดลำพูน,จังหวัดอุตรดิตถ์

            การเตรียมดิน พืชที่ปลูกด้วยหัวทุกชนิดควรตากดินหลายๆแดดอย่างน้อย 10 วันขึ้นไป เพื่อฆ่าเชื้อรา เมื่อไถแตกแล้ว หากก้อนใหญ่หรือไม่ร่วนต้องไถครั้งที่สอง(ไถแปร) แล้วตีดินหรือพรวนยกร่องด้วยแทรคเตอร์ จะใส่ปุ๋ยรองพื้นด้วยสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ก็ได้ หรือปุ๋ยคอกด้วยยิงดี

            การปลูก เมื่อเตรียมดินยกร่องแล้วเกษตรกร จะทำการรดน้ำให้ชื้น และดินนิ่มพร้อมปลูก แล้วทำการกรีดร่องแนวขวาง ระยะเซนติเมตร ระยะ 7-9 ต้น แนวร่องกรีด เมื่อเสร็จแล้วรดน้ำให้ดินชื้น พ่นสารป้องกันกำจัดวัชพืชด้วย oxcediazon (สอนสตาร์) ทิ้งไว้ 1 คืน โรยฟางกลบ รดน้ำเช้า-เย็น 4 วัน ก็งอกพ้นฟาง

            การให้น้ำ ควรรดน้ำเช้า-เย็นระยะก่อนงอก และทุกวันเมื่องอกแล้ว

            การใส่ปุ๋ย จะไม่เน้นปุ๋ยสูตรที่มีไนโตรเจนมากจนเกินไป โดยจะใส่ปุ๋ยสูตร 25-7-7 ระยะ ส่วน อายุ 30 แล้วจะใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 13-13-21 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่

            การเก็บเกี่ยว เมื่ออายุ 55-60 วัน จะเก็บผลผลิตได้ โดยเก็บมาผึ่งลมบนแคร่ หรือลานที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีในร่ม แต่ถ้ากลางแจ้งควรมีวัสดุปิดเปิดได้เมื่อแดดหรือฝนตก เมื่อต้นแห้งดีแล้วก็นำมากำมัดด้วยยางวง หรือตอก พร้อมส่งตลาดโดยแต่งเปลือกและรากไห้สวย

            โรค โรคหอมที่สำคัญ คือ โรคเน่า โรคใบจุดสีม่วง โรคแอนเทรคโนส ควรพ่นด้วย โปรครอราช แมนโดเซป และไดฟีโนโคนาโซล โดยสลับกันพ่น

            แมลงศัตรู หนอนกระทู้ผัก หนอนหอม หนอนชอนใบ พ่นด้วยอะมาเม็คติน สปินแสด โดยพ่นตามการระบาดของแมลงศัตรู

 

การใช้ปุ๋ยในหอมแบ่ง

หอมแบ่ง

            พันธ์ที่นิยมปลูก คือพันธ์จากจังหวัดศรีสะเกษ อุตรดิตถ์ เชียงราย

            การเตรียมดิน พืชที่ปลูกด้วยหัวทุกชนิดควรตากดินหลายๆแดดอย่างน้อย 10 วันขึ้นไป เพื่อฆ่าเชื้อรา เมื่อไถแตกแล้ว หากก้อนใหญ่หรือไม่ร่วนต้องไถครั่งที่สอง (ไถแปร) แล้วตีดินหรือพรวน ยกร่องด้วยแทรคเตอร์ จะใส่ปุ๋ยรองพื้นด้วยสูตร 15-15-15- อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ก็ได้ หรือปุ๋ยคอกด้วยยิ่งดี

            การปลูก เมื่อเตรียมดินกร่อนแล้วเกษตรกร จะทำการรดน้ำให้ชื้น และดินนิ่มพ้อมปลูก แล้วทำการกรีดร่องแนวขวาง ระยะประมาณ 20 เซนติเมตร แล้วทำการปลูก(ภาษาชาวบ้านทางจังหวัด กาญจนบุรี เรียกว่า "แต้ม") แล้วแนวกรีดประมาณ 15 เซนติเมตร ระยะ 7-9 ต้น แนวร่องกรีด เมื่อเสร็จแล้วรดน้ำให้ดินชื้น พ่นสารป้องกันกำจัดวัชพืชด้วย oxcediazon (สอนสตาร์) ทิ้งไว้ 1 คืนโรยฟางกลบ รดน้ำเช้า-เย็น 4 วัน ก็งอกฟาง

            การให้น้ำ ควรรดน้ำเช้าเย็นระยะก่อนงอก และทุกวันเมื่องอกแล้ว

            การใส่ปุ๋ย หอมแบ่งเป็นพืชอายุสั้น ต้องการน้ำและปุ๋ยมาก ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 21-7-7 หรือ 16-8-8 ระยะแรกๆ หรือ 16-20-0 และหยุดใส่ก่อนถอนประมาณ 7-10 วัน

            การเก็บเกี่ยว หอมแบ่งเมือปลูกเป็นการค้า จะเข้าโควต้าของพ่อค้า เมื่ออายุประมาณ 50-55 วัน ก็จะถอนได้แล้ว โดยพ่อค้าจะนำคนงานมาถอน แล้วนำไปลอกมัดเป็นมัดๆ ละ 1 กิโลกรัม การชื้อขายจะตกลงเป็นกิโล หรือเหมาเป็นไร่

            โรค โรคหอมที่สำคัญ คือ โรคเน่า โรคใบจุดสีม่วง โรคแอนเทรคโนส ควรพ่นด้วย โปรครอราช แมนโดเซป และไดฟีโนโคนาโซล โดยสลับกันพ่น

            แมลงศัตรู หนอนกระทู้ผัก หนอนหอม หนอนชอนใบ พ่นด้วยอะมาเม็คติน สปิโนแสด โดยพ่นตามการระบาดของแมลงศัตรู

 
หน้า 8 จาก 16

ขอใบเสนอราคาปุ๋ยทุกสูตรได้ที่นี่

เอกสุพรรณ