อยากรู้ราคาขายส่งปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรเช็คที่นี่

ราคาปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรวันนี้ถึง 31 ตุลาคม ปี 2555 เช็คที่นี่!!

การใช้ปุ๋ยในหอมหัวใหญ

หอมหัวใหญ่

            พันธุ์ หอมหัวใหญ่เป็นพืชควบคุมเมล็ดพันธุ์ที่ส่งนำเข้าจะมาทางสำนักงานเศรษฐกิจ และจำหน่ายไห้ทาง สหกรณ์ หรือกลุ่มผู้ปลูกหอมใหญ่ ซึ่งมีอยู่ 2จังวัด คือ เชียงใหม่ และกาญจนบุรี พันธ์ที่นำเข้า มีหลายพันธุ์หนัก และพันธุ์เบา เช่นตราพระอาทิตย์ และ429

            การเตรียมดินหอมใหญ่เป็นพืชที่อ่อนแอต่อโรค ฉะนั้นควรมีการไถตากดินเพื่อฆ่าเชื้อราในดินเป็นเดือน หรือเกษตรกรบางรายจะไถตากดินนานหลายเดือนแล้วใส่ปุ๋ยคอก พรวนดิน ยกร่อง

            การเพราะกล้าหอมใหญ่ต้องมีการเพราะกล้าก่อนโดยมีการเตรียมดินไถตากแดดก่อน

            ใส่ปุ๋ยคอก พรวนดิน พ่นสารเคมีกำจัดมดและแมลงในดิน คลุกเมล็ดด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืช และแมลง หว่านให้สม่ำเสมอ คลุมด้วยฟางข้าวหรือหญ้าคาตัดเป็นท่อนๆ รดน้ำด้วยสปริงเกอร์ให้ชุ่มทุกๆวัน หรือเช่า-เย็นก่อนงอก

            วิธีการปลูกเมื่อกล้าหอมใหญ่อายุประมาณ 30-35 วันก็ทำการถอน จุ่มสารป้องกันรา ปลูกในร่องทีเตรียมไว้ โดยก่อนปลูกจะโรยฟางบางๆ ให้ทั่วแล้วพ่นด้วยสารเคมี oxadiazon ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วโรยฟางข้าว รดน้ำให้ชุ่มนำกล้าที่ถอนมาจุ่มสารป้องกันราแล้วนำไปปลูกรดน้ำด้วยสปริงเกอร์ให้ชุ่ม เช้า-เย็น

            การให้น้ำ หอมใหญ่ระยะตั้งตัว หรือระยะแรกๆ ต้องให้น้ำสม่ำเสมอ เช้า-เย็นไม่ชอบน้ำท่วมขัง และหมั่นรดตลอดเมื่ออากาศแห้งแล้ง และควรรดน้ำตอนเช้าเพื่อล้างน้ำค้างด้วย

            การใส่ปุ๋ย หอมใหญ่ จะทำการใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เรื่อยๆแต่บางๆ โดยห่างกันประมาณ 15 วัน จนเริ่มตั้งหัวหรือพร้อมหัวควรใส่สูตร 13-13-21 เพื่อเร่งหัวและได้น้ำหนัก

            การเก็บเกี่ยว เมื่อหอมหัวใหญ่มีอาการแก่จัดสังเกตที่คอหอม คือระหว่างต้นกับหัวจะอ่อนและต้นพับลงดินแสดงว่าหอมแก่แล้วก็ทำการถอนตัดหัว คัดเบอร์ส่งตลาดได้

            โรค โรคหอมหัวใหญ่ที่สำคัญคือ โรคแอนแทรคโนส ใบจุดสีม่วง โรคเลื้อย โรคเน่าและควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช คือ คาร์เบนตาซิม โปรคลอราช แบนโดเซป และตัวใดตัวหนึ่งโดยสลับกันพ่น

             แมลงศัตรู หอมใหญ่มีแมลงศัตรูที่สำคัญคือ หนอนกระทู้หอม หนอนชอนใบ ควรพ่นด้วยสารเคมี คลอร์ฟลูอาซูรอน เทบูฟีโนไซด์ สปิโนแสด บาซัลลัส ทูริงเยนซิน เชื้อไวรัส ฟิโปรนิล และอะมาแม็กติน เป็นต้น

 

การใช้ปุ๋ยในโหระพา

โหระพา

            พันธุ์ของโหระพาจะมี 2ลักษณ์ คือ ดอกเป็นช่อยยาว และดอกสั้นเป็นกระจุก หรือกลุ่มส่วนมากที่ปลูกเป็นลูกผสมดอกเป็นกระจุก ก้านยาว ใบใหญ่ น้ำหนักดี

            วิธีการเตรียมดินเกษตรกรที่ปลูกเป็นการค้า ส่วนมากจะปลูกกระเพรา และโหระพาคู่กัน เพราะเมื่อพ่อค้าตัด ก็จะได้พืช 2ชนิด การปฏิบัติดูแลวิธีการเหมือนกัน โดนไถดิน ตากประมาณ 7-10 วัน พรวนดิน ใส่ปุ๋ยคอกหลังจากขุดหลุมแล้ว

            วิธีการปลูกระยะปลูกประมาณ 35x35 เซนติเมตร หลุมละ 1ต้น หรือถ้าเป็นร่องผักหน้ากว้าง 4 ต้น ส่วนยาวแล้วแต่ความยาวของร่องผักโดยก่อนปลูก มีการเพราะกล้า เมื่ออายุกล้าได้ประมาณ 1เดือน หรือยาวประมาณ 1คืน รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 1ช้อนกาแฟต่อหลุม

            การให้น้ำหลังปลูกควรรดน้ำให้ชุ่ม และทั่วถึงเนื่องจากโหระพาเป็นพืชที่ต้องการน้ำมากเช่นกัน  โดยพิจารณารดน้ำแบบสปิงเกอร์เช้า-เย็น จนกว่าจะตั้งตัวดี หรืออายุประมาณ 10 วัน ขึ้นไปก็พิจารณารดน้ำวันละ 1 ครั้ง

            การใส่ปุ๋ยโหระพาเป็นพืชกินใบ เพราะฉะนั้นเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยและน้ำมาก เมื่ออายุประมาณ 10 วัน ใส่ปุ๋ย 30-0-0 บางๆ และทุกๆ 15 วัน ก็ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 และใส่ปุ๋ยทุกครั้งหลังมีการตัดส่งตลอด

            การเก็บเกี่ยว โหระพาถ้าไห้น้ำและใส่ปุ๋ยดีเมื่ออายุประมาณ 45-50 วัน ก็ตัดกิ่งขายได้แล้ว โดยพ่อค้าหรือเจ้าของโควต้านำคนงานมาตัดกิ่ง โดยเด็ดใบล่างสีเหลือง หรือช้ำออก มัดกำด้วยยางวง รดน้ำให้ชุ่ม บรรจุเข่ง ส่งตลาด สี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดศรีเมือง ราคาขึ้นอยู่กับปริมาณหรือพื้นที่ที่ปลูกมากน้อย และฤดูกาล ส่วนมากจะมีราคาฤดูฝน เกษตรกรจะตัดประมาณ 10 วันต่อครั่ง

            โรคที่สำคัญ คือ โรคใบไหม้ โรคเน่า โรคต้นเหี่ยว ควรพ่นด้วย แมนโดเซป หรือคาร์เบนดาซิม

            แมลงที่สำคัญคือ เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน หนอนคืบ ควรพ่นด้วยเซฟริน 85 หรือ อิมิดาโดลพริด

 

การใช้ปุ๋ยในผักชีฝรั่ง

ผักชีฝรั่ง

            พันธุ์ พันธุ์ที่นิยมปลูกแบ่งเป็น 2ประเภท คือ พันธุ์ที่เป็นต้นเดียวใบใหญ่(พันธุ์พื้นเมืองปลูกมากทางภาคเหนือ)พันธุ์ที่เป็นกอ

            การเตรียมดินไถดินตากไว้ประมาณ 7-10 วัน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก เก็บวัชพืช หว่านสารปรับสภาพดินใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 30กิโลกรัมต่อไร่ ย่อยหรือพรวนดิน ปรับหน้าดินไห้เรียบ ยกร่องแบบปลูกผัก

            การพรางแสงเมื่อเตรียมดินยกร่องแล้วควรพรางแสง ด้วยสแลนเน็ต พรางแสง 70-80เปอร์เซ็นต์ สูงประมาณ 160-180  เซนติเมตร จากพื้นดินและต้องคลุมให้มิดชิด

            การเพาะกล้าในแปลงเพราะกล้า ไถ หรือขุดดิน ทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน ย่อยดินหรือพรวนดิน ใส่ปุ๋ยหมักหรืปุ๋ยคอก คลุกเคล้าให้เข้ากัน ยกรองแบบรองผักขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 5 เมตร ปรับหน้าดินไห้เรียบสม่ำเสมอ หว่านเมล็ดผักชีฝรั่งลงแปลงเพราะบางๆ สม่ำเสมอ แล้วหว่านปุ๋ยหมักกลบหน้าดิน พรางด้วยแสลนเน็ต 70 เปอร์เซ็นต์ รดน้ำเช้า-เย็น ประมาน 20-25 วัน เมล็ดผักชีฝรั่งจะงอกออกมาเป็นต้นเล็กๆ คล้ายใบหญ้า ควรรดน้ำโดยใช้บัวรดน้ำที่เป็นฝอยละเอียด เมื่ออายุกล้าได้ 15-20 วัน ใส่ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพผสมกับปุ๋ยสูตร 30-0-0 จนกว่ากล้าอายุ 6เดือน ก็ย้ายลงปลูกในแปลงได้

            การปลูกก่อนถอนกล้าผักชีฝรั่งควรรดน้ำให้ชุ่มทั้งแปลงเพราะกล้าและแปลงที่จะปลูก ใช้ระยะปลูก 7x7 เซนติเมตรโรยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกทับหน้าอีกครั้งหนาประมาณ 1-2เซนติเมตร รดน้ำให้ชุ่ม

            การให้น้ำให้น้ำแบบพ่นฝอย เช้า-เย็น ทุกวัน

            การใส่ปุ๋ยเมื่อปลูกได้ 15วันผักชีฝรั่งจะแตกใบอ่อนประมาณ 2-4ใบ ควรใส่ปุ๋ยสูตร 30-0-0เสริมโดยการผสมน้ำราดบางๆ อัตรา 1 ช้อนแกงต่อน้ำ 1บัว สลับกับการพ่นฮอร์โมนทางใบ หรือปุ๋ยอินทรีย์ พ่นทุกๆ 15-20 วัน จนกว่ากล้าจะเก็บผลผลิต

            การเก็บเกี่ยวเมื่อผักชีฝรั่งมีอายุได้ประมาณ 2เดือนครึ่ง ถึง 3 เดือนครึ่ง ก็จะเริ่มเก็บผลผลิตจำหน่ายได้ โดยมีความสูงประมาณ 20-25เซนติเมตร โดยใช้มือถอน แล้วนำมาล้างน้ำให้รากสะอาด และ ลอกใบล่างที่มีสีเหลืองออก มัดเป็นกำ ใส่ถุงหรือใส่เข่งรอการหน่ายต่อไป

            โรคที่พบคือ โรคจุดใบแห้ง ป้องกันกำจัดโดยกานใช้ ยาฆ่าเชื้อรา ไตรโคเดอร์ม่า สลับกับการพ่นด้วยน้ำสกัดจากสมุนไพรต่างๆ

            แมลงเช่น หนอนม้วนใบ ป้องกันจัดโดยการเก็บ หรือ พ่นด้วยน้ำสกัดจากพืชสมุนไพ

 

การใช้ปุ๋ยในผักชีไทย

                                ผักชีไทย

            พันธุ์พันธุ์ผักชีไทยมีอยู่หลายบริษัท เกษตรกรควรเลือกปลูกพันธุ์อะไรแล้วแต่ความต้องการของตลาด โดยมีขายตามร้านขายเมล็ดพันธุ์ และร้านขายสารเคมี โดยจะบรรจุเป็นถุงๆ ละ 1กิโลกรัม หรือเป็นปี๊บ เช่น ตราศรแดง ตราปลา ตราเครื่องบิน ตราลูกโลก

            การเตรียมดินการปลูกผักชีเพื่อทำเป็นการค้าส่วนมากเกษตรกรจะทำหลายไร่ ฉะนั้นการเตรียมดินก็เหมือนการปลูกผักทั่วๆไป คือ ไถ ตากประมาณ 10 วัน แล้วใส่ปุ๋ยคอก ปูนขาว พรวน ดิน ชักร่องแบบร่องผักคลุมด้วยฟางข้าว รดน้ำให้ชุ่ม พ่นยาคุมหญ้าด้วย อ๊อกซาไดอะซอน ทิ้งไว้ 1คืน

            วิธีการหว่านนำเมล็ดผักชีคลุกด้วยสารเคมี และสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น คาร์โบซัลแฟน และ เมทาแลคซิล หว่านบางๆ  ให้ทั่วแปลงอย่างสม่ำเสมอคลุมด้วยฟางข้าว รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน หมั่นถอนหญ้าอยู่เสมอ

            การให้น้ำส่วนมากจะให้น้ำแบบสปิงเกอร์ และแบบเรือรดน้ำแบบร่องสวน โดยรดน้ำเช้า-เย็น ทุกวัน จนกว่าผักชีจะงอกมีใบจริงก็พิจารณารดวันละ 1 ครั้ง และหากฝนไม่ตกก็รดทุกวัน

            การใส่ปุ๋ยเมื่อเมล็ดผักชีงอกมาแล้ว มีใบจริง ประมาณ 2ใบ ก็หว่านปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15- บางๆจากนั้นพิจารณาหว่านทุก 10-15 วัน และรดน้ำให้ทั่วและชุ่มเพื่อให้ปุ๋ยละลายไม่ตกค้าง

            การเก็บเกี่ยวเมื่อผักชีอายุได้ประมาณ 60 วัน ก็พิจารณาถอนได้โดยเมื่อถอนมาแล้ว ควรให้รากสมบูรณ์ ไม่ขาด และควรรดน้ำก่อน เพื่อไม่ให้รากขาด เด็ดใบล่างๆ ที่เสียทิ้ง มัดยางวง นำไปล้างน้ำรอส่งตลาด(เรียกว่าผักชีดิน)

            โรค โรคที่สำคัญคือ โรคเน่า โรคใบไหม้ ควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช แมนโคเซป ไดฟีโนโคนาโซล โพรฟิเนป โพรคลอราช ตัวใดตัวหนึ่งโดยสลับกันพ่น

            แมลงศัตรูเนื่องจากแมลงศัตรูผักชีไม่ค่อยมีการาะบาด จะมีบ้าง ควรพ่นคุมด้วย เซฟวิน หรือไซเพอร์เมทริน

 

การใส่ปุ๋ยสับปะรดให้ผลผลิตสูงสุด|คลิ๊กที่นี่

เอกสุพรรณ

 
ทางเลือกการใส่ปุ๋ยสับปะรดต้นปลูกและต้นตอ

ปุ๋ยสับปะรด

 

 

ครั้งที่ 1 ช่วงเวลาให้ปุ๋ย สูตรปุ๋ย และอัตราการใช้ปุ๋ย วิธีการใส่ปุ๋ยก่อนปลูกปรับปรุงดิน-เพิ่มอินทรียวัตถุปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกผสมกับ
ปุ๋ยเคมีสับปะรด 5นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 16-20-0 หรือ 16-16-8  ประมาณต้นละ 1 ขีด โรยเป็นแถวหลังไถแปรตามแนวร่องปลูก โดยไม่ต้องกลบปุ๋ย
 
ครั้งที่ 2 หลังปลูก 2-4 เดือนหรือระยะเริ่มออกรากให้ใส่ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตรที่มีสัดส่วนของธาตุไนโตรเจน : ฟอสฟอรัส :
โปแตสเซียม 2:1:3 คือ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-7-18 หรือ 15-5-35 ต้นละ 200 กรัมหรือ 2 ขีด โดยใส่ชิดโคนต้นสับปะรด
 
ครั้งที่หลังปลูกแล้วประมาณ 4-6 เดือน ใส่ปุ๋ยสูตรโพแทสเซียมสูง เช่น ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 15-7-18 หรือ 15-5-35 ประมาณต้นละ 200 กรัม โดยใส่ปุ๋ยสับปะรดบริเวณกาบใบล่างในขณะที่กาบใบมีน้ำเพียงพอ
 
ครั้งที่ 4 ก่อนบังคับดอกประมาณ 1 เดือนถึงหลังบังคับดอก 20 วันเมื่อสำรวจพบใบสับปะรดมีสีซีดจางต้นไม่สมบูรณ์ใส่ปุ๋ย สูตร 15-5-35  อย่างละ  1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 20 ลิตรพ่นให้ทั่วต้นพอเปียกจำนวน 3 ครั้ง คือ 1 เดือน และ 5 วันก่อนบังคับดอก และ 20 วันหลังบังคับดอก
 
ครั้งที่หลังบังคับดอกสับปะรดประมาณ 3 เดือนใส่ปุ๋ยตรา 5นางฟ้าทรงฉัตรบำรุงคุณภาพผลสับปะรดและลดความรุนแรงต่อโรคเนื้อแกนโดยใส่ปุ๋ยสูตร 15-5-35  ประมาณต้นละ  100 กรัม โดยใส่บริเวณกาบใบล่างสุดในขณะที่กาบใบมีน้ำเพียงพอที่จะละลายปุ๋ย
 
ครั้งที่ระยะต้นตอสับปะรดหลังจากเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือนใส่ปุ๋ยบำรุงต้นตอและหน่อ ให้ใส่ปุ๋ยยูเรียตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 30-0-0 ประมาณต้นละ 100 กรัม บริเวณกาบใบด้านล่าง
 
ระยะดูแลรักษาต้นสับปะรด ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเดียวกับปุ๋ยต้นปลูกในครั้งที่ 3 ถึงครั้งที่ 5 ประมาณต้นละ1 ถึง 2 ขีด บริเวณกาบใบ

 

เอกสุพรรณ

 
ปุ๋ยเคมีสำหรับสับปะรดราคาส่ง วันนี้ถึงสิงหาคม 2558

ราคาปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ยทุกสูตรวันนี้ถึง 31 สิงหาคม ปี 2558 เช็คที่นี่!!

 

การใส่ปุ๋ยเคมีในนาข้าวให้ได้ผลผลิตสูงสุด|คลิ๊กเลย!!

ปุ๋ยเคมี,ปุ๋ยอินทรีย์,ยาเคมีภัณฑ์,ปุ๋ย,ขายปุ๋ย,ซื้อปุ๋ย,ซื้อขายปุ๋ย,ปุ๋ยราคาส่ง,ขายปุ๋ยราคาส่ง,บริษัทขายปุ๋ย,อุปกรณ์ทางการเกษตร,ปุ๋ยนครราชสีมา,ปุ๋ยโคราช,ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย,ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ทางการเกษตร,ปุ๋ยตราม้าบิน,ปุ๋ยตรากระต่าย,ปุ๋ยตราหัววัว-คันไถ,ยาร่า,เรือใบ,fertilizer,fluff,compost,manure,dressing,ตัวแทนจำหน่ายขายปุ๋ยยูเรีย,ปุ๋ยยูเรีย,ขายปุ๋ยเคมี,ขายยาฆ่าหญ้า,ขายยาฆ่าแมลง,ขายปุ๋ย,ซื้อปุ๋ย

การใส่ปุ๋ยนาข้าวให้ได้ผลผลิตสูงสุด!!

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

แชร์หน้านี้
 

การใส่ปุ๋ยเคมีในนาข้าวให้ได้ผลผลิตสูงสุด

ราคาปุ๋ยเคมี  alt

เอกสุพรรณ

          นาข้าว  การใส่ปุ๋ยในนาข้าวมีความ แตกต่างในความต้องการธาตุอาหารของแต่ละพันธุ์และลักษณะเนื้อดินที่ปลูกข้าว ดังนั้นการใส่ปุ๋ย ในนาข้าวอย่างมีประสิทธิภาพควรมีการพิจารณา ถึงปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบ เช่นระดับน้ำในนา การปรับระดับหน้าดิน การกำจัดวัชพืช ศัตรูพืชต่างๆ

           การใส่ปุ๋ย 5 นางฟ้าทรงฉัตร นั้นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึง  สูตรปุ๋ยเหมาะสม|  ใส่ปุ๋ยถูกเวลา | ใส่ปุ๋ยถูกอัตราและถูกวิธี

          การใส่ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร เกษตรกรจะต้องคำนึงถึงและจำสิ่งเหล่านี้ให้ขึ้นใจ คือ “ ใส่ปุ๋ยข้าวต้องใส่ให้ถูกสูตร  ถูกเวลา   ถูกอัตรา   ถูกวิธี ” เมื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องแล้วข้าวจะงาม  เขียวทนเขียวนาน ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพอีกด้วย

ปุ๋ย 5 นางฟ้าสูตร 16-8-8ปุ๋ย 5 นางฟ้า 30-0-0 ยูเรียปุ๋ยสูตร 16-20-0 ปุ๋ยนาข้าวดินเหนียว

 

           

            การใส่ปุ๋ยถูกสูตร  (สูตรเหมาะสม) คือ เลือกใช้สูตรปุ๋ยถูกกับชนิดของดิน ดังนี้

           ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1  หรือการใส่ปุ๋ยรองพื้นนาดินเหนียวต้องใช้ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร  16-20-0    นาดินทรายต้องใช้สูตร 16-8-8 หรือปุ๋ยนาข้าวสูตร 16-16-8 ถ้าใส่ปุ๋ยสูตรอื่นๆนอกจากนี้ก็สามารถใส่ได้เช่นกัน 

           ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 หรือการใส่ปุ๋ยแต่งหน้าให้ใช้ปุ๋ยยูเรีย 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 30-0-0 หรือ ปุ๋ยนางฟ้าทรงฉัตรสูตร 15-15-15 หรือ สูตร 15-7-18 ผสมกับ สูตร 30-0-0 อัตราส่วน 1:1 คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำไปหว่าน

          ปุ๋ยสูตร 16-16-8      ปุ๋ยนางฟ้าสูตร 16-20-0

          การใส่ปุ๋ยถูกเวลา (ช่วงเวลาที่เหมาะสม) คือ การใส่ปุ๋ยให้ถูกช่วงเวลาที่ข้าวต้องการและมีความพร้อมมากที่สุด ดังนี้

          ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 หรือเรียกว่าการใส่ปุ๋ยรองพื้น ใส่หลังปักดำหรือหว่านไปแล้วประมาณ 7-15 วัน หรือสังเกตุดูว่าข้าวเริ่มถอดใบใหม่เพราะเป็นช่วงที่ข้าวตั้งตัวได้แล้วหลังจากที่บอบช้ำจากการถอน การเตะกล้า การมัด  การตัดและการขนย้าย  จำเป็นต้องพักฟื้น  ถ้าใส่ก่อนหรือหลัง  7-15 วันก็สามารถทำได้แต่ไม่ควรปฏิบัติเพราะใส่ก่อนข้าวยังไม่พร้อมที่จะกินปุ๋ยจึงทำให้ปุ๋ยที่ละลายเร็วสูญหายไปกับน้ำหรืออากาศ  ใส่หลังไม่ดีเพราะการแตกกอจะน้อยกว่า

          ใส่ปุ๋ยครั้งที่ หรือ เรียกว่า  การใส่ปุ๋ยแต่งหน้า  ใส่ในระยะข้าวเริ่มตั้งท้องสังเกตุต้นข้าวเริ่มกลมหรือที่เรียกว่า “ต้นข้าวสวยแทงเหล็กใน” และเพื่อเพิ่มจำนวนดอกหรือเมล็ดข้าวต่อรวงให้มากขึ้น เต็มเมล็ดน้ำหนักดี  

ราคาปุ๋ยเคมี

เอกสุพรรณ

 

            การใส่ปุ๋ยถูกอัตรา (ปริมาณเหมาะสม) คือ ปริมาณปุ๋ยที่ใส่ข้าวต่อไร่ให้เพียงพอและพอดีกับความต้องการของข้าว ดังนี้

           ใส่ครั้งที่ นาดินเหนียว ใช้ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 16-20-0 ใส่ปุ๋ยประมาณ 20-35 กิโลกรัมต่อไร่  นาดินทรายใช้ปุ๋ย 5 นางฟ้าฯสูตร 16-8-8 ใส่อัตรา 20-35  กิโลกรัมต่อไร่

           ใส่ครั้งที่ 2 การใส่ปุ๋ยแต่งหน้าใช้สูตร 30-0-0 ใส่อัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่  

   

           การใส่ปุ๋ยให้ถูกวิธี (วิธีเหมาะสม) คือ การปฏิบัติในการใส่ปุ๋ยนอกจากจะใส่ปุ๋ยรองพื้นและปุ๋ยแต่งหน้าแล้วยังมีข้อปฏิบัติเพื่อการใช้ปุ๋ยเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ได้แก่

1.     รู้ขนาดของนาข้าว  เพื่อใส่ปุ๋ยในปริมาณที่ถูกต้องไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

2.     เลือกชนิดปุ๋ยและอัตราปุ๋ยที่ใส่ให้เหมาะกับพันธุ์ข้าวและชนิดของดิน และใส่ตรงตามระยะเวลาที่ข้าวต้องการ

3.    กั้นนาที่ล้อมรอบแปลงที่จะใส่ปุ๋ยให้เรียบร้อย ไม่ให้มีการไหลออกของน้ำในช่วงใส่ปุ๋ยเคมี จนกว่าจะใส่ปุ๋ยไปแล้ว 3-5 วัน

4.     รักษาระดับน้ำในนาข้าวไม่ให้สูงมากนัก ระดับน้ำประมาณ 5-10 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 ฝ่ามือ

5.     สำรวจและกำจัดวัชพืชก่อนการใส่ปุ๋ยทุกครั้ง  เพื่อไม่ให้วัชพืชแย่งปุ๋ยจากต้นข้าว

6.     ใส่ปุ๋ยให้เพียงพอกับ ความต้องการของต้นข้าว


การใส่ปุ๋ยสำหรับพันธุ์ข้าวที่ไม่ไวแสง

          เช่น พันธุ์ข้าวที่สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล และเก็บเกี่ยวตามอายุการเจริญเติบโต ที่ปลูกในดินชนิดต่างๆ ดังนี้
   
         ในดินที่เป็นดินเหนียว  ดินร่วนปนทราย มีการใส่ปุ๋ย ดังนี้
         - ปุ๋ยรองพื้นก่อนปักดำ/หว่าน เลือกใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 , 16-20-0 , 16-16-8 โดยใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์**
            ในอัตราส่วน 1 : 1 ( ปริมาณรวม 50 กก / ไร่ )
         - ปุ๋ยแต่งหน้า เลือกใช้ปุ๋ย 5 นางฟ้าทรงฉัตรได้แก่ ปุ๋ยสูตร 30-0-0 ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์**
           ในอัตราส่วน 1 : 1 
   
         ในดินนาที่เป็นดินทราย ดินร่วนทราย  มีการใส่ปุ๋ยดังนี้
         - ปุ๋ยรองพื้นก่อนหว่าน ให้เลือกใช้ปุ๋ย 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 16-20-0 , 16-16-8 , 16-20-0 ใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์**
           ในอัตราส่วน 1 : 1          
         - ปุ๋ยแต่งหน้า เลือกใช้ปุ๋ยสูตร 30-0-0 ตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตรร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์**
           ในอัตราส่วน 1 : 1

การใช้ปุ๋ยสำหรับพันธุ์ข้าวที่ไวต่อแสง

         พันธุ์ข้าวที่ต้องปลูกเก็บเกี่ยวได้เฉพาะในฤดูนาปี เช่น ข้าวหอมมะลิ เป็นต้น
   
         การใส่ปุ๋ยดินนาที่เป็นดินเหนียว  ดินร่วน  ดินร่วนปนดินเหนียว
         - ปุ๋ยรองพื้นก่อนปักดำ/หว่าน ให้เลือกใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 , 16-16-8  ตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตรโดยใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์**  ในอัตราส่วน 1 : 1 ( ปริมาณรวม 50 ก.ก. / ไร่ )

         - ปุ๋ยแต่งหน้า เลือกใช้ปุ๋ยยูเรีย 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 30-0-0 ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์**
           ในอัตราส่วน 1 : 1  ( ปริมาณรวม 50 ก.ก. / ไร่ )
   
         ในดินนาที่เป็นดินทราย  ดินร่วนทราย  ดินทรายร่วน
         - ปุ๋ยรองพื้นก่อนปักดำ /หว่าน  ใช้ปุ๋ยสูตร  16-16-8   5 นางฟ้าทรงฉัตร ซึ่งใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์**
            ในอัตราส่วน 1 : 1 ( ปริมาณรวม 50 ก.ก. / ไร่ )
         - ปุ๋ยแต่งหน้า  ยูเรียตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร สูตร 30-0-0 ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์**
            ในอัตราส่วน 1 : 1  ( ปริมาณรวม 50 ก.ก. / ไร่ )

ราคาปุ๋ยเคมี

เอกสุพรรณ

 
ปุ๋ยเคมี,ปุ๋ยยูเรีย,ปุ๋ยนาข้าว,ปุ๋ยยางพารา,ปุ๋ยอ้อย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เอกสุพรรณ
 
บริษัท เอกสุพรรณ เอ็นเตอร์ไพรส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ปุ๋ยนาข้าว

 
ราคายางพารา หนองคาย รักบ้านเกิด พันธุ์ข้าวโพด สูตรปุ๋ยยางพาราเปิดกรีด อายุอ้อย4เดือน ปุ๋ยบำรุงต้นยางช่วงสามปี มันสำปะหลัง สูตรปุ๋ยให้ต้นยางใหญ่ใบใหญ่ อ้อยตอใส่ปุ๋ยสูตรใหน ปุ๋ยใส่อ้อยปลูกใหม่ การใส่ปุ๋ยยาง8ปี ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ปุ๋ยยางพารา สูตร 20-8-20 ใส่ยางพารา อายุ 4 ปี ดินกัยการปลูกอ้อยให้ได้มากๆ ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย ขายสวนยางพารา มันสำปะหลัง อ.ไชยโยค กาญ สูตรปุ๋ยยางพารา20-10-12 การปลูกมันสำปะหลัง โดยใช้พลัส100 ราคาปุ๋ยหมอข้าวม้าทองซิลิคอน การไส่ปุ๋ยมะนาว อ้อยและน้ําตาล อัตราใส่่ปุ๋ยยางกรีด ยางพาราขาดความชื้น ปุ๋ย ใส่อ้อย ราคามันสำปะหลัง ปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด ราคา สูตรปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยบำรุงอ้อย การให้น้ําอ้อย
 

ปุ๋ยยางพารา|การใส่ปุ๋ยยางให้ได้ผลผลิตสูง ที่เว็บนี้!!

ปุ๋ยยางพารา|การใส่ปุ๋ยยางให้ได้ผลผลิตสูง ที่เว็บนี้!!

คำแนะนำการใส่ปุ๋ยยางพารา-5นางฟ้าทรงฉัตร  โทร 035-439676

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

 

แชร์หน้านี้

ราคาปุ๋ยเคมี alt

เอกสุพรรณ

            การใส่ปุ๋ยเคมีบำรุงต้นยางด้วยปุ๋ยเคมีตรา 5นางฟ้าทรงฉัตร มีหลายวิธี เช่น ใช้ปุ๋ยสูตร 15-7-18 หรือ 15-15-15 ,20-8-20 และ 20-10-12 วิธีหว่านปุ๋ยกระจายเป็นแถบห่างจากโคนต้น ประมาณ 1-2 เมตร แล้วคราดกลบ วิธีหว่านลงไปรอบ ๆ บริเวณโคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ วิธีเจาะเป็นหลุมใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-8 หรือปุ๋ยยาง 20-10-12 ตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร แล้วกลบบาง ๆ และวิธีเจาะเป็นร่อง เป็นต้น โดยแบ่งใส่เป็นสองครั้ง ๆ ละ 500-600 กรัมต่อต้นต่อ 6 เดือน ครั้งแรกใส่ในระยะต้นยางพาราเริ่มผลิใบอ่อน (ประมาณเดือนพฤษภาคม) ใส่ปุ๋ยเคมีครั้งที่สองหลังจากใส่ปุ๋ยครั้งแรกแล้ว 6 เดือน (ประมาณเดือนกันยายน)  โทร 035-439676

ปุ๋ยยางพารา

ปุ๋ยสูตร 25-7-7 ราคา 770 บาท ยางพารา,อ้อย,ปาล์ม,ข้าว

ปุ๋ยตราบัวทิพย์,ปุ๋ยตราหัววัวคันไถ,ปุ๋ยไข่มุก,ปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้ง,ปุ๋ยปูแดง,ปุ๋ยตราหัวไก่,ปุ๋ยตราชาวไร่,ปุ๋ยตรากระต่าย,ปุ๋ยตรากระรอก,ทอชตราคบเพลิง,ปุ๋ยตราค้างคาว,ปุ๋ยตราดอกบัว,ปุ๋ยตราทีพีไอ,ปุ๋ยตรานกอินทรีคู่,ปุ๋ยตราภูเขาทอง,ปุ๋ยตราม้าบิน,ปุ๋ยตรารุ่งอรุณ,นางฟ้า,ปุ๋ยนางฟ้า,5นางฟ้า,ทรงฉัตร

ราคาปุ๋ยเคมี

เอกสุพรรณ

 

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

ปุ๋ยใส่ปาล์ม,ปุ๋ยปาล์มน้ำมัน

ปุ๋ยเคมี

การใส่ปุ๋ย 5 นางฟ้าทรงฉัตรในยางพาราเล็ก

การใช้ปุ๋ยในสวนยาง

 

       1. การใส่ปุ๋ยยางพาราก่อนเปิดกรีด : ปุ๋ยยางพาราก่อนเปิดกรีด คือ ปุ๋ยที่ใส่ตั้งแต่เริ่มปลูกจนต้นยางได้ขนาดกรีดอายุต้นยาง 1 ถึง 6 ปี ปุ๋ยที่ใช้ ได้แก่ ปุ๋ยรองก้นหลุม และ ปุ๋ยบำรุงปุ๋ยรองก้นหลุม เป็นปุ๋ยที่เร่งให้รากงอกและแผ่ขยายเร็ว ปุ๋ยรองก้นหลุมที่แนะนำใช้ในสวนยางได้แก่ ปุ๋ยหินฟอสเฟต (0-3-0) เป็นปุ๋ยที่ผลิตได้ในประเทศ มีปริมาณฟอสเฟตทั้งหมดประมาณร้อยละ 25 มีปริมาณฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ร้อยละ 3

        วิธีใส่ ปุ๋ยรองก้นหลุม โดยขุดดินแยกเป็น 2 ส่วนคือ ดินชั้นบนและดินชั้นล่าง ใช้ดินบนกลบลงในหลุมก่อน ส่วนดินล่างใช้คลุกกับปุ๋ยหิน ฟอสเฟต อัตรา 170 กรัมต่อหลุม แล้วกลบดินล่างที่คลุกปุ๋ยลงไปให้เต็มหลุมในเขตแห้งแล้งแนะนำให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์รองก้นหลุม เพิ่มในอัตรา 5 กิโลกรัมต่อต้น ซึ่งจะมีผลทำให้ต้นยางมีอัตราการรอดตายสูงและการเจริญเติบโตในช่วงแรกดีขึ้นปุ๋ยบำรุง เป็นปุ๋ยที่ใส่เพื่อเร่งให้ต้นยางเจริญเติบโตเร็ว สามารถเปิดกรีดได้เร็วขึ้นและให้ผลผลิตสูง ปุ๋ยบำรุงที่แนะนำ ใช้ในสวนยางก่อนเปิดกรีด จำนวน 2 สูตร ปุ๋ยยางพารา 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 15-7-18 หรือ  สำหรับดินทุกชนิดในเขตปลูกยางเดิม   และปุ๋ยตรา 5นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 16-16-8 หรือปุ๋ยยางสูตร 15-15-15 , 20-10-12 สำหรับดินทุกชนิดในเขตปลูกยางใหม่  โดยสูตรปุ๋ยสำหรับดินปลูกยางในเขตปลูกยางเดิม มีอัตราปุ๋ยที่ใส่แตกต่างกันตามชนิดของเนื้อดิน ส่วนในเขต ปลูกยาง ใหม่ และเขตแห้งแล้งแนะนำอัตราปุ๋ยเหมือนกันในดินทุกชนิด และควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีการใส่ปุ๋ยยางพาราหลังเปิดกรีดในปีที่ 7

       เมื่อต้นยางเปิดกรีดได้แล้วในปีที่ 7 ยังมีความจำเป็นต้องใส่ปุ๋ย 5 นางฟ้าทรงฉัตรต่อไปทุกปี เพื่อให้ผลผลิตสูงสม่ำเสมอ ปุ๋ยยางพาราหลังเปิดกรีดที่แนะนำคือ ปุ๋ยเร่งน้ำยาง 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 15-7-18 และ 20-8-20 ใช้ได้กับดินทุกชนิด ทั้งในเขตปลูกยางเดิมและเขตปลูกยางใหม่

       อย่างไรก็ตาม สวนยางที่ปลูกพืชคลุมดินระหว่างแถวยาง และใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางและ พืชคลุมดินสม่ำเสมออาจ ไม่ต้องใสปุ๋ยบำรุงต้นยาง ในช่วง 2 ปีแรกที่เปิดกรีด หากในดินและใบยางมีปริมาณธาตุ อาหารเพียงพอ ทั้งนี้จากปุ๋ยที่ใส่ให้แก่ต้นยางในระยะยาง อ่อนยังมีผลตกค้างในดินเป็นเวลา 2 ปี

       การใส่ปุ๋ยให้แก่ต้นยางที่เปิดกรีดแล้วในปีที่ 7  แนะนำให้ใส่ปุ๋ยนางฟ้าทรงฉัตรสูตร 15-7-18 หรือ 20-10-12 ในอัตรา1 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี แบ่งใส่ 2 ครั้งละ 500 กรัมต่อต้น ครั้งแรกใส่ปุ๋ยยางพาราในต้นฤดูฝนหลังจากยางผลัดใบ  คือ ประมาณปลายเดือนเมษายน - พฤษภาคม และครั้งที่ 2 ใส่ปุ๋ยยางพารา 5 นางฟ้าทรงฉัตรสูตร 15-7-18 / 20-8-20 เพื่อเร่งน้ำยาง ประมาณเดือนสิงหาคม -กันยายน โดยหว่านปุ๋ยในบริเวณห่างจากโคนต้นยางประมาณ 3 เมตร หรือบริเวณกึ่งกลางระหว่างแถวยาง คราดกลบให้ปุ๋ยอยู่ใต้ผิวดินที่ ระดับความลึกประมาณ 5 – 10 เซนติเมตร

ราคาปุ๋ยเคมี

เอกสุพรรณ

 

ปุ๋ยยางพารา,เพิ่มน้ำยาง,ยางเล็ก,ยางใหญ่

        พันธุ์ยางที่แนะนำสำหรับเกษตรกรพันธุ์ยางที่แนะนำสำหรับเกษตรกรทั่วไปสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้ออกคำแนะนำพันธุ์ยางปี 2536 สำหรับเกษตรกรทั่วไปไว้ดังนี้

  • พันธุ์ยางชั้น 1 ได้แก่ ยางพันธุ์ดีแนะนำให้เกษตรกรปลูกโดยไม่จำกัดพื้นที่ปลูก
  • พันธุ์ยางชั้น 2 ได้แก่ ยางพันธุ์ดี แนะนำให้เกษตรกรปลูกโดยจำกัดพื้นที่ปลูก ปลูกได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของพื้นที่ปลูกยางที่ถือครองแต่ละพันธุ์ควรปลูกไม่น้อยกว่า 7 ไร่
  • พันธุ์ยางชั้น 3 ได้แก่ ยางพันธุ์ดี แนะนำให้เกษตรกรปลูกโดยกำจัดพื้นที่ปลูก ปลูกได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่ปลูกยางที่ถือครองแต่ละพันธุ์ควรปลูกไม่น้อยกว่า 7 ไร่

       พันธุ์ยางที่แนะนำให้ปลูกในแหล่งปลูกยางเดิม (ภาคใต้และภาคตะวันออก)

  • พันธุ์ยางชั้น 1 BPM 24, สงขลา 36 2/, RRIM 600, GT 1, PR 255, PR 261
  • พันธุ์ยางชั้น 2 PB 217, RRIC 110, RRIC 100, PB 260, PB 255, PB 235
  • พันธุ์ยางชั้น 3 KRS 251, PR 305, PR 302, RRIC 101, BPM 1, RRIM 712, KRS 250, KRS 226, KRS 225, KRS 218, PB 311, RRIC 121

       พันธุ์ยางที่แนะนำให้ปลูกในแหล่งปลูกยางใหม่ (ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

  • พันธุ์ยางชั้น 1 RRIM 600, GT 1, สงขลา 36, BPM 24, PR 255
  • พันธุ์ยางชั้น 2 PB 235, PB 260

       การเตรียมพื้นที่ปลูกยางควรเตรียมพื้นที่ปลูกยางในพื้นที่ที่เป็นสวนยางเก่า ป่า หรือมีไม้ยืนต้นอื่นขึ้นอยู่ จะต้องโค่นไม้ เหล่านั้นเสียก่อน การโค่นจะใช้วิธีตัดต้นไม้ให้เหลือตอสูง 40-50 เซนติเมตร แล้วทำลายตอไม้เหล่านั้นให้ผุสลายในภายหลัง โดยใช้สาร เคมีไทรโคลเปอร์ หรือการ์ลอน 4 (ชื่อการค้า) ในอัตรา 5 ซี.ซี. ผสมน้ำ 95 ซี.ซี. ต่อตอ โดยทาก่อนหรือหลังตัดต้นไม้ 1-7 วันก็ได้ หรือจะใช้ รถแทรกเตอร์ไถต้นไม้ออกจากแปลงให้หมดก็ได้เช่นกันหลังจากโค่นต้นยางเก่า หรือต้นไม้อื่นๆ แล้วต้องเก็บไม้ใหญ่ออก จากนั้นเก็บเศษไม้รวมเป็นกองๆ เรียงเป็นแนวตามพื้นที่ ตากให้แห้ง ทำแนวกันไฟแล้วเผา หลังจากเผาเสร็จควรเก็บปรนที่ยังไหม้ไม่หมดรวมกันเผาอีกครั้ง

       การเตรียมหลุมปลูกหลุมปลูกยางโดยทั่วไปจะมีขนาดกว้าง x ยาว x ลึก เท่ากับ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร การขุดหลุมปลูกควรแยกดินบนและดินล่างไว้คนละส่วน ตากดินทิ้งไว้ 10-15 วัน จากนั้นย่อยดินบนให้ร่วนแล้วผสมปุ๋ยร็อคฟอสเฟต อัตรา 170 กรัมต่อหลุม

       การปลูกซ่อมหลังจากปลูกแล้วอาจมีต้นยางบางต้นตายไปเนื่องจากอากาศแห้งแล้ง ถูกโรคและแมลงทำลาย หรือต้นที่ปลูกไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องปลูกซ่อม ซึ่งควรทำให้เสร็จภายในช่วงฤดูฝน ต้นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกซ่อม คือ ยางชำถุง เพราะจำทำให้ต้นยางที่ปลูกในแปลงมีขนาดไล่เลี่ยกัน ส่วนต้นยางที่มีอายุเกิน 1 ปี ไปแล้วไม่ควรปลูกซ่อม เพราะจะถูกบังร่มไม่สามารถเจริญเติบโตทันต้นอื่นได้

ปุ๋ยนาข้าว|ปุ๋ยอ้อย|ปุ๋ยมันสำปะหลัง|ปุ๋ยยางพารา|ปุ๋ยข้าวโพด|ปุ๋ยปาล์ม|ปุ๋ยใส่ผักผลไม้|ราคาปุ๋ย

 

 

การใส่ปุ๋ยยางพาราตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร

       บริเวณที่ใส่ปุ๋ยเคมีระยะแรกหลังจากปลูกยาง รากของต้นยางจะแผ่ออกเป็นวงกลมรอบลำต้น ประมาณปีที่ 4 รากจึงจะแผ่ขยายออกไปจนถึงกึ่งกลางระหว่างแถวยาง และเมื่อต้นยางมีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป รากก็จะแผ่ขยายเพิ่มขึ้นและหนาแน่น อยู่ในบริเวณห่างจากลำต้น ประมาณ 60 เซนติเมตร จนถึง 3 เมตร ดังนั้นเพื่อให้การ ดูดอาหารของต้นยางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรใส่ปุ๋ยบริเวณ ที่มีรากดูดอาหาร หนาแน่นคือเมื่อต้นยางยังเล็กควรใส่ปุ๋ยเป็นวงกลม รอบลำต้น ส่วนต้นยาง ที่มีออายุตั้งแต่ 17 เดือนขึ้นไป ให้หว่านปุ๋ยกระจายสม่ำเสมอเป็นแถบยาว ไปให้แถวยาง ห่างจากโคน ต้นยางข้างละ 1 เมตร เมื่อยางมีอายุ 5 ปีขึ้นไปให้หว่านปุ๋ย 5 นางฟ้าทรงฉัตรเป็นแถบกว้างห่าง จากโคนต้นยางอย่างน้อย 50 เซนติเมตร และขยายออกไปถึง 3 เมตร สำหรับยาง ที่เปิดกรีด แล้วให้หว่านปุ๋ยยางพารา 5 นางฟ้าทรงฉัตรทั่วแปลงห่างจากโคนต้นยางข้างละ 1 เมตร

วิธีการใส่ปุ๋ยยางพารา

วิธีการใส่ปุ๋ยยางพาราตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตรที่ดีจะต้องเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกในการปฏิบัติใส่แล้วพืชสามารถ ดูดไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด โดยมีวิธีการใส่ปุ๋ยดังนี้

การใส่ปุ๋ยยางรองพื้น

- นิยมใช้ปุ๋ยร็อคฟอสเฟต สูตร 0-3-0 ซึ่งเป็นปุ๋ยที่เคลื่อนไหวได้ยาก เพราะถูกตรึ่งด้วยแร่ธาตุต่างๆ ในดิน โดยคลุกเคล้าปุ๋ยกับดินแล้วใส่ลงในหลุมก่อนปลูกยางใส่แบบหว่าน

- เป็นการหว่านปุ๋ยให้ทั่วบริเวณที่ใส่ปุ๋ย เหมาะสำหรับใช้กับพื้นที่ที่เป็นที่ราบ และมีการกำจัดพืชด้วยสารเคมีเพราะเศษซากพืชที่เหลือจะช่วยป้องกัน การชะล้างปุ๋ยในช่วงที่มีฝนตก แต่ถ้าเป็นที่ราบที่กำจัดพืชด้วยวิธีถาก ควรคราดให้ปุ๋ยเข้ากับดินด้วย เพื่อป้องกันน้ำฝนชะล้างปุ๋ยใส่แบบเป็นแถบ

- เป็นการใส่ปุ๋ยโดยโรยเป็นแถบไปตามแนวแถว ต้นยางในร่องที่เซาะไว้ แล้วกลบ วิธีนี้จะใช้กับต้นยางที่มีอายุ 17 เดือนขึ้นไป และยังเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความลาดเทเล็กน้อยหรือพื้นที่ทำขั้นบันได้ด้วยใส่แบบเป็นหลุม

- เป็นการใส่ปุ๋ยโดยการขุดหลุมบริเวณรอบโคนหรือสองข้าง ของต้นยางประมาณ 2-4 หลุมต่อต้น แล้วใส่ปุ๋ยลงในหลุมกลบให้เรียบร้อย เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ลาดเท และไม่ได้ทำขั้นบันไดนอกจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงเพื่อให้การใส่ปุ๋ยมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือ ควรใส่ปุ๋ยในขณะที่ดินมีความชุ่มชื้นเพียงพอ หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยในช่วงที่มีอากาศแห้งแล้งหรือฝนตกชุกมากเกินไป และควรกำจัดพืชก่อนใส่ปุ๋ยทุกครั้ง ถ้าต้องการให้ต้นยางสมบูรณ์ แข็งแรง เจริญเติบโตดีสามารถเปิดกรีดได้เร็ว ให้ผลผลิตสูงสม่ำเสมอติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะต้องมีการใส่ปุ๋ยให้กับต้นยางสม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงก่อนโค่น 3-5 ปี โดยปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสมตามหลักการที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ยางพาราปุ๋ยเพิ่มน้ำยางเปิดกรีด

การกรีดยาง

การกรีดยางต้องยึดหลักที่ว่า เมื่อกรีดแล้วจะต้องได้น้ำยางมากที่สุด เปลือกเสียหายน้อยที่สุด กรีดได้นาน 25-30 ปี และประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุดขนาดของต้นยางที่เปิดกรีดได้

1. ขนาดของต้นยางที่พร้อมเปิดกรีดต้องมีเส้นรอบต้นไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร วัดที่ความสูงจากพื้นดิน 150 เซนติเมตร

2. เปิดกรีดครั้งแรกเมื่อมีจำนวนต้นยางที่พร้อมเปิดกรีดในสวนเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ของต้นยาง ทั้งหมดในสวน

3. ต้นยางติดตา สามารถเปิดกรีดครั้งแรกได้ที่ระดับความสูงจากพื้นดิน 50, 75, 100, 125, หรือ 150 เซนติเมตรระดับใดระดับหนึ่งก็ได้ แต่ถ้าเปิดกรีดต่ำจะได้รับผลผลิตมากกว่า

ชนิดของต้นพันธุ์ยางพารา

1. ต้นตอตาคือ ต้นกล้ายางที่ได้รับการติดตาด้วยยางพันธุ์ดีหลังจากที่ติดตาเรียบร้อยแล้ว จึงถอนขึ้นมาตัดแต่งราก และตัดต้นเดิม เหนือแผ่นตาประมาณ 2 นิ้ว ทิ้งแล้วนำต้นตอที่ได้ไปปลูกทันที ต้นตอตาจะเป็นต้นพันธุ์ที่ไม่มีดินห่อหุ้มรากหรือเรียกว่าต้นเปลือกราก

2. ต้นติดตาชำในถุงพลาสติกหรือยางชำถุงคือ ต้นตอตาที่น้ำมาชำในถุงพลาสติกขนาดกว้าง 4 ฝ นิ้วยาว 14 นิ้ว หรือขนาดใหญ่กว่านี้ที่บรรจุดินไว้เรียบร้อยแล้ว ดูแลบำรุงรักษา จนตาแตกออกมาเป็นใบได้ขนาด 1-2 ฉัตร อายุประมาณ 3-5 เดือน และมีใบในฉัตรยอดแก่เต็มที่

3. ต้นยางที่ปลูกด้วยเมล็ดแล้วติดตาในแปลงคือการปลูกสร้างสวนยางโดยใช้เมล็ดปลูกในแปลงโดยตรง เมื่อเมล็ดเจริญเติบโตเป็นต้นกล้าที่มีขนาดเหมาะสมจึงทำการติดตาในแปลงปลูกต้นพันธุ์ยางทั้ง 3 ชนิดดังที่กล่าวมาแล้วเหมาะสมที่จะปลูกในภาคตะวันออก และภาคใต้ แต่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแนะนำให้ปลูกด้วยต้นยางชำถุง เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

อัตราการใส่ปุ๋ยยางพาราตามคำแนะนำของสกย.

สำหรับสวนยางพาราในระยะก่อนให้ผลผลิต สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย.โดยคำแนะนำจากสถาบันวิจัยยาง ได้กำหนดให้เจ้าของสวนยางพาราใช้ปุ๋ยยางสูตรทั่วไป คือ สูตร 20-8-20 สำหรับเขตปลูกยางพาราเดิม (ภาคใต้และภาคตะวันออก) โดยอัตราปุ๋ยจะขึ้นอยู่กับชนิดของดิน

และสูตร 20-10-12 สำหรับเขตปลูกยางพาราใหม่ (ภาคกลาง, ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) โดยอัตราปุ๋ยจะไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของดิน

ดังตาราง

เขตปลูกยางเดิม

      ในเขตปลูกยางพาราเดิม สำหรับการปลูกแทนแบบ 1 ตามที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนด คือ ปลูกด้วยต้นตอตา หรือยางชำถุง ให้ใส่ปุ๋ยบำรุงสูตร 20-8-20 ในอัตราที่ขึ้นอยู่กับชนิดของดิน และอายุต้นยางพารา ดังนี้

 

งวด

อายุ(เดือน)

ดินร่วน-เหนียว

ดินร่วน-ทราย
กรัม/ต้น กก./ไร่ กรัม/ต้น กก./ไร่
2/1 2 50 4 60 5
2/2 4 50 4 90 7
2/3 6 70 6 90 7
3/1 12 130 10 170 13
3/2 15 150 12 210 16
3/3 18 150 12 210 16
4/1 24 150 12 210 16
4/2 30 230 18 320 25
5/1 36 230 18 320 25
5/2 42 240 19 330 26
6/1 48 240 19 330 26
6/2 54 260 21 360 28
7/1 60 260 21 360 28
7/2 66 270 22 370 29
รวม 2,480 198 3,430 267

 

 

  • สำหรับเขตปลูกยางใหม่ ตามที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนด คือ ปลูกยางชำถุง อย่างเดียว ให้ใส่ปุ๋ยบำรุงสูตร 20-10-12 สูตรเดียว โดยไม่แยกชนิดของดิน ตามอัตรา ดังนี้

 

เขตปลูกยางใหม่

 

  • งวด อายุ(เดือน) กรัม/ต้น กก./ไร่
    2/1 1 60 6
    2/2 6 80 7
    3/1 12 100 9
    3/2 18 110 10
    4/1 24 120 11
    4/2 30 180 16
    5/1 36 180 16
    5/2 42 180 16
    6/1 48 180 16
    6/2 54 200 18
    7/1 60 200 18
    7/2 66 200 18
    8/1 72 200 18
    8/2 78 200 18
    รวม 2,190 197

 

เอกสุพรรณ
ราคายางพารา หนองคาย รักบ้านเกิด พันธุ์ข้าวโพด สูตรปุ๋ยยางพาราเปิดกรีด อายุอ้อย4เดือน ปุ๋ยบำรุงต้นยางช่วงสามปี มันสำปะหลัง สูตรปุ๋ยให้ต้นยางใหญ่ใบใหญ่ อ้อยตอใส่ปุ๋ยสูตรใหน ปุ๋ยใส่อ้อยปลูกใหม่ การใส่ปุ๋ยยาง8ปี ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ปุ๋ยยางพารา สูตร 20-8-20 ใส่ยางพารา อายุ 4 ปี ดินกัยการปลูกอ้อยให้ได้มากๆ ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย ขายสวนยางพารา มันสำปะหลัง อ.ไชยโยค กาญ สูตรปุ๋ยยางพารา20-10-12 การปลูกมันสำปะหลัง โดยใช้พลัส100 ราคาปุ๋ยหมอข้าวม้าทองซิลิคอน การไส่ปุ๋ยมะนาว อ้อยและน้ําตาล อัตราใส่่ปุ๋ยยางกรีด ยางพาราขาดความชื้น ปุ๋ย ใส่อ้อย ราคามันสำปะหลัง ปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด ราคา สูตรปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยบำรุงอ้อย การให้น้ําอ้อย

ษณะส่วนต่าง ๆ ของยางพารา สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูก ลักษณะของพันธุ์ยางที่ดี พันธุ์ยางที่แนะนำสำหรับเกษตรกร ลักษณะต่าง ๆ ของพันธุ์ยางที่แนะนำ ปัจจัยสำคัญในการเลือกพันธุ์ยาง การเตรียมพื้นที่ปลูกยาง การเตรียมดิน ระยะปลูก การเตรียมหลุมปลูก ชนิดของต้นพันธุ์ยาง วิธีปลูก การปลูกซ่อม การตัดแต่งกิ่ง การคัดทิ้งต้นยาง การกำจัดวัชพืช การใส่ปุ๋ย ระยะเวลาและอัตราการใส่ปุ๋ย บริเวณที่ใส่ปุ๋ย วิธีการใส่ปุ๋ย การปลูกพืชแซมยาง การกรีดยาง โรคและแมลงศัตรูยางพารา ข้อควรคํานึงสําหรับผู้เริ่มปลูกยางาข้าว|ปุ๋ยอ้อย|ปุ๋ยมันสำปะหลัง|ปุ๋ยยางพารา|ปุ๋ยข้าวโพด|ปุ๋ยปาล์ม|ปุ๋ยใส่ผักผลไม้|ราคาปุ๋ย

 

การปลูกและใส่ปุ๋ยมันสำปะหลังให้ผลผลิตสูงสุด|คลิ๊กที่นี่

การปลูกและใส่ปุ๋ยมันสำปะหลังให้ผลผลิตสูงสุด|คลิ๊กที่นี่

ราคาปุ๋ยเคมี

 

https://www.facebook.com/akesuphan

สำหรับเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังอยู่แล้วและต้องการเพิ่มผลผลิตให้เพิ่มมากขึ้น    

การปลูกมันสำปะหลังให้ได้ผลดีนั้นกรมวิชาการเกษตร จึงแนะนำหลักที่ดีที่สุดในการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ดังนี้

                1.  การปรับปรุงดินให้เหมาะสมต่อการผลิตมันสำปะหลัง โดยการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน  ได้แก่ การใช้สารปรับสภาพดิน,ปุ๋ยจากมูลสัตว์หรือเปลือกมันจากโรงงานแป้ง   หรือปุ๋ยพืชสดจากปอเทืองและถั่ว เมื่อปลูกแล้วไถกลบในกรณีที่ดินถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน     
ทำให้เกิดชั้นดินดานใต้ดินจากรถแทรกเตอร์  ทำให้น้ำระบายลงใต้ดินได้ยากในฤดูฝน  เกิดปัญหาหัวเน่าจากน้ำท่วมขังในช่วงฤดูแล้ง มันสำปะหลังไม่สามารถใช้น้ำใต้ดินได้ ทำให้
ชะงักการเจริญเติบโต  
  ดังนั้นควรไถระเบิดชั้นดินดาน  หรือใช้หญ้าแฝกปลูกประมาณ  1 -2 ปี    เพราะหญ้าแฝกมีระบบรากลึก สามารถทำลายชั้น
ดินดานได้ อีกทั้งเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้กับดินด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้สารปรับสภาพดินจำพวกโดดลไมท์หรือภูไมท์ร่วมด้วยจะช่วยระเบิดดิน ทำให้ดินร่วนซุยดีขึ้น

                2.  การเลือกฤดูปลูกมันสำปะหลัง  ควรเลือกวันปลูกเพื่อให้ช่วงอายุ 3-12 เดือน ของมันสำปะหลังได้รับฝนมากที่สุด เพราะผลผลิตมัันสำปะหลังขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในช่วงอายุดังกล่าวโดยการปลูกมันสำปะหลัง  แบบอาศัยน้ำฝนจะให้ผลผลิตสูงสุด เมื่อปลูกในช่วงฤดูร้อน (กุมภาพันธ์-มีนาคม)  รองลงมาคือ ต้นฤดูฝน (เมษายน –พฤษภาคม)  และปลายฤดูฝน (ตุลาคม-พฤศจิกายน)  แต่การปลูกในช่วงฤดูร้อน และปลายฤดูฝนมีข้อจำกัดของปริมาณน้ำฝนค่อนข้างน้อย มีผลต่อการงอกของท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง

การใส่ปุ่ยมันสำปะหลัง

 

                3.  การเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง ดินที่ใช้ปลูกมันสำปะหลัง  โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด  คือ ดินร่วมเหนียว และดินร่วนปนทราย ดินร่วน
เหนียว ถือว่าเป็นดินดี  
ควรปลูกพันธุ์ระยอง 5 และระยอง 72 ส่วนดินร่วนปนทราย ควรปลูกพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 90 ห้วยบง 60 และระยอง 9 เนื่องจากมันสำปะหลัง ทั้ง 4 พันธุ์  เมื่อนำไปปลูกในดินร่วนเหนียว จะเจริญเติบโตในส่วนของลำต้นที่อยู่เหนือดินมากกว่าลงไปเจริญที่หัวมันในดิน   หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าขึ้นต้นหรือบ้าต้นเกินไป  ส่วนพันธุ์ระยอง 7  นั้นเหมาะทั้งดินร่วนเหนียว  และดินร่วนทรายที่มีความชื้นของดินดีตลอดช่วงของการเจริญเติบโต แต่ไม่เหมาะสมกับสภาพดินที่แห้งแล้ง

                4.  การเตรียมดินให้ลึก  หลักสำคัญคือ ต้องไถดะ  ครั้งแรกให้ลึกที่สุดด้วยผาล 3 หรือผาล 4 เท่านั้น   ควรไถดะในขณะที่ดินมีความชื้น
พอเหมาะ ห้ามไถดะด้วยผาล 7 เพราะจะไถได้ไม่ลึกการไถดะให้ลึกจะเพิ่มความสามารถในการเก็บกักความชื้นของดินได้มากขึ้น  และมันสำปะหลัง
ลงหัวได้ง่าย    จากนั้นตาหน้าดินเพื่อให้วัชพืชตายถ้าเป็นดินร่วนเหนียวควรไถแปรครั้งที่  2  ด้วยผาล 7   แล้วยกร่องพร้อมปลูก  ส่วนดินร่วนทราย
ไม่จำเป็นต้องไถแปร     ครั้งที่ 2   สามารถยกร่องพร้อมปลูกได้เลย   ในกรณีที่เกษตรกรสามารถหาปุ๋ยอินทรีย์  สารปรับสภาพดิน และควรหว่านก่อนไถดะ 
ประมาณ 500 - 1,000 กิโลกรัมต่อไร่  (10-20  กระสอบ)


                5.  การปลูกมันสำปะหลังที่ถูกต้อง ต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกควรมีอายุ 10 -12 เดือน   จะให้ความงอกดีที่สุดโดยเลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง   มีตาถี่ขนาดโตพอสมควร ต้องตัดท่อนพันธุ์ด้วยมีด ที่คมเพื่อมิให้ท่อนปลูกซ้ำ ขนาดยาวไม่ต่ำกว่า 20 เซนติเมตร   ปลูกปักตรงให้ลึก 2 ใน 3  ของความยาวท่อนปลูกในดินร่วนเหนียวควรใช้ระยะแถวกว้าง 1.20 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-1.00 เมตร  และในดินร่วนปนทราย ควรใช้ระยะแถวแคบ 0.80 เมตร ระยะปลูก
ตั้งแต่ 0.50-0.80 เมตร 

                6.  การกำจัดวัชพืช ภายในช่วย 3 เดือนแรกถือว่าเป็นช่วงสำคัญของการปลูกมันสำปะหลัง ต้องดูแลรักษาให้มันสำปะหลังปลอดวัชพืช
ถ้าปล่อยให้วัชพืชแข่งขันกับมันสำปะหลังทำให้มันสำปะหลังแคระแกร็น มีผลให้ผลผลิตลดลงมาก  การกำจัดวัชพืชสามารถเลือกทำแบบผสมผสานโดยใช้จอบถาง  ใช้รถไถเดินไถระหว่างร่อง  ใช้สารเคมีประเภทคลุมก่อนวัชพืชงอก  หรือสารเคมีฆ่าหลังวัชพืชงอก   สารเคมีประเภทคลุมใช้ได้ผล
เฉพาะการปลูกต้นฤดูฝนเท่านั้น
และห้ามใช้ไกลโฟเสทในขณะที่มันสำปะหลังต้นเล็กอยู่ เพราะจะทำให้มันสำปะหลังชะงักการเจริญเติบโต 

                7.  การใส่ปุ๋ยเคมี ควรเลือก ใส่ปุ๋ยเคมีอัตราส่วน 2 : 1 : 2 ปุ๋ยเคมีที่แนะนำ คือ ปุ๋ยมันสำปะหลังสูตร 15-7-18 หรือ 15-5-35  หรือ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ปุ๋ย 2 ข้างลำต้นรัศมีพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบบางๆ      
ใส่ปุ๋ยให้มันสำปะหลังครั้งเดียวเมื่ออายุ 1 เดือน  หลังจากปลูกและต้องใส่ปุ๋ยเคมีในขณะที่ดินมีความชื้น   

ปุ๋ยสูตร 25-7-7 ราคา 770 บาท ยางพารา,อ้อย,ปาล์ม,ข้าว

ปุ๋ยตราบัวทิพย์,ปุ๋ยตราหัววัวคันไถ,ปุ๋ยไข่มุก,ปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้ง,ปุ๋ยปูแดง,ปุ๋ยตราหัวไก่,ปุ๋ยตราชาวไร่,ปุ๋ยตรากระต่าย,ปุ๋ยตรากระรอก,ทอชตราคบเพลิง,ปุ๋ยตราค้างคาว,ปุ๋ยตราดอกบัว,ปุ๋ยตราทีพีไอ,ปุ๋ยตรานกอินทรีคู่,ปุ๋ยตราภูเขาทอง,ปุ๋ยตราม้าบิน,ปุ๋ยตรารุ่งอรุณ,นางฟ้า,ปุ๋ยนางฟ้า,5นางฟ้า,ทรงฉัตร

ราคาปุ๋ยเคมี

 

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

ปุ๋ยเคมี,ปุ๋ยยูเรีย,ปุ๋ยนาข้าว,ปุ๋ยยางพารา,ปุ๋ยอ้อย

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15  ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8

สำหรับการเก็บเกี่ยวควรเลือกเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงที่เหมาะสม    ตั้งแต่ 10-18 เดือน ควรงดเว้นการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงฝนแรก   คือ ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน เนื่องจาก มันสำปะหลังแตกใบอ่อนจะให้เปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ

alt


                8.  การให้น้ำมันสำปะหลัง   ควรให้น้ำในช่วงฤดูแล้ง  เพื่อจะช่วยให้มันสำปะหลังมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง  หรือทำให้ใบร่วงน้อย
ที่สุด  ซึ่งจะมีผลทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่ละเดือนอย่างก้าวกระโดด  ดังนั้น การปลูกมันสำปะหลังเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด ต้องปลูกในช่วงฤดูฝน คือ
ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายน   มีการให้น้ำในช่วงสองเดือนแรกของการเจริญเติบโตตามความจำเป็น และให้น้ำเต็มที่ในช่วงฤดูแล้ง 5 เดือน  ตั้งแต่
เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เก็บเกี่ยวที่อายุ 12 เดือน  ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว

         การใส่ปุ๋ยเคมีมันสำปะหลังให้ได้ผลผลิตสูงสุด

|ปุ๋ยอ้อย|ปุ๋ยมันสำปะหลัง|ปุ๋ยยางพารา|ปุ๋ยข้าวโพด|ปุ๋ยปาล์ม|ปุ๋ยใส่ผักผลไม้|ราคาปุ๋ย

ราคาปุ๋ยเคมี  alt

 
 

ปุ๋ยยางพารา|ปุ๋ยยางเล็กปุ๋ยยางใหญ่ทุกสูตรบริการจัดส่งฟรี

ช่วงเวลาปลูกข้าวที่เหมาะสม การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี ปุ๋ย ปุ๋ยใส่ข้าว ร้านมิตรไทย ชื่อ ขาย ข้าวโพดจังหวัดอุดร อ้อย ปุ๋ยใส่กล้วยไข่ สูตรโครงสร้างเคมีอินทรีย์ ปุ๋ย สูตรปุ๋ยยางพารากรีดแล้ว สูตรการให้ปุ๋ยมะนาว ปุ๋ยเคมีสำหรับปาล์ม ปุ๋ยใส่ไร่อ้อย การเพิ่มผลผลิตปลาในนาข้าว ยางพารา ปุ๋ยตราสั่งตัด ใส่ปุ๋ยยางพารา เครื่องปลูกอ้อย 47 แรง ข้าวโพด ร้านขายปุ๋ยในโคราช ตัวแทนจำหน่าย ปุ๋ย การปลูกข้าวโพดข้าวเหนียว ปุ๋ยสําหรับนาข้าว วิธีการทําไร่ข้าวโพด การปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวสองสี ระยะเวลาการใส่ปุ๋ยข้าว ราคาปุ๋ยในเตรท เมล็ดข้าวโพดคั่ว ปุ๋ยข้าวโพด การใส่ปุ๋ยนาปรัง การ ปลูก เผือก หอม ใน นา ข้าว

ปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยนาข้าว | ปุ๋ยอ้อย | ปุ๋ยมันสำปะหลัง ปุ๋ยข้าวโพด | ปุ๋ยปาล์มน้ำมัน 

ปุ๋ยกล้วยปุ๋ยพืชผัก | ปุ๋ยสับปะรด | ปุ๋ยยาสูบ ปุ๋ยมะพร้าวปุ๋ยดอกไม้

 

 

alt

ปุ๋ยเคมี 20-8-20 (ปุ๋ยเพิ่มน้ำยางพารา) |ขายส่ง 690-790 บาท alt alt

เข้าชม 331

โทร 035-439676 ซื้อไปขายต่อลดพิเศษ 15-30%

ปุ๋ย 20-8-20 ราคา 690-790 บาท Tel: 090-9324691 ปุ๋ยสูตร 20-8-20 ราคา 880 บาท ปุ๋ยสูตร20-8-20ราคา 850 B.ส่งตันละ 15,000 B. ปุ๋ยสำหรับยางใหญ่ยางอายุ7ปี โทร 090-9324691 *ซื้อไปขายต่อลดพิเศษ 15-3...
อ่านต่อ
 

 

ปุ๋ยเคมี ใช้ได้ถึงวันที่ 31/1/2557 คลิ๊กดูที่เว็บนี้!!

ราคาปุ๋ยเคมี|แม่ปุ๋ย|ปุ๋ยอินทรีย์|ปุ๋ยอินทรีย์เคมี|สารปรับสภาพดิน|วันนี้ ใช้ได้ถึงวันที่ 31-01-2557

ราคาปุ๋ย  alt

ปุ๋ย 8-24-24 ปุ๋ย 16-8-8 ปุ๋ย 30-0-0 ปุ๋ย 16-20-0 ปุ๋ยตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 5 นางฟ้าทรงฉัตร 16-8-8 ปุ๋ยเคมีตรา 5 นางฟ้าทรงฉัตร 15-7-18 ปุ๋ยยางใหญ่ 20-10-12

 

การกรีดยางเพื่อให้สะดวกต่อการกรีด และยังคงรักษาความสะอาดของถ้วยรองรับน้ำยางนั้นควรคำนึงถึงระดับความเอียงของรอยกรีดและความคมของมีดที่ใช้กรีดซึ่งต้องคมอยู่เสมอ[1]

  • เวลากรีดยาง : ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกรีดยางมากที่สุดคือ ช่วง 6.00-8.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สามารถมองเห็นต้นยางได้อย่างชัดเจนและได้ปริมาณน้ำยางใกล้เคียงกับการกรีดยางในตอนเช้ามืด แต่การกรีดยางในช่วงเวลา 1.00-4.00 น. จะให้ปริมาณยางมากกว่าการกรีดยางในตอนเช้าอยู่ร้อยละ 4-5 ซึ่งเป็นช่วงที่ได้ปริมาณน้ำยางมากที่สุดด้วย แต่การกรีดยางในตอนเช้ามืดมีข้อเสีย คือ ง่ายต่อการกรีดบาดเยื่อเจริญส่งผลให้เกิดโรคหน้ายางทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองและไม่มีความปลอดภัยจากสัตว์ร้ายหรือโจรผู้ร้าย
  • การหยุดพักกรีด : ในฤดูแล้ง ใบไม้ผลัดใบหรือฤดูที่มีการผลิใบใหม่ จะหยุดพักการกรีดยางเนื่องจากมีผลต่อการเจริญเติบโตของใบและต้นยาง การกรีดยางในขณะที่ต้นยางเปียก จะทำให้เกิดโรคเส้นดำหรือเปลือกเน่าได้
  • การเพิ่มจำนวนกรีด : สามารถเพิ่มจำนวนวันกรีดได้โดย
    • การเพิ่มวันกรีด : สามารถกรีดในช่วงผลัดใบแต่จะได้น้ำยางในปริมาณน้อย ไม่ควรเร่งน้ำยางโดยใช้สารเคมีควรกรีดเท่าที่จำเป็นและในช่วงฤดูผลิใบต้องไม่มีการกรีดอีก
    • การกรีดยางชดเชย : วันกรีดที่เสียไปในฤดูฝนสามารถกรีดทดแทนได้แต่ไม่ควรเกินกว่า 2 วันในรอยกรีดแปลงเดิม และสามารถกรีดสายในช่วงเวลา 6.00-8.00 น. หากเกิดฝนตกทั้งคืน
    • การกรีดสาย : เมื่อต้นยางเปียกหรือเกิดฝนตกสามารถกรีดหลังเวลาปกติโดยการกรีดสายซึ่งจะกรีดในช่วงเช้าหรือเย็นแต่ในช่วงอากาศร้อนจัดไม่ควรทำการกรีด
ราคายางพารา หนองคาย รักบ้านเกิด พันธุ์ข้าวโพด สูตรปุ๋ยยางพาราเปิดกรีด อายุอ้อย4เดือน ปุ๋ยบำรุงต้นยางช่วงสามปี มันสำปะหลัง สูตรปุ๋ยให้ต้นยางใหญ่ใบใหญ่ อ้อยตอใส่ปุ๋ยสูตรใหน ปุ๋ยใส่อ้อยปลูกใหม่ การใส่ปุ๋ยยาง8ปี ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ปุ๋ยยางพารา สูตร 20-8-20 ใส่ยางพารา อายุ 4 ปี ดินกัยการปลูกอ้อยให้ได้มากๆ ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย ขายสวนยางพารา มันสำปะหลัง อ.ไชยโยค กาญ สูตรปุ๋ยยางพารา20-10-12 การปลูกมันสำปะหลัง โดยใช้พลัส100 ราคาปุ๋ยหมอข้าวม้าทองซิลิคอน การไส่ปุ๋ยมะนาว อ้อยและน้ําตาล อัตราใส่่ปุ๋ยยางกรีด ยางพาราขาดความชื้น ปุ๋ย ใส่อ้อย ราคามันสำปะหลัง ปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด ราคา สูตรปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยบำรุงอ้อย การให้น้ําอ้อย
 
หน้า 9 จาก 16

ขอใบเสนอราคาปุ๋ยทุกสูตรได้ที่นี่

เอกสุพรรณ